อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เตสุ เชฏฺฐโก อญฺญาโกณฺฑญฺญตฺเถโร ๕- ชาโต, ภควา "กสฺส นุโข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺยนฺ"ติ โอโลเกนฺโต "อญฺญาโกณฺฑญฺโญ ๕- เอกสฺมึ สสฺเส นว วาเร ๖- อคฺคทานานิ อทาสิ, อิมํ อคฺคธมฺมํ ตสฺส เทเสสฺสามี"ติ สพฺพปฐมํ ธมฺมํ เทเสสิ. โส อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. กนิฏฺโฐ ปน โอหิยิตฺวา ปจฺฉา ทานสฺส ทินฺนตฺตา สตฺถุ ปรินิพฺพานกาเล เอวํ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ ทฏฺฐุกาโม อโหสิ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระเจ้าจักรพรรดิเป็นถูปารหบุคคล เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ อะไร

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คือ ชนเป็นอันมากทำจิตให้เลื่อมใสด้วยคิดว่า นี้เป็นพระสถูปของพระธรรม- ราชาผู้ทรงธรรมพระองค์นั้น พวกเขาทำจิตให้เลื่อมใสในพระสถูปนั้น หลังจากตาย แล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ พระเจ้าจักรพรรดิเป็นถูปารหบุคคล เพราะอาศัย อำนาจประโยชน์ข้อนี้แล

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๔ ฉ.ม. ขลภณฺฑคฺคํ, อิ. ภณฺฑคฺคํ ๕-๕ ฉ.ม. อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร, อญฺญาสิ...

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อานนท์ ถูปารหบุคคล ๔ จำพวกนี้แล”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม.,อิ. วาเรติ ทิสฺสติ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่องความเป็นอัจฉริยะของพระอานนท์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๐๗] เวลานั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปสู่พระวิหาร ๑- ยืนเหนี่ยวไม้สลักเพชร ร้องไห้อยู่ว่า “เรายังเป็นเสขบุคคล มีกิจที่จะต้องทำ แต่พระศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์ เราจะปรินิพพานเสียแล้ว”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า “อานนท์ไปไหน” พวกภิกษุกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระอานนท์เข้าไปยังพระ วิหาร ยืนเหนี่ยวไม้สลักเพชรร้องไห้อยู่ว่า ‘เรายังเป็นเสขบุคคล มีกิจที่จะต้องทำ แต่พระศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์เราจะปรินิพพานเสียแล้ว”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุรูปหนึ่งมาตรัสว่า “ภิกษุ เธอจงไป บอกอานนท์ตามคำเราว่า ‘ท่านอานนท์ พระศาสดารับสั่งหาท่าน”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๑๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”