อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิเมสุ โข อานฺนท ทฺวีสุ กาเลสูติ กสฺมา อิเมสุ ทฺวีสุ กาเลสุ เอวํ โหติ? อาหารวิเสเสน เจว พลวโสมนสฺเสน จ. เอเตสุ ทฺวีสุ กาเลสุ สกลจกฺกวาฬเทวตา อาหาเร โอชํ ปกฺขิปนฺติ, ตํ ปน โภชนํ ๔- กุจฺฉึ ปวิสิตฺวา ปสนฺนรูปํ สมุฏฺฐาเปติ. อาหารสมุฏฺฐานรูปสฺส ปสนฺนตฺตา มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อติวิย วิโรจนฺติ. สมฺโพธิทิวเส จสฺส "อเนกกปฺปโกฏิสตสหสฺสสญฺจิโต วต เม กิเลสราสิ อชฺช ปหีโน"ติ อาวชฺเชนฺตสฺส ๕- พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ ปสีทติ, จิตฺเต ปสนฺเน โลหิตํ ปสีทติ, โลหิเต ปสนฺเน มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อติวิย วิโรจนฺติ. ปรินิพฺพานทิวเส "อชฺชทานาหํ อเนเกหิ พุทฺธสตสหสฺเสหิ ปวิฏฺฐํ อมตมหานิพฺพานนครํ ๖- ปวิสิสฺสามี"ติ อาวชฺเชนฺตสฺส พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ ปสีทติ, จิตฺเต ปสนฺเน โลหิตํ ปสีทติ, โลหิเต ปสนฺเน มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อติวิย วิโรจนฺติ. อิติ อาหารวเสน ๗- เจว พลวโสมนสฺเสน จ อิเมสุ ทฺวีสุ กาเลสุ เอวํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. อุปวตฺตเนติ ปาจีนโต นิวตฺตนสาลวเน. อนฺตเร ๘- ยมกสาลานนฺติ ยมกสาลรุกฺขานํ มชฺเฌ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มหาปเทส ๔ ประการ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

(ข้ออ้างที่สำคัญ)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@อิ. ปจฺฉินฺนปภา ๔ ฉ.ม.,อิ. ปณีตโภชนํ ๕ ฉ.ม. อาวชฺชนฺตสฺส เอวมุปริปิ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๘๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ตามความพอพระทัยในภัณฑุคาม แล้ว รับสั่งเรียกท่านพระอานนท์มาตรัสว่า “มาเถิด อานนท์ เราจะเข้าไปยัง หัตถีคามกัน” ... “มาเถิด อานนท์ เราจะเข้าไปยังอัมพคามกัน” ... “มาเถิด อานนท์ เราจะเข้าไปยังชัมพุคามกัน” ... “มาเถิด อานนท์ เราจะเข้าไปยังโภค- นครกัน” ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงโภคนคร ประทับอยู่ที่อานันทเจดีย์ในโภคนคร รับสั่งเรียก ภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงมหาปเทส ๔ ประการนี้ เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม.,อิ. อมตมหานิพฺพานํ นาม นครํ ๗ ฉ.ม.,อิ. อาหารวิเสเสเนว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๘๘] ๑. ภิกษุในธรรมวินัยนี้พึงกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ผู้มีอายุ ข้าพเจ้าได้สดับ รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า ‘นี้เป็นธรรม นี้เป็น วินัย นี้เป็นสัตถุสาสน์’ เธอทั้งหลายยังไม่พึงชื่นชม ยังไม่พึง คัดค้านคำกล่าวของผู้นั้น พึงเรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้น ให้ดี ๑- แล้ว พึงสอบดูในสูตร เทียบดูในวินัย ถ้าบทและพยัญชนะ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ พึงเรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี หมายถึงการเรียนที่สามารถรู้ว่า ตรงนี้แสดงบาลีไว้ ตรงนี้แสดง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@อรรถาธิบายไว้ ตรงนี้แสดงอนุสนธิไว้ ตรงนี้แสดงเบื้องต้นและเบื้องปลายไว้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๘๐/๔๐๒) เหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ไม่ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ไม่ได้ พึงลง สันนิษฐานว่า ‘นี้มิใช่พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น แน่นอน และภิกษุนี้รับมาผิด‘เธอทั้งหลายพึงทิ้งคำนั้นเสีย ถ้าบทและพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ได้ เทียบเข้า ในวินัยก็ได้ พึงลงสันนิษฐานว่า ‘นี้เป็นพระดำรัสของพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้นแน่นอน และภิกษุนี้รับมาด้วยดี’ เธอทั้งหลาย พึงจำมหาปเทสประการที่ ๑ นี้ไว้

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๘๓

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”