อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มา ตถาคตํ วิเหเฐสีติ เถโร กิร "เอเต อญฺญติตฺถิยา นาม อตฺตคฺคหณเมว คณฺหนฺติ, ตสฺส วิสชฺชาปนตฺถาย ภควโต พหุํ ภาสมานสฺส กายิกวาจสิกวิเหสา ภวิสฺสติ, ปกติยาปิ จ กิลนฺโตเยว ภควา"ติ มญฺญมาโน เอวมาห. ปริพฺพาชโก "น เม อยํ ภิกฺขุ โอกาสํ กโรติ, อตฺถิเกน ปน อนุวตฺติตฺวา กาเรตพฺโพ"ติ เถรํ อนุวตฺเตนฺโต ทุติยมฺปิ ตติยมฺปิ อาห.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๑๓] อสฺโสสิ โขติ สาณิทฺวาเร ฐิตสฺส ภาสโต ปกติโสเตเนว อสฺโสสิ, สุตฺวา จ ปน สุภทฺทสฺเสว อตฺถาย มหตา อุสฺสาเหน อาคตตฺตา อลํ อานนฺทาติ อาทิมาห. ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปฏฺเฐ นิปาโต. อญฺญาเปกฺโข วาติ ญาตุกาโมว ๑- หุตฺวา. อพฺภญฺญึสูติ ยถา เตสํ ปฏิญฺญา, ตเถว ชานึสุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- สเจ เนสํ สา ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, สพฺเพ อพฺภญฺญึสุ, โน เจ, น อพฺภญฺญึสุ. ตสฺมา กึ เตสํ ปฏิญฺญา นิยฺยานิกา, น นิยฺยานิกาติ อยเมว ตสฺส ปญฺหสฺส อตฺโถ. อถ ภควา เตสํ อนิยฺยานิกภาวกถเนน อฏฺฐานภาวโต ๒- เจว โอกาสาภาวโต จ "อลนฺ"ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ธมฺมเมว เทเสสิ. ปฐมยามมฺหิ มลฺลานํ ธมฺมํ เทเสตฺวา มชฺฌิมยาเม สุภทฺทสฺส, ปจฺฉิมยาเม ภิกฺขุสํฆํ โอวทิตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปรินิพฺพายิสฺสามีติ ๓- ภควา อาคโต.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๑๓] พระผู้มีพระภาคทรงได้ยินถ้อยคำของท่านพระอานนท์เจรจากับ สุภัททปริพาชก จึงรับสั่งเรียกท่านพระอานนท์มาตรัสว่า “อย่าห้ามสุภัททะเลย อานนท์ ให้สุภัททะเข้ามาหาตถาคต เขาจะถามปัญหาบางอย่างกับเรา เขาจะถาม เพื่อหวังความรู้เท่านั้น ไม่หวังรบกวนเรา อนึ่ง เมื่อเราตอบสิ่งที่ถาม เขาจะรู้ได้ทันที”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๒๑๔] สมโณปิ ตตฺถ น อุปลพฺภตีติ ปฐโม โสตาปนฺนสมโณปิ ตตฺถ นตฺถิ, ทุติโย สกทาคามิสมโณปิ, ตติโย อนาคามิสมโณปิ, จตุตฺโถ อรหนฺตสมโณปิ ตตฺถ นตฺถีติ อตฺโถ. "อิมสฺมึ โข"ติ ปุริมเทสนาย อนิยมโต วตฺวา อิทานิ อตฺตโน สาสนํ นิยเมนฺโต อาห. สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภีติ จตุนฺนํ มคฺคานํ อตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกหิ จตูหิ, มคฺคฏฺเฐหิ จตูหิ, ผลฏฺเฐหิ จตูหีติ ทฺวาทสหิ สมเณหิ ปรปฺปวาทา สุญฺญา ตุจฺฉา ริตฺตกา. อิเม จ สุภทฺทาติ อิเม ทฺวาทส ภิกฺขู. สมฺมา วิหเรยฺยุยฺนติ เอตฺถ โสตาปนฺโน อตฺตนา ๔- อธิคตฏฺฐานํ อญฺญสฺส กเถตฺวา ตํ โสตาปนฺนํ กโรนฺโต สมฺมา วิหรติ นาม. เอส นโย สกทาคามิอาทีสุ. โสตาปตฺติมคฺคฏฺโฐ อญฺญํปิ โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐํ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๑๔] “สุภัททะ ในธรรมวินัยที่ไม่มีอริยมรรคมีองค์ ๘ ย่อมไม่มีสมณะที่ ๑ ย่อมไม่มีสมณะที่ ๒ ย่อมไม่มีสมณะที่ ๓ ย่อมไม่มีสมณะที่ ๔ ๑- ในธรรมวินัยที่มี อริยมรรคมีองค์ ๘ ย่อมมีสมณะที่ ๑ ย่อมมีสมณะที่ ๒ ย่อมมีสมณะที่ ๓ ย่อมมี สมณะที่ ๔ สุภัททะ ในธรรมวินัยนี้มีอริยมรรคมีองค์ ๘ สมณะที่ ๑ มีอยู่ในธรรม วินัยนี้เท่านั้น สมณะที่ ๒ มีอยู่ในธรรมวินัยนี้เท่านั้น สมณะที่ ๓ มีอยู่ในธรรมวินัยนี้ เท่านั้น สมณะที่ ๔ ก็มีอยู่ในธรรมวินัยนี้เท่านั้น ลัทธิอื่นว่างจากสมณะทั้งหลายผู้รู้ ทั่วถึง สุภัททะ ถ้าภิกษุเหล่านี้เป็นอยู่โดยชอบ โลกจะไม่พึงว่างจากพระอรหันต์ ทั้งหลาย

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๑๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”