อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิมํ ตนฺตึ ฐปยนฺโต อายสฺมา มหากสฺสโป วิย จ. วุฑฺฒิเยวาติ สีลาทีหิ คุเณหิ วุฑฺฒิเยว, โน ปริหานิ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. ภิกษุพึงหวังได้แต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเลย ตราบเท่าที่ภิกษุยังเจริญปีติสัมโพชฌงค์ (ธรรมที่เป็นองค์แห่ง การตรัสรู้คือความอิ่มใจ)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เถราติ ถิรภาวปฺปตฺตา เถรกรเณหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา. พหู รตฺติโย ชานนฺตีติ รตฺตญฺญู. จิรํ ปพฺพชิตานํ ๑- เอเตสนฺติ จิรปพฺพชิตา. สํฆสฺส ปิตุฏฺฐาเน ๒- ฐิตาติ สํฆปิตโร. ปิตุฏฺฐาเน ฐิตตฺตา สํฆํ ปริเณนฺติ ปุพฺพงฺคมา หุตฺวา ตีสุ สิกฺขาปเทสุ ปวตฺเตนฺตีติ สํฆปริณายกา.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. ภิกษุพึงหวังได้แต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเลย ตราบเท่าที่ภิกษุยังเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (ธรรมที่เป็นองค์ แห่งการตรัสรู้คือความสงบกายสงบใจ)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เย เตสํ สกฺการาทีนิ น กโรนฺติ, โอวาทตฺถาย เทฺว ตโย วาเร อุปฏฺฐานํ น คจฺฉนฺติ, เตปิ เตสํ โอวาทํ น เทนฺติ, ปเวณีกถํ น กเถนฺติ, สารภูตํ ธมฺมปริยายํ น สิกฺขาเปนฺติ. เต เตหิ วิสฏฺฐา สีลาทีหิ ธมฺมกฺขนฺเธหิ สตฺตหิ จ อริยธเนหีติ เอวมาทีหิ คุเณหิ ปริหายนฺติ. เย ปน เตสํ สกฺการาทีนิ กโรนฺติ, อุปฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ, เตปิ เตสํ โอวาทํ เทนฺติ. "เอวนฺเต อภิกฺกมิตพฺพํ เอวนฺเต ปฏิกฺกมิตพฺพํ, เอวนฺเต อาโลกิตพฺพํ เอวนฺเต วิโลกิตพฺพํ, เอวนฺเต สมฺมิญชิตพฺพํ เอวนฺเต ปสาริตพฺพํ, เอวนฺเต สํฆาฏิปตฺตจีวรํ ธาเรตพฺพนฺ"ติ. ปเวณีกถํ กเถนฺติ, สารภูตํ ธมฺมปริยายํ สิกฺขาเปนฺติ, เตรสหิ ธุตงฺเคหิ ทสหิ กถาวตฺถูหิ อนุสาสนฺติ. เต เตสํ โอวาเท ฐตฺวา สีลาทีหิ คุเณหิ วฑฺฒมานา สามญฺญตฺถํ อนุปาปุณนฺติ. เอวเมตฺถ หานิวุฑฺฒิโย เวทิตพฺพา.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. ภิกษุพึงหวังได้ แต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเลย ตราบเท่าที่ภิกษุยังเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ (ธรรมที่เป็นองค์แห่ง การตรัสรู้คือความตั้งจิตมั่น)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปุนพฺภวทานํ ปุนพฺภโว, โส สีลมสฺสาติ โปนพฺภวิกา, ๓- โปนพฺภวทายิกาติ ๔- อตฺโถ, ตสฺสา โปโนพฺภวิกาย, ๕- น วสํ คจฺฉิสฺสนฺตีติ ๖- เอตฺถ เย จตุนฺนํ ปจฺจยานํ การณา อุปฏฺฐากานํ ปิณฺฑปฏิปิณฺฑิกา ๗- หุตฺวา คามโต คามํ วิจรนฺติ เต ตสฺสา ตณฺหาย วสํ คจฺฉนฺติ นาม, อิตเร น คจฺฉนฺติ นาม, ตตฺถ หานิวุฑฺฒิโย ปากฏาเยว.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ภิกษุพึงหวังได้แต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเลย ตราบเท่าที่ภิกษุยังเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ (ธรรมที่เป็นองค์ แห่งการตรัสรู้คือความวางใจเป็นกลาง)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพึงหวังได้แต่ความเจริญอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเลย ตราบเท่าที่ภิกษุยังมีอปริหานิยธรรมทั้ง ๗ ประการนี้อยู่ และใส่ใจอปริหานิยธรรม ทั้ง ๗ ประการนี้อยู่

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๔๐] ภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอปริหานิยธรรม ๗ ประการอีกหมวดหนึ่ง แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับ สนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๐๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”