อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ เทวานํ วา เทวตฺตายาติ ยา อยํ เทวานํ เทวภาวาย ขนฺธชาติ, ยาย ขนฺธชาติยา เทวา "เทวา"ติ วุจฺจนฺติ, สเจ หิ ชาติ สพฺเพน สพฺพํ นาภวิสฺสาติ อิมินาว นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ เทวาติ อุปปตฺติเทวา. คนฺธพฺพาติ มูลขนฺธาทีสุ อธิวฏฺฐเทวตา. ๑- ยกฺขาติ อมนุสฺสา. ภูตาติ เย เกจิ นิพฺพตฺตสตฺตา. ปกฺขิโนติ เย เกจิ อฏฺฐิปกฺขา วา จมฺมปกฺขา วา โลมปกฺขา วา. สิรึสปาติ ๒- เย เกจิ ภูมิยํ สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ เตสนฺติ เตสํ เตสํ เทวคนฺธพฺพาทีนํ. ตถตฺตายาติ เทวคนฺธพฺพาทิภาวาย. ชาตินิโรธาติ ชาติวิคมา, ชาติอภาวาติ อตฺโถ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เหตูติ อาทีนิ สพฺพานิปิ การณเววจนานิเอว. การณญฺหิ ยสฺมา อตฺตโน ผลตฺถาย หิโนติ ปวตฺตติ, ตสฺมา "เหตู"ติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ผลํ นิเทติ "อิทํ ๓- คณฺหถ นนฺ"ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานํ. ยสฺมา ผลํ ตโต สมุเทติ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ ปฏิจฺจ เอติ ปวตฺตติ, ตสฺมา สมุทโยติ จ ปจฺจโยติ จ วุจฺจติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อปิจ ยทิทํ ชาตีติ เอตฺถ ยทิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส สพฺพปเทสุ ลิงฺคานุรูปโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิธ ปน "ยา เอสา ชาตี"ติ ๔- อยมสฺส อตฺโถ. ชรามรณสฺส หิ ชาติ อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจโย โหติ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๙๙] ภวปเท "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโห กโต. ตตฺถ เหฏฺฐา อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา อุปริ ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อนฺโต กริตฺวา กามภโวติ เวทิตพฺโพ. อยํ นโย อุปปตฺติภเว. อิธ ปน กมฺมภโว ๕- ยุชฺชติ. โส หิ ชาติยา อุปนิสฺสยโกฏิยาว ปจฺจโย โหติ. อุปาทานปทาทีสุปิ "กิมฺหิจี"ติ อิมินา โอกาสปริคฺคโหว กโตติ เวทิตพฺโพ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๙๙] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวไว้เช่นนี้ว่า ‘เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่ภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าภพ คือ กามภพ รูปภพ หรืออรูปภพ ไม่ได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อภพไม่มีโดยประการ ทั้งปวง เพราะภพดับไป ชาติจะปรากฏได้หรือ”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๐๐] อุปาทานปจฺจยา ภโวติ เอตฺถ กามูปาทานํ ติณฺณํ ๖- กมฺมภวานํ ติณฺณญฺจ อุปปตฺติภวานํ ปจฺจโย, ตถา เสสานิปีติ อุปาทานปจฺจยา จตุวีสติ ภวา เวทิตพฺพา. นิปฺปริยาเยเนตฺถ ทฺวาทส กมฺมภวา ลพฺภนฺติ. เตสํ อุปาทานํ ๗- สหชาตโกฏิยาปิ อุปนิสฺสยโกฏิยาปิ ปจฺจโย.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๐๐] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวไว้เช่นนี้ว่า ‘เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าอุปาทาน คือ กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม) ทิฏฐุปาทาน(ความยึดมั่นในทิฏฐิ) สีลัพพตุปาทาน (ความยึดมั่นในศีลพรต) หรืออัตตวาทุปาทาน(ความยึดมั่นในวาทะว่ามีอัตตา) ไม่ได้ มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่ออุปาทานไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะ อุปาทานดับไป ภพจะปรากฏได้หรือ”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๕๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”