อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ปฏิโจเทสีติ สาเรสิ. โส กิร เต ทิสฺวา "อิเม เทวปุตฺตา อิติวิย วณฺณวนฺโต, ๑- กึ นุ โข กมฺมํ กตฺวา อาคตา"ติ อาวชฺเชนฺโต "ภิกฺขู อเหสุนฺ"ติ อทฺทส. ตโต "ภิกฺขู โหนฺตุ, สีเลสุ ปริปูรีการิโน"ติ อุปธาเรนฺโต "ปริปูรี- การิโน"ติ อทฺทส. "ปริปูรีการิโน โหนฺตุ, อญฺโญ คุโณ อตฺถิ นตฺถี"ติ อุปาธาเรนฺโต "ฌานลาภิโน"ติ อทฺทส. "ฌานลาภิโน โหนฺตุ, กุหึ วาสิกา"ติ อุปธาเรนฺโต "มยฺหํว กุลูปกา"ติ อทฺทส. ปริสุทฺธสีลา นาม ฉสุ เทวโลเกสุ ยตฺถิจฺฉนฺติ, ตตฺถ นิพฺพตฺตนฺติ. อิเม จ อุปริเทวโลเก น นิพฺพตฺตา. ฌานลาภิโน นาม พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, อิเม จ พฺรหฺมโลเก น นิพฺพตฺตา. อหํ ปน เอเตสํ โอวาเท ฐตฺวา เทวโลกสฺสามิกสฺส สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปลฺลงฺเก ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺโต, อิเม หีเน คนฺธพฺพกาเย นิพฺพตฺตา. อฏฺฐิเวธปุคฺคลา นาเมเต วฏฺเฏตฺวา วฏฺเฏตฺวา คาฬฺหํ วิชฺชิตพฺพาติ ๒- จินฺเตตฺวา กุโตมุขา นามาติ อาทีหิ วจเนหิ ปฏิโจเทสิ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวสักกะ จอมเทพกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ปรารถนา จะมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคตั้งนานแล้ว แต่มัวสาละวนด้วยกิจหน้าที่ของพวกเทพชั้น ดาวดึงส์ จึงไม่สามารถมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคได้ ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่สลฬาคาร เขตกรุงสาวัตถี ข้าพระองค์ได้ไปยังกรุงสาวัตถีเพื่อจะเฝ้า พระองค์ แต่ขณะนั้นพระองค์ประทับเข้าสมาธิอยู่ มีนางปริจาริกาของท้าวเวสวัณ มหาราชชื่อว่าภุชคีคอยอุปัฏฐาก นางยืนประนมมือถวายนมัสการอยู่ ขณะนั้น ข้าพระองค์กล่าวกับนางว่า ‘น้องหญิง เธอจงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคตามคำ ของเราว่า ‘ท้าวสักกะจอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์พร้อมด้วยบริษัท ขอถวาย อภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร’ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้ นางตอบข้าพระองค์ดังนี้ว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะเฝ้าพระผู้มีพระภาค พระองค์ท่านทรงหลีกเร้นเพียงลำพัง’ ข้าพระองค์จึงสั่งว่า ‘น้องหญิง ถ้าอย่างนั้น คราวที่พระผู้มีพระภาคทรงออกจากสมาธิ เธอจงถวายอภิวาทพระองค์ตามคำของ เราว่า ‘ท้าวสักกะ จอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์พร้อมด้วยบริษัท ขอถวายอภิวาท พระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร’ นางได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค หรือไม่ พระองค์ทรงระลึกถึงคำของนางได้อยู่หรือ”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ กุโตมุขาติ ภควติ อภิมุเข ธมฺมํ เทเสนฺเต ตุเมฺห กุโตมุขา กึ อญฺญาวิหิตา อิโตจิโตจ โอโลกยมานา อุทาหุ นิทฺทายมานา. ทุทฺทิฏฺฐรูปนฺติ ทุทฺทิฏฺฐสภาวํ ทฏฺฐุํ อยุตฺตํ. สหธมฺมิเกติ เอกสฺส สตฺถุ สาสเน สมาจิณฺณธมฺเม กตปุญฺเญ. เตสํ ภนฺเตติ เตสํ โคปเกน เทวปุตฺเตน เอวํ วตฺวา ปุน "อโห ตุเมฺห นิลฺลชฺชา อหิริกา"ติ อาทีหิ วจเนหิ ปฏิโจทิตานํ เทฺว เทวา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สตึ ปฏิลภึสุ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอไหว้เราแล้ว เราระลึกถึงคำของเธอได้ และเรา ออกจากสมาธิเพราะเสียงล้อรถของพระองค์”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
กายํ พฺรหฺมปุโรหิตนฺติ เต กิร จินฺตยึสุ "นเฏหิ นาม นจฺจนฺเตหิ คายนฺเตหิ วาเทนฺเตหิ อาคนฺตฺวา ทาโย นาม ลภิตพฺโพ อสฺส, อยํ ปน อมฺหากํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ปกฺขิตฺตโลณํ อุทฺธนํ วิย ตฏตฏายเตฺวว ๓- กินฺนุโข อิทนฺ"ติ อถ ๔- อาวชฺเชนฺตา อตฺตโน สมณภาวํ ปริสุทฺธสีลตํ ฌานลาภิตํ ตสฺเสว กุลูปกภาวญฺจ ทิสฺวา "ปริสุทฺธสีลา นาม ฉสุ เทวโลเกสุ ยถารุจิเต ฐาเน นิพฺพตฺตนฺติ, ฌานลาภิโน พฺรหฺมโลเก. มยํ อุปริเทวโลเกปิ พฺรหฺมโลเกปิ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวสักกะจอมเทพกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ได้สดับรับมาเฉพาะหน้าพวกเทพ ผู้เกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ก่อนกว่าพวกข้าพระองค์ว่า ‘คราวที่พระตถาคตอรหันต- สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง’ ข้อนี้ข้าพระองค์ได้เห็นประจักษ์แล้วว่า เมื่อพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัติขึ้นในโลก หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง’
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เรื่องโคปกเทพบุตร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๕๓] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในกรุงกบิลพัสดุ์นี้ ได้มีศากยธิดานามว่าโคปิกา ผู้เลื่อมใสในพระพุทธ เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ ผู้รักษาศีล ๑- ให้ บริบูรณ์ หน่ายความรู้สึกเป็นหญิง อบรมความรู้สึกเป็นชาย ๒- หลังจากตายแล้วไป เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นบุตรของข้าพระองค์ ในที่นั้นพวกเทพรู้จักเธออย่างนี้ว่า ‘โคปกเทพบุตร’ ภิกษุอื่นอีก ๓ รูปประพฤติ พรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค ไปเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็นชั้นต่ำ พวกคนธรรพ์นั้น เอิบอิ่ม พรั่งพร้อม ได้รับการบำเรออยู่ด้วยกามคุณ ๕ มาสู่ที่บำรุงบำเรอของข้า พระองค์ โคปกเทพบุตรกล่าวเตือนพวกคนธรรพ์ผู้มายังที่บำรุงบำเรอของข้าพระองค์ว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย พวกท่านหันหน้าไปทางไหน ๓- ทั้งที่ได้ฟังพระธรรมของพระ ผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแล้ว เราเป็นหญิงเลื่อมใสในพระพุทธ เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ รักษาศีลให้บริบูรณ์ หน่ายความรู้สึกเป็นหญิง อบรมความรู้สึก เป็นชาย หลังจากตายแล้วมาเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์ เป็นบุตรของท้าวสักกะจอมเทพ ในที่นี้พวกเทพรู้จักเราอย่างนี้ว่า ‘โคปกเทพบุตร’ ส่วนพวกท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค มาเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็น ชั้นต่ำ พวกเราได้เห็นผู้ร่วมประพฤติธรรมที่มาเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็นชั้นต่ำ นับว่าได้เห็นรูปที่ไม่น่าดูเลย’ เมื่อพวกคนธรรพ์ ๓ ตน ถูกโคปกเทพบุตรตักเตือน มีเทพ ๔- ๒ องค์ กลับได้สติในปัจจุบันทันทีแล้วไปเกิดในพรหมโลกชั้นพรหมปุโรหิตา ส่วนเทพอีกองค์หนึ่งยังคงอยู่ในกามภพ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที