อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นชื่อเรียกศาลามงคลซึ่งเป็นสถานที่ประดับเครื่องทรงพระวรกายของพวกเจ้ามัลละ

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓-๓ ฉ.ม., อิ. ตุมฺหากํ สรณํ คโต. ภควา"ติ ปุนปฺปุนํ ปริเทวิตฺวา "นนุ ภควา อหํ อญฺญทา เอวรูเป กาเล `ตุเมฺห มหาภิกฺขุสํฆปริวารา ชมฺพูทีปตเล จาริกํ จรถา'ติ สุโณมิ, อิทานิ ปนาหํ ตุมฺหากํ อนนุรูปํ อยุตฺตํ ปวุตฺตึ สุโณมี"ติ เอวมาทีนิ จ วตฺวา สฏฺฐิมตฺตาหิ คาถาหิ ภควโต คุณํ อนุสฺสริตฺวา จินฺเตสิ "มม ปริเทเวน ๑- น สิชฺฌติ, ทสพลสฺส ธาตุโย อาหราเปสฺสามี"ติ. เอวํ อสฺโสสิ. สุตฺวา จ อิมิสฺสา วิสญฺญิภาวาทิปฺปวตฺติยา อวสาเน ทูตํ ปาเหสิ. ตํ สนฺธาย อถโข ราชาติ อาทิ วุตฺตํ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ในพระราชพิธีราชาภิเษก ที่เรียกว่า เจดีย์ เพราะเป็นสถานที่ควรเคารพยำเกรง (ที.ม.อ. ๒๒๘/๒๐๔,

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ทูตํ ปาเหสีติ ทูตํ จ ปณฺณํ จ เปเสสิ. เปเสตฺวา จ ปน "สเจ ทสฺสนฺติ, สุนฺทรํ. โน เจ ทสฺสนฺติ, อาหรณูปาเยน อาหริสฺสามี"ติ จตุรงฺคินีเสนํ สนฺนยฺหิตฺวา สยํปิ นิกฺขนฺโตเยว. ยถา จ อชาตสตฺตุ เอวํ ลิจฺฉวีอาทโยปิ ทูตํ เปเสตฺวา สยํปิ จตุรงฺคินิยา เสนาย นิกฺขมึสุเยว. ตตฺถ ปาเวยฺยกา สพฺเพหิปิ อาสนฺนตรา กุสินารโต ติคาวุตนฺตเร นคเร วสนฺติ, ภควาปิ ปาวํ ปวิสิตฺวา กุสินารํ คโต. อถ กสฺมา ปฐมตรํ น อาคตาติ เจ. มหาปริวารา ปน เต ราชาโน มหาปริวารํ กโรนฺตาว ปจฺฉโต ชาตา.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ที.ม.ฏีกา ๒๒๘/๒๓๒)

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เต สํเฆ คเณ เอตทโวจุนฺติ สพฺเพปิ เต สตฺตนครวาสิเก อาคนฺตฺวา "อมฺหากํ ธาตุโย วา เทนฺตุ, ยุทฺธํ วา"ติ กุสินารานครํ ปริวาเรตฺวา ฐิเต "เอตํ ภควา อมฺหากํ คามกฺเขตฺเต"ติ ปฏิวจนมโวจุํ. เต ราชาโน ๒- กิร เอวมาหํสุ "น มยํ สตฺถุ สาสนํ ปหิณิมฺหา, นาปิ คนฺตฺวา อานยิมฺหา. สตฺถา ปน สยเมว อาคนฺตฺวา สาสนํ เปเสตฺวา อเมฺห ปกฺโกสาเปสิ. ตุเมฺหปิ โข ปน ยํ ตุมฺหากํ คามกฺเขตฺเต รตนํ อุปฺปชฺชติ, น ตํ อมฺหากํ เทถ. สเทวเก จ โลเก พุทฺธรตนสมํ รตนํ นาม นตฺถิ, เอวรูปํ อุตฺตมรตนํ ลภิตฺวา มยํ น ทสฺสาม. น โข ปน ตุเมฺหหิเยว มาตุ ถนโต ขีรํ ปีตํ, อเมฺหหิปิ มาตุ ถนโต ขีรํ ปีตํ. น ตุเมฺหเยว ปุริสา, อเมฺหปิ ปุริสา. โหตู"ติ อญฺญมญฺญํ อหํการํ กตฺวา สาสนปฏิสาสนํ เปเสนฺติ, อญฺญมญฺญํ มานคชฺชิตํ คชฺชนฺติ. ยุทฺเธ ปน สติ โกสินารกานํเยว ชโย อภวิสฺส กสฺมา? ยสฺมา ธาตุปูชนตฺถํ ๓- อาคตา เทวตา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตรพึงปฏิบัติต่อพระสรีระของ พระตถาคต เหมือนอย่างที่พวกเขาปฏิบัติต่อพระบรมศพของพระเจ้าจักรพรรดิ นั่นแหละ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเจ้ามัลละตรัสถามว่า “พวกเขาปฏิบัติต่อพระบรมศพของพระเจ้า จักรพรรดิอย่างไร พระคุณเจ้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “พวกเขาใช้ผ้าใหม่ห่อพระบรมศพของ พระเจ้าจักรพรรดิเสร็จแล้ว จึงห่อด้วยสำลีบริสุทธิ์ แล้วจึงห่อด้วยผ้าใหม่อีกชั้นหนึ่ง ทำโดยวิธีนี้ จนห่อพระบรมศพของพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าและสำลีได้ ๑,๐๐๐ ชั้น แล้วอัญเชิญพระบรมศพลงในรางเหล็กเต็มด้วยน้ำมัน ใช้รางเหล็กอีกอันหนึ่ง ครอบแล้ว ทำจิตกาธานด้วยไม้หอมล้วน แล้วถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้า จักรพรรดิ สร้างพระสถูปของพระเจ้าจักรพรรดิไว้ที่ทางใหญ่สี่แพร่ง พวกท่านพึง ปฏิบัติต่อพระสรีระของพระตถาคต เหมือนอย่างที่พวกเขาปฏิบัติต่อพระบรมศพ ของพระเจ้าจักรพรรดิ พึงสร้างพระสถูปของพระตถาคตไว้ที่ทางใหญ่สี่แพร่ง ชนเหล่าใดจักยกระเบียบดอกไม้ ของหอม หรือจุรณ จักถวายอภิวาท หรือจักทำจิต เลื่อมใสในพระสถูปนั้น การกระทำนั้นจักเป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่ชนเหล่านั้น ตลอดกาลนาน”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับนั้น พวกเจ้ามัลละผู้ครองกรุงกุสินารารับสั่งข้าราชบริพารว่า “ท่าน ทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงเตรียมสำลีบริสุทธิ์ไว้ให้พร้อม” จากนั้นทรงใช้ผ้า ใหม่ห่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาค เสร็จแล้วจึงห่อด้วยสำลีบริสุทธิ์ แล้วจึงห่อ ด้วยผ้าใหม่อีกชั้นหนึ่ง ทำโดยวิธีดังนี้ จนห่อพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยผ้า และสำลีได้ ๑,๐๐๐ ชั้น แล้วอัญเชิญพระสรีระลงในรางเหล็กเต็มด้วยน้ำมัน ใช้ราง เหล็กอีกอันหนึ่งครอบแล้ว ทำจิตกาธานด้วยไม้หอมล้วน แล้วอัญเชิญพระสรีระ ของพระผู้มีพระภาคขึ้นสู่จิตกาธาน

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๔๔

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”