อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ก. อสีติโกติ ๕ ฉ.ม. เวฐมิสฺสเกนาติ, ม. เวขมิสฺสเกนาติ, อิ. เวฆมิสฺสเกนาติ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคทรงรับสวนแล้ว จึงทรงชี้แจงให้นางอัมพปาลีคณิกาเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่น ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากพุทธอาสน์เสด็จจากไป
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๖ ฉ.ม. ชิณฺณสกฏํ ๗ ฉ.ม. ผลเวฐเนน ๘ ฉ.ม.,อิ. กลาปานนฺติ น ทิสฺสติ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่อัมพปาลีวัน เขตกรุงเวสาลี ทรงแสดง ธรรมีกถาเป็นอันมากแก่ภิกษุทั้งหลายอย่างนี้ว่า “ศีลมีลักษณะอย่างนี้ สมาธิมี ลักษณะอย่างนี้ ปัญญามีลักษณะอย่างนี้ สมาธิอันบุคคลอบรมโดยมีศีลเป็นฐาน ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ปัญญาอันบุคคลอบรมโดยมีสมาธิเป็นฐาน ย่อมมี ผลมาก มีอานิสงส์มาก จิตอันบุคคลอบรมโดยมีปัญญาเป็นฐาน ย่อมหลุดพ้น โดยชอบจากอาสวะทั้งหลาย คือ กามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะ”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๙ ฉ.ม.,อิ. ตทตฺถาย ๑๐ ฉ.ม.,อิ. มหาสมุทฺทคตทีปํ อิเม อคฺคตมาติ. ๑- เอวํ สพฺพํ ตมโยคํ ฉินฺทิตฺวา อติวิย อคฺเค อุตฺตมภาเว เต อานนฺท มม ภิกฺขู ภวิสฺสนฺติ. เตสํ ๒- อติอคฺเค ภวิสฺสนฺติ, เย เกจิ สิกฺขากามา, สพฺเพปิ เต จตุสติปฏฺฐานโคจรา จ ๓- ภิกฺขู อคฺเค ภวิสฺสนฺติ. ๔- อรหตฺตนิกูฏน เทสนํ สงฺคณฺหาติ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทรงเข้าจำพรรษาในเวฬุวคาม ๑-
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ทุติยภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๖๓] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ตามความพอพระทัย ในอัมพ- ปาลีวันแล้ว รับสั่งเรียกท่านพระอานนท์มาตรัสว่า “มาเถิด อานนท์ เราจะไป ยังเวฬุวคามกัน” ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงเวฬุวคาม ประทับอยู่ในเวฬุวคามนั้น รับสั่ง เรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “มาเถิด ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงจำพรรษารอบกรุง เวสาลีตามที่ที่มีเพื่อน ตามที่ที่มีคนเคยพบเห็นกัน ตามที่ที่มีคนเคยคบกัน ส่วนเรา จะจำพรรษาในเวฬุวคามนี้”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกภิกษุทูลรับสนองพระดำรัสแล้วจำพรรษารอบกรุงเวสาลีตามที่ที่มีเพื่อน ตามที่ที่มีคนเคยพบเห็นกัน ตามที่ที่มีคนเคยคบกัน ส่วนพระผู้มีพระภาคทรงจำ พรรษาในเวฬุวคามนั้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๖๔] ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงจำพรรษา ได้เกิดอาการพระประชวร อย่างรุนแรงมีทุกขเวทนา ๒- อย่างแสนสาหัสจวนเจียนจะปรินิพพาน พระองค์ทรงมี สติสัมปชัญญะ ทรงอดกลั้นไม่พรั่นพรึงทรงพระดำริว่า “การที่เราไม่บอกผู้อุปัฏฐาก ไม่อำลาภิกษุสงฆ์ปรินิพพานนั้น ไม่เหมาะแก่เรา ทางที่ดี เราควรใช้ความเพียร ๓- ขับไล่อาพาธนี้ ดำรงชีวิตสังขารอยู่ต่อไป”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที