อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม. มารณนฺติกา เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม., อิ. อเมฺหติ สทฺโท น ทิสฺสติ จุนฺท กา ปวตฺตี"ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวุตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา "มหาอุปาสิกา ภนฺเต อาคตา"ติ อาห. เถโร "กสฺมา อเวลาย อาคตตฺถา"ติ ปุจฺฉิ. สา "ตุมฺหากํ ตาต ทสฺสนตฺถายา"ติ วตฺวา "ตาต เก ปฐมํ อาคตา"ติ ปุจฺฉิ. จตฺตาโร มหาราชาโน อุปาสิเกติ. ตาต ตฺวํ จตูหิ มหาราเชหิ มหนฺตตโรติ. อารามิกสทิสา เอเต อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุโน ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ขคฺคหตฺถา หุตฺวา อารกฺขํ อกํสูติ. เตสํ ตาต คตาวสาเน โก อาคโตติ. สกฺโก เทวานมินฺโทติ. เทวราชโตปิ ตฺวํ ตาต มหนฺตตโรติ. ภณฺฑคฺคาหกสามเณรสทิโส เอส อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุโน ตาวตึสโต โอตรณกาเล ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โอติณฺโณติ. ตสฺส ตาต คตาวสาเน โชตมาโน วิย โก อาคโตติ. อุปาสิเก ตุยฺหํ ภควา จ สตฺถา จ สุทฺธาวาสมหาพฺรหฺมา นาม เอโสติ. มยฺหํ ภควโต มหาพฺรหฺมโตปิ ตฺวํ ตาต มหนฺตตโรติ. อาม อุปาสิเก, เอเต นาม กิร อมฺหากํ สตฺถุโน ชาตทิวเส จตฺตาโร มหาพฺรหฺมาโน มหาปุริสํ สุวณฺณชาเลน ปฏิคฺคณฺหึสูติ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ พฺราหฺมณิยา "ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ อานุภาโว, กีทิโส วต มยฺหํ ปุตฺตสฺส ภควโต สตฺถุ อานุภาโว ภวิสฺสตี"ติ จินฺตยนฺติยา สหสา ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ ๑- ผริ. เถโร "อุปฺปนฺนํ เม มาตุ ปีติโสมนสฺสํ, อยํ อิทานิ กาโล ธมฺมเทสนายา"ติ จินฺเตตฺวา "กึ จินฺเตสิ มหาอุปาสิเก"ติ อาห. สา "ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ คุโณ, สตฺถุ ปนสฺส กีทิโส คุโณ ภวิสฺสตีติ อิทํ ตาต จินฺเตมี"ติ อาห. มหาอุปาสิเก มยฺหํ สตฺถุ ชาตกฺขเณ มหาภินิกฺขมเน สมฺโพธิยํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน จ ทสสหสฺสี โลกธาตุ กมฺปิตฺถ, สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน สโม นาม นตฺถิ, อิติปิ โส ภควาติ วิตฺถาเรตฺวา พุทฺธคุณปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมเทสนํ กเถสิ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
พฺราหฺมณี ปิยปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปุตฺตํ อาห "ตาต อุปติสฺส, กสฺมา เอวมกาสิ, เอวรูปํ นาม อมตํ มยฺหํ เอตฺตกํ กาลํ น อทาสี"ติ. เถโร "ทินฺนํทานิ เม มาตุยา สาริยา ๒-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๘๒๒/๓๘๕-๓๘๖, องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๗๐/๓๗๒
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ กัป ในที่นี้หมายถึงอายุกัป คือช่วงอายุของคนแต่ละยุค ในยุคของพระพุทธเจ้าของเรา อายุกัปของคน =
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑๐๐ ปี (ที.ม.อ. ๑๖๗/๑๕๗)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แม้ครั้งที่ ๓ พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสกับพระอานนท์ดังนี้ว่า “อานนท์ กรุงเวสาลีน่ารื่นรมย์ อุเทนเจดีย์น่ารื่นรมย์ โคตมกเจดีย์น่ารื่นรมย์ สัตตัมพเจดีย์ น่ารื่นรมย์ พหุปุตตเจดีย์น่ารื่นรมย์ สารันททเจดีย์น่ารื่นรมย์ ปาวาลเจดีย์น่ารื่นรมย์ อิทธิบาท ๔ ผู้ใดผู้หนึ่งเจริญ ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยานแล้ว ทำให้เป็น ที่ตั้งแล้ว ให้ตั้งมั่นแล้ว สั่งสมแล้ว ปรารภดีแล้ว ผู้นั้นเมื่อมุ่งหวัง พึงดำรงอยู่ได้ ๑ กัป หรือเกินกว่า ๑ กัป อิทธิบาท ๔ ตถาคตเจริญ ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็น ดุจยานแล้ว ทำให้เป็นที่ตั้งแล้ว ให้ตั้งมั่นแล้ว สั่งสมแล้ว ปรารภดีแล้ว ตถาคต เมื่อมุ่งหวัง พึงดำรงอยู่ได้ ๑ กัป หรือเกินกว่า ๑ กัป” เมื่อพระผู้มีพระภาคทรง ทำนิมิตที่ชัดแจ้ง ทรงทำโอภาสที่ชัดเจนแม้อย่างนี้ ท่านพระอานนท์ก็ไม่อาจจะรู้ทัน จึงไม่กราบทูลวิงวอนพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาค โปรดดำรงพระชนมชีพอยู่ตลอดกัป ขอพระสุคตโปรดดำรงพระชนมชีพอยู่ตลอดกัป เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย” เพราะท่านพระอานนท์ถูกมารดลใจ จากนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ไปเถิดอานนท์ เธอจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด” ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว ลุกจากอาสนะถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคกระทำประทักษิณแล้วนั่งที่โคนไม้แห่งหนึ่ง ในที่ไม่ไกล
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที