อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๔๗] เอวํ ปาตุภูตหตฺถิรตนสฺส ปน จกฺกวตฺติโน อมจฺจา ปกติมงฺคลอสฺสฏฺฐานํ สุจิสมตลํ กาเรตฺวา อลงฺกริตฺวา จ ปุริมนเยเนว รญฺโญ ตสฺส อาคมนจินฺตนตฺถํ อุสฺสาหํ ชเนนฺติ. โส ปุริมนเยเนว กตทานมานนสกฺกาโร สมาทินฺนสีลวตฺโต ๑- ปาสาทตเล สุขนิสินฺโน ปุญฺญสมฺปตฺตึ สมนุสฺสรติ. อถสฺส ปุญฺญานุภาวโจทิโต สินฺธวกุลโต วิชฺชุลตาวินทฺธสรทกาลเสตวลาหกราสิสสฺสิริโก รตฺตปาโท รตฺตตุณฺโฑ จนฺทปฺปภาปุญฺชสทิสสุทฺธสินิทฺธฆนสํฆาฏสรีโร ๒- กากคีวา วิย อินฺทนีลมณิ วิย จ กาฬวณฺเณน สีเสน สมนฺนาคตตฺตา กากสีโส ๓- สุฏฺฐุ กปฺเปตฺวา ฐปิเตหิ วิย มุญฺชสทิเสหิ เสเตหิ ๔- สณฺหวฏฺฏอุชุคติคเตหิ เกเสหิ สมนฺนาคตตฺตา มุญฺชเกโส เวหาสงฺคโม วลาหโก นาม อสฺสราชา อาคนฺตฺวา ตสฺมึ ฐาเน ปติฏฺฐหิ. ๕- มหาสุทสฺสนสฺส ปเนส หตฺถิรตนํ วิย อาคโต. เสสํ สพฺพํ หตฺถิรตเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอวรูปํ อสฺสรตนํ สนฺธาย ภควา "ปุน จปรนฺ"ติ อาทิมาห.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๔๗] ๓. ม้าแก้วซึ่งเป็นม้าขาว ศีรษะดำ มีขนปกดุจหญ้าปล้อง มีฤทธิ์ เหาะไปในอากาศได้ ชื่อพญาม้าวลาหก ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ท้าวเธอ ทอดพระเนตรแล้วทรงพอพระทัย ด้วยพระดำริว่า ‘ท่านผู้เจริญ พาหนะคือม้า ถ้าได้นำไปฝึก จะเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลแน่แท‘’ ทันใดนั้น ม้าแก้วตัวนั้นได้รับการ ฝึกหัด เหมือนม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ซึ่งได้รับการฝึกหัดดีแล้วตลอดกาลนาน อานนท์ เรื่องมีมาว่า ท้าวเธอเคยทรงทดสอบม้านั้น โดยเสด็จขึ้นทรงเวลาเช้าแล้วเสด็จ เลียบไปตลอดแผ่นดินอันมีมหาสมุทรเป็นขอบเขต เสด็จกลับกรุงกุสาวดีราชธานี ทันเสวยพระกระยาหารเช้า ม้าแก้วที่ทรงคุณวิเศษเห็นปานนี้ ได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มณิรตนวณฺณนา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๔๘] เอวํ ปาตุภูตอสฺสรตนสฺส ปน รญฺโญ จกฺกวตฺติโน จตุหตฺถายามํ สกฏนาภิสมปริณาหํ อุโภสุ อนฺเตสุ กณฺณิกปริยนฺตโต วินิคฺคเตหิ สุปริสุทฺธ- มุตฺตากลาเปหิ ทฺวีหิ กาญฺจนปทุเมหิ ๖- อลงฺกตํ จตุราสีติมณิสหสฺสปริวารํ ตาราคณปริวุตสฺส ปุณฺณจนฺทสฺส สิรึ ปฏิปฺผรมานํ วิย วิปุลปพฺพตโต ๗- มณิรตนํ อาคจฺฉติ. ตสฺเสวํ อาคตสฺส มุตฺตาชาลเก ฐเปตฺวา เวฬุปรมฺปราย สฏฺฐิหตฺถปฺปมาณํ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๔๘] ๔. มณีแก้วซึ่งเป็นแก้วไพฑูรย์งามบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ มีแปด เหลี่ยม ที่เจียระไนดีแล้ว สุกแวววาวได้สัดส่วน แสงสว่างของมณีแก้วดวงนั้น มีรัศมี แผ่ซ่านออกรอบๆ ประมาณ ๑ โยชน์ อานนท์ เรื่องมีมาว่า ท้าวเธอเคยทรง ทดสอบมณีแก้วดวงนั้น ทรงให้หมู่จตุรงคินีเสนาผูกสอดเกราะแล้วทรงยกมณีแก้ว นั้นขึ้นเป็นยอดธง เสด็จไปประทับยืนในที่มืดยามราตรี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบ สำคัญว่าเป็นเวลากลางวัน จึงทำการงานด้วยแสงสว่างแห่งมณีแก้วนี้ มณีแก้วที่ ทรงคุณวิเศษเห็นปานนั้น ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที