อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๘๐] ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจาติ สํฆสฺส อปริปุณฺณตฺตา เทฺววาจิกเมว สรณํ อคมํสุ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๘๐] ชนเหล่านั้นเห็นธรรมแล้ว บรรลุธรรมแล้ว รู้ธรรมแล้ว หยั่งลงสู่ธรรมแล้ว หมดความสงสัยแล้ว ปราศจากความแคลงใจ ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อ ผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ได้กราบทูลพระวิปัสสีพุทธเจ้าดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศ ธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ พวกข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ และพึงได้การบรรพชาพึงได้การอุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค’

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๘๑] อลตฺถุนฺติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เอหิภิกฺขุภาเวเนว อลตฺถุํ. อิโต อนฺนตเร ปพฺพชิตวาเรปิ เอเสว นโย.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๘๑] มหาชนประมาณ ๘๔,๐๐๐ คน ได้การบรรพชาได้การอุปสมบทใน สำนักของพระวิปัสสีพุทธเจ้า พระองค์ทรงชี้แจงให้ภิกษุเหล่านั้นเห็นชัด ชวนใจให้ อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงประกาศโทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมองของสังขาร และอานิสงส์ในนิพพาน จิตของภิกษุเหล่านั้นอันพระวิปัสสีพุทธเจ้าทรงชี้แจงให้ เห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจ ให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา ไม่นานนัก ก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

จาริกานุชานนวณฺณนา

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๘๖] ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ กทา อุทปาทีติ? สมฺโพธิโต สตฺตสํวจฺฉรานิ สตฺตมาเส สตฺตทิวเส ๒- อติกฺกมิตฺวา อุทปาทิ. ภควา กิร ปิตุ สงฺคหํ กโรนฺโต วิหาสิ. ราชาปิ จินฺเตสิ "มยฺหํ เชฏฺฐปุตฺโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, ทุติยปุตฺโต เม นิกฺขมิตฺวา อคฺคสาวโก ชาโต, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก ๓- อิเม จ อวเสสา ภิกฺขู คิหิกาเลปิ มยฺหํ ปุตฺตเมว ปริวาเรตฺวา วิจรึสุ. อิเม ปุพฺเพ ๔- อิทานิปิ มยฺหํเยว ภารา, ๕- อหเมว เต ๖- จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิสฺสามิ, อญฺเญสํ โอกาสํ น ทสฺสามี"ติ วิหารทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย ยาว ราชเคหทฺวารา อุภยโต ขทิรปาการํ กาเรตฺวา กิลญฺเชหิ ฉาทาเปตฺวา วตฺเถหิ ปฏิจฺฉาทาเปตฺวา อุปริ จ ฉาทาเปตฺวา สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ สโมสริต- ตาลกฺขนฺธมตฺตวิวิธปุปฺผทามวิตานํ ๗- กาเรตฺวา เหฏฺฐา ภูมิยํ จิตฺตตฺถเรหิ ๘-

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๘๖] ภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้น มีภิกษุอยู่ประมาณ ๑๖๘,๐๐๐ รูปในกรุง พันธุมดีราชธานี ครั้งนั้นแล พระวิปัสสีพุทธเจ้าประทับหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ได้มี พระรำพึงอย่างนี้ว่า ‘เวลานี้ ในกรุงพันธุมดีมีภิกษุสงฆ์อยู่จำนวนมากถึง ๑๖๘,๐๐๐ รูป ทางที่ดีเราควรประกาศให้ภิกษุทั้งหลายรู้ทั่วกันว่า ‘ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงจาริกไปเพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แต่อย่าไปทางเดียวกัน ๒ รูป จงแสดงธรรมมีความงามในเบื้องต้น มีความงามในท่ามกลาง และมีความ งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์ ครบถ้วน ในโลกนี้ยังมีเหล่าสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาเบาบาง สัตว์เหล่านั้นจะเสื่อมเพราะ ไม่ได้ฟังธรรม เหล่าสัตว์ผู้ที่อาจจะรู้ทั่วถึงธรรมได้ยังมีอยู่ แต่เมื่อเวลาล่วงไป ทุกๆ ๖ ปี เธอทั้งหลายควรกลับมายังกรุงพันธุมดีราชธานี เพื่อแสดงปาติโมกข์’

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”