๕. ชนวสภสูตร
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๕. ชนวสภสุตฺต
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. ชนวสภสูตร
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
นาทิกิยาทิพฺยากรณวณฺณนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ว่าด้วยชนวสภยักษ์
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
[๒๗๓-๒๗๕] เอวมฺเม สุตนฺติ ชนวสภสุตฺตํ. ตตฺรายํ อนุตฺตานปทวณฺณนา:-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทรงพยากรณ์ชาวบ้านนาทิกคามเป็นต้น
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปริโต ปริโต ชนปเทสูติ สามนฺตชนปเทสุ ปริจารเกติ พุทฺธธมฺมสํฆานํ ปริจารเก. อุปปตฺตีสูติ ญาณคติปุญฺญานํ อุปปตฺตีสุ. กาสีโกสเลสูติ กาสีสุ จ โกสเลสุ จ, กาสิกรฏฺเฐ จ โกสลรฏฺเฐ จาติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. องฺคมคธโยนกกมฺโพชอสฺสกอวนฺตีรฏฺเฐสุ ปน ฉสุ น พฺยากโรติ. อิเมสํ ปน โสฬสนฺนํ มหาชนปทานํ ปุริเมสุ ทสสุเยว พฺยากโรติ. นาทิกิยาติ ๑- นาทิกคามวาสิโน.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๗๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ตำหนักอิฐ ในนาทิกคาม ได้ทรงพยากรณ์ เหล่าชนผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัย(อุบาสกอุบาสิกา) ที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว ในแคว้น รอบๆ คือ แคว้นกาสี แคว้นโกศล แคว้นวัชชี แคว้นมัลละ แคว้นเจตี แคว้น วังสะ แคว้นกุรุ แคว้นปัญจาละ แคว้นมัจฉะ และแคว้นสุรเสนะ ในเรื่องการอุบัติ ๑- ว่า “คนโน้นเกิด ณ ที่โน้น คนโน้นเกิด ณ ที่โน้น ชาวบ้านนาทิกคามมากกว่า ๕๐ คน ผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นโอปปาติกะ เพราะสังโยชน์ เบื้องต่ำ ๕ ประการสิ้นไป ปรินิพพานในโลกนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ชาวบ้านนาทิกคามมากกว่า ๙๐ คน ผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับดับชีพ ไปแล้วเป็นพระสกทาคามี เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป และเพราะราคะ โทสะ โมหะเบาบาง มาสู่โลกนี้อีกเพียงครั้งเดียวก็จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ชาวบ้านนาทิกคามมากกว่า ๕๐๐ คน ผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับ ดับชีพไปแล้วเป็นพระโสดาบัน เพราะสังโยชน์ ๓ ประการสิ้นไป ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๗๔] ชาวบ้านนาทิกคามผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยได้ฟังข่าวว่า “พระผู้มี พระภาคได้ทรงพยากรณ์เหล่าชนผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว ในแคว้นรอบๆ คือ แคว้นกาสี แคว้นโกศล แคว้นวัชชี แคว้นมัลละ แคว้นเจตี แคว้นวังสะ แคว้นกุรุ แคว้นปัญจาละ แคว้นมัจฉะ และแคว้นสุรเสนะ ในเรื่องการ อุบัติว่า ‘คนโน้นเกิด ณ ที่โน้น คนโน้นเกิด ณ ที่โน้น ชาวบ้านนาทิกคามมากกว่า ๕๐ คน ผู้เคยบำรุงพระรัตนตรัยที่ล่วงลับดับชีพไปแล้ว เป็นโอปปาติกะ เพราะสังโยชน์ เบื้องต่ำ ๕ ประการสิ้นไป ปรินิพพานในโลกนั้น ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ อุบัติ ในที่นี้หมายถึงญาณคติ (การเกิดขึ้นแห่งมรรคญาณ) เพราะมีสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการสิ้นไป และ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@หมายถึงบุญที่ให้เกิดเป็นเทพชั้นใดชั้นหนึ่ง (ที.ม.อ. ๒๗๓-๒๗๕/๒๔๘, ที.ม.ฏีกา ๒๗๓-๒๗๕/๒๕๓)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที