อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตโต "อตฺถิ นุ โข โกจิ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา โลกปิตา ๕- มหาพฺรหฺมา วา, โย เม หทยนิสฺสิตํ โสกสลฺลํ สมุทฺธริตฺวา อิมํ สมฺปตฺตึ ถาวรํ กเรยฺยา"ติ โอโลเกนฺโต กญฺจิ อทิสฺวา ปุน อทฺทส "มาทิสานํ สตสหสฺหานํปิ อุปฺปนฺนํ โสกสลฺลํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุทฺธริตุํ ปฏิพโล"ติ. อเถวํ ปริวิตกฺเกนฺตสฺส เตน โข ปน สมเยน สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส อุสฺสุกฺกํ อุทปาทิ ภควนฺตํ ทสฺสนาย.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(ที.ม.อ. ๓๔๕/๓๑๔)
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
กหํ นุโข ภควา เอตรหิ วิหรตีติ กตรสฺมึ ชนปเท กตรํ นครํ อุปนิสฺสาย กสฺส ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺโต กสฺส อมตํ ธมฺมํ เทสยมาโน วิหรตีติ. อทฺทสา โขติ อทฺทกฺขิ ปฏิวิชฺฌิ. มาริสาติ ปิยวจนเมตํ, เทวตานํ ปาฏิเยกฺโก โวหาโร. นิทฺทุกฺขาติปิ วุตฺตํ โหติ. กสฺมา ปเนส เทเว อามนฺเตสิ? สหายตฺถาย. ปุพฺเพ กิเรส ภควติ สลฬฆเร วิหรนฺเต เอกโกว ทสฺสนาย อคมาสิ. สตฺถา "อปริปกฺกํ ตาวสฺส ญาณํ, กติปาหํ ปน อติกฺกมิตฺวา มยิ อินฺทสาลคุหายํ วิหรนฺเต ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา มรณภยภีโต ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ สทฺธึ อุปสงฺกมิตฺวา จุทฺทส ปเญฺห ปุจฺฉิตฺวา อุเปกฺขาปญฺหาวิสชฺชนาวสาเน อสีติยา เทวตาสหสฺเสหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสตี"ติ จินฺเตตฺวา โอกาสํ น อกาสิ. โส ๖- "มม ปุพฺเพปิ เอกกสฺส คตตฺตา สตฺถารา โอกาโส น กโต, อทฺธา เม นตฺถิ มคฺคผลสฺส อุปนิสฺสโย, เอกกสฺส ปน อุปนิสฺสเย สติ จกฺกวาฬปริยนฺตายปิ ปริสาย ภควา ธมฺมํ เทเสติเยว. อวสฺสํ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรทูลรับสนองพระดำรัสแล้วถือพิณสีเหลืองดังผลมะตูม ตามเสด็จท้าวสักกะจอมเทพมา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๔๖] ต่อมา ท้าวสักกะจอมเทพ ผู้มีเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์แวดล้อม มีปัญจสิขะ คันธรรพบุตรนำเสด็จ ได้ทรงหายตัวจาก(ภพ)ชั้นดาวดึงส์ไปปรากฏอยู่ที่ภูเขาเวทิยกะ ทางทิศเหนือของหมู่บ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์ เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขน ออกหรือคู้แขนเข้าฉะนั้น
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. เอตํ ๕ ฉ.ม. โลกปิตามโห ๖ อิ. โย โข ปน ทฺวีสุ เทวโลเกสุ กสฺสจิเทว อุปนิสฺสโย ภวิสฺสติ, ตํ สนฺธาย สตฺถา ธมฺมํ เทเสสฺสติ. ตํ สุตฺวา อหํปิ อตฺตโน โทมนสฺสํ วูปสเมสฺสามี"ติ จินฺเตตฺวา สหายตฺถาย อามนฺเตสิ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เวลานั้น ภูเขาเวทิยกะและหมู่บ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์สว่างไสวยิ่งนัก ด้วย เทวานุภาพของเหล่าเทพ ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงรอบๆ กล่าวกันอย่างนี้ว่า “วันนี้ ภูเขาเวทิยกะถูกไฟเผาไหม้ลุกโชติช่วง ทำไมหนอ วันนี้ ภูเขาเวทิยกะและหมู่บ้าน พราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์จึงสว่างไสวยิ่งนักเล่า” พากันตกใจขนพองสยองเกล้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๔๗] ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกปัญจสิขะ คันธรรพบุตรมา ตรัสว่า “ปัญจสิขะ ตถาคตทรงเข้าฌาน ๑- ทรงพอพระทัยในฌาน ระหว่างที่พระองค์ ประทับหลีกเร้นอยู่ คนเช่นเรายากที่จะเข้าไปเฝ้าได้ ทางที่ดี พ่อควรทำให้พระองค์ ทรงพอพระทัยก่อน หลังจากนั้น พวกเราจึงควรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันต- สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรทูลรับสนองพระดำรัสแล้วจึงถือพิณสีเหลืองดังผลมะ- ตูมเข้าไปจนถึงถ้ำอินทสาละแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร คะเนดูว่า “ระยะเท่านี้พระผู้ มีพระภาคประทับอยู่ไม่ไกลนัก ไม่ใกล้นักจากเรา และทรงได้ยินเสียงของเรา”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที