อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อุทกธาราติ อคฺคพาหุมตฺตาปิ ชงฺฆมตฺตาปิ ตาลกฺขนฺธมตฺตาปิ อุทกธารา อากาสโต ปติตฺวา นิพฺพาเปสิ. อุทกํ สาลโตปีติ ปริวาเรตฺวา ฐิตสาลรุกฺเข สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, เตสํปิ หิ ขนฺธนฺตรวิฏปนฺตเรหิ อุทกธารา นิกฺขมิตฺวา นิพฺพาเปสุํ. ภควโต จิตโก มหนฺโต. สมนฺตา ปฐวึ ภินฺทิตฺวาปิ นงฺคลสีสมตฺตา อุทกวฏฺฏิ ผลิกวฏํสกสทิสา อุคฺคนฺตฺวา จิตกเมว คณฺหาติ. ๓- คนฺโธทเกนาติ สุวณฺณฆเฏ รชตฆเฏ จ ปูเรตฺวา ปูเรตฺวา อาภตนานาคนฺโธทเกน. นิพฺพาเปสุนฺติ สุวณฺณมยรชตมเยหิ อฏฺฐทณฺฑเกหิ วิกิริตฺวา จนฺทนจิตกํ นิพฺพาเปสุํ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ส่วนเทวดาที่ไม่มีราคะ มีสติสัมปชัญญะก็อดกลั้นได้ว่า “สังขารทั้งหลายไม่ เที่ยงหนอ เหล่าสัตว์จะพึงหาได้อะไรจากที่ไหนในสังขารนี้”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺถ จ จิตเก ฌายมาเน ปริวาเรตฺวา ฐิตสาลรุกฺขานํ สาขนฺตเรหิ วิฏปนฺตเรหิ ปตฺตนฺตเรหิ จ ชาลา อุคฺคจฺฉนฺติ, ปตฺตา ๔- วา สาขา วา ปุปฺผา วา ทฑฺฒา นาม นตฺถิ, กิปีลิกาปิ มกฺกฏกาปิ ปาณกาปิ ชาลานํ อนฺตเรเนว วิจรนฺติ. อากาสโต ปติตอุทกธาราสุปิ สาลรุกฺเขหิ นิกฺขนฺตอุทกธาราสุปิ ปฐวึ ภินฺทิตฺวา นิกฺขนฺตอุทกธาราสุปิ ธมฺมตาว ๕- ปมาณํ. เอวํ จิตกํ นิพฺพาเปตฺวา ปน มลฺลราชาโน สณฺฐาคาเร จตุชาติยคนฺธปริภณฺฑํ กาเรตฺวา ลาชปญฺจมานิ ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธิตฺวา สุวณฺณตารกาทีหิ ขจิตฺวา ตตฺถ คนฺธทามมาลาทามรตนทามานิ โอลมฺเพตฺวา สณฺฐาคารโต ยาว มกุฏพนฺธนสงฺขาตา สีสปสาธนมงฺคลสาลา, ตาว อุโภหิ ปสฺเสหิ สาณิกิลญฺชปริกฺเขปํ กาเรตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธิตฺวา ๖- สุวณฺณตารกาทีหิ ขจิตฺวา ตตฺถปิ คนฺธทามมาลาทามรตนทามานิ โอลมฺเพตฺวา มณิทณฺฑวณฺเณหิ ๗- จ เวฬูหิ ๘- จ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอนุรุทธะกับท่านพระอานนท์ให้เวลาผ่านไปด้วยการแสดงธรรมีกถา ตลอดคืนยันรุ่ง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๒๖] ต่อมา ท่านพระอนุรุทธะสั่งท่านพระอานนท์ว่า “ไปเถิด อานนท์ผู้มี อายุ ท่านจงเข้าไปยังกรุงกุสินารา แจ้งแก่เจ้ามัลละทั้งหลายผู้ครองกรุงกุสินาราว่า ‘วาเสฏฐะทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคปรินิพพานแล้ว ขอท่านทั้งหลายจงกำหนดเวลา ที่สมควร ณ บัดนี้เถิด” ท่านพระอานนท์รับคำแล้ว ตอนเช้าจึงครองอันตรวาสกถือ บาตรและจีวรเข้าไปยังกรุงกุสินาราเพียงผู้เดียว

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. คณฺหนฺติ ๔ ฉ.ม., อิ. ปตฺตํ ๕ ฉ.ม., อิ. ธมฺมกถาว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ขณะนั้น พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินารากำลังประชุมกันอยู่ที่สัณฐาคารเกี่ยว กับเรื่องปรินิพพาน ท่านพระอานนท์เข้าไปที่สัณฐาคารของพวกเจ้ามัลละแล้วถวาย พระพรว่า “วาเสฏฐะทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคปรินิพพานแล้ว ขอท่านทั้งหลาย จงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเจ้ามัลละ โอรส สุณิสา และปชาบดีของพวกเจ้ามัลละ พอได้สดับ ข่าว(จาก)ท่านพระอานนท์อย่างนี้แล้ว ทรงโศกเสียพระทัย เปี่ยมไปด้วยโทมนัส บางพวกสยายพระเกศา ทรงประคองพระพาหา ทรงกันแสงคร่ำครวญ ล้มกลิ้งเกลือก ไปมา เหมือนคนเท้าขาด ทรงเพ้อรำพันว่า “พระผู้มีพระภาคด่วนปรินิพพาน พระสุคต ด่วนปรินิพพานเสีย จักษุของโลกด่วนอันตรธานไปแล้ว”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บูชาพระพุทธสรีระ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๔๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”