อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๖ ฉ.ม., อิ. พนฺธาเปตฺวา ๗ อิ. มณิทณฺเฑหิ ๘ ฉ.ม. เวณูหิ ปญฺจวณฺณธเช อุสฺสาเปตฺวา สมนฺตา ธชปฏากา ๑- ปริกฺขิปิตฺวา สิตฺตสมฏฺฐาสุ ๒- วีถีสุ กทลิโย ปุณฺณฆเฏ จ ฐเปตฺวา ทณฺฑทีปิกา ชาเลตฺวา อลงฺกตหตฺถิกฺขนฺเธ สห ธาตูหิ สุวณฺณโทณึ ฐเปตฺวา มาลาคนฺธาทีหิ ปูเชนฺตา สาธุกีฬิกํ กีฬนฺตา อนฺโตนครํ ปเวเสตฺวา สณฺฐาคาเร สตฺตรตนมยปลฺลงฺเก ๓- ฐเปตฺวา อุปริ เสตจฺฉตฺตํ ธาเรสุํ. เอวํ กตฺวา "อถโข โกสินารกา มลฺลา ภควโต สรีรานิ สตฺตาหํ สณฺฐาคาเร สตฺติปญฺชรํ กริตฺวา"ติ สพฺพํ เวทิตพฺพํ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๒๗] ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินารารับสั่งข้าราชบริพารว่า “พนาย ถ้าอย่างนั้น ท่านทั้งหลายจงเตรียมของหอมระเบียบดอกไม้และเครื่องดนตรี ทุกอย่างที่มีในกรุงกุสินาราไว้ให้พร้อม” แล้วทรงถือเอาของหอมระเบียบดอกไม้ เครื่องดนตรีทุกอย่างและผ้า ๕๐๐ คู่ เสด็จเข้าไปยังสาลวันของพวกเจ้ามัลละซึ่งเป็น ทางเข้าเมือง ตรงไปยังพระพุทธสรีระแล้ว ทรงสักการะ เคารพ นบนอบ บูชา พระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอก ไม้และของหอม ทรงดาดเพดานผ้า ตกแต่งมณฑลมาลาอาสน์ ให้วันนั้นหมด ไปด้วยกิจกรรมอย่างนี้

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ สตฺติปญฺชรํ กริตฺวาติ สตฺติหตฺเถหิ ปุริเสหิ ปริกฺขิปาเปตฺวา. ธนุปาการนฺติ ปฐมนฺตาว หตฺถี กุมฺเภน กุมฺภํ ปหรนฺเต ปริกฺขิปาเปสุํ, ตโต อสฺเส คีวาย คีวํ ปหรนฺเต. ตโต รเถ อาณิโกฏิยา อาณิโกฏึ ปหรนฺเต. ตโต โยเธ พาหุนา พาหุํ ปหรนฺเต. เตสํ ปริยนฺเต โกฏิยา โกฏึ ปหรมานานิ ธนูนิ ปริกฺขิปาเปสุํ. อิติ สมนฺตา โยชนปฺปมาณํ ฐานํ สตฺตาหํ สนฺนาหควจฺฉิกํ วิย กตฺวา อารกฺขํ สํวิทหึสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "ธนุปาการํ ปริกฺขิปาเปตฺวา"ติ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ต่อมา พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราทรงดำริว่า “วันนี้เย็นเกินไป ที่จะ ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระผู้มีพระภาค พรุ่งนี้เราจึงค่อยถวายพระเพลิง”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กสฺมา ปน เต เอวมกํสูติ. อิโต ปุริเมสุ หิ ทฺวีสุ สตฺตาเหสุ เต ภิกฺขุสํฆสฺส ฐานนิสชฺโชกาสํ กโรนฺตา ขาทนียโภชนียํ สํวิทหนฺตา สาธุกีฬิกาย โอกาสํ น ลภึสูติ. ตโต เนสํ อโหสิ "อิมํ สตฺตาหํ สาธุกีฬิกํ กีฬิสฺสาม, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ อมฺหากํ ปมตฺตภาวํ ญตฺวา โกจิเทว อาคนฺตฺวาว ธาตุโย คเณฺหยฺย, ตสฺมา อารกฺขํ ฐเปตฺวา กีฬิสฺสามา"ติ. เตน เต เอวมกํสุ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จากนั้นก็ทรงสักการะ เคารพ นบนอบ บูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยการ ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และของหอม ทรงดาดเพดานผ้า ตกแต่งมณฑลมาลาอาสน์ ให้เวลาวันที่ ๒ วันที่ ๓ วันที่ ๔ วันที่ ๕ วันที่ ๖ หมดไป

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

พุทฺธสรีรธาตุวิภชนวณฺณนา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พอถึงวันที่ ๗ พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราทรงดำริว่า “เราสักการะ เคารพ นบนอบ บูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาค ด้วยการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และของหอม จะอัญเชิญ (พระสรีระ) ไปทางทิศใต้ ของเมือง เสร็จแล้วจึงถวายพระเพลิงพระสรีระของพระผู้มีพระภาคข้างนอกพระนคร ทางทิศใต้”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๒๘] ในวันนั้น ประมุขเจ้ามัลละ ๘ องค์ สรงสนานพระเศียรแล้วทรง พระภูษาใหม่ ด้วยตั้งพระทัยว่า “พวกเราจะอัญเชิญพระสรีระของพระผู้มีพระภาคขึ้น” แต่ไม่อาจจะยกขึ้นได้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินาราจึงตรัสถามท่านพระอนุรุทธะว่า “ท่านพระ อนุรุทธะ อะไรหนอแลเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัย ที่ทำให้ประมุขเจ้ามัลละ ๘ องค์นี้ ทรงสรงสนานพระเศียรแล้วทรงพระภูษาใหม่ ด้วยตั้งพระทัยว่า ‘พวกเราจะอัญเชิญ พระสรีระของพระผู้มีพระภาคขึ้น’ แต่ไม่อาจจะยกขึ้นได้”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอนุรุทธะถวายพระพรว่า “วาเสฏฐะทั้งหลาย มหาบพิตรมีพระประสงค์ อย่างหนึ่ง พวกเทวดามีความประสงค์อีกอย่างหนึ่ง”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๔๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”