อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๓๗] ทุติยสตฺตเก กมฺมํ อาราโม เอเตสนฺติ กมฺมารามา. กมฺเม รตาติ กมฺมรตา. กมฺมารามตํ อนุยุตฺตาติ ๓- ยุตฺตา ปยุตฺตา อนุยุตฺตา. ตตฺถ กมฺมนฺติ กาตพฺพกมฺมํ ๔- วุจฺจติ. เสยฺยถีทํ:- จีวรวิจารณํ จีวรกรณํ อุปตฺถมฺภนํ สูจิฆรํ ปตฺตตฺถวิกํ อํสวทฺธกํ กายพนฺธนํ ธมฺมกรกํ ๕- อาธารกํ ปาทกถลิกํ สมฺมชฺชนีอาทีนํ กรณนฺติ. เอกจฺโจ หิ เอตานิ กโรนฺโต สกลทิวสํ เอตาเนว กโรติ, ตํ สนฺธาเยส ปฏิกฺเขโป. โย ปน เอเตสํ กรณเวลายเมว เอตานิ กโรติ, อุทฺเทสเวลาย อุทฺเทสํ คณฺหาติ, สชฺฌายเวลาย สชฺฌายติ, เจติยงฺคณเวลาย เจติยงคเณ วตฺตํ กโรติ, มนสิการเวลาย มนสิการํ กโรติ, น โส กมฺมาราโม นาม.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๓๗] ภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอปริหานิยธรรม ๗ ประการอีกหมวดหนึ่ง แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับ สนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

น ภสฺสารามาติ เอตฺถ โย อิตฺถีวณฺณปุริสวณฺณาทิวเสน อลฺลาปสลฺลาปํ ๖- กโรนฺโตเยว ทิวสญฺจ รตฺติญฺจ วีตินาเมติ, เอวรูเป ภสฺเส ปริยนฺตการี น โหติ, อยํ ภสฺสาราโม นาม. อภสฺสาราโม ๗- นาม. โย ปน รตฺตินฺทิวํ ธมฺมํ กเถติ, ปญฺหํ วิสชฺเชติ, อยํ อปฺปภสฺโสว ภสฺเส ปริยนฺตการีเยว. กสฺมา? "สนฺนิปติตานํ โว ภิกฺขเว ทฺวยํ กรณียํ ธมฺมีกถา วา อริโย วา ตุณฺหีภาโว"ติ ๘- วุตฺตตฺตา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

น นิทฺทารามาติ เอตฺถ โย คจฺฉนฺโตปิ นิสินฺโนปิ นิปนฺโนปิ ถีนมิทฺธาภิภูโต นิทฺทายติเยว, อยํ นิทฺทาราโม นาม. ยสฺส ปน

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๐๙

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”