อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๔ ฉ.ม. กโรม. ๕ ฉ.ม., อิ. อิตฺถีนํ ๖ ฉ.ม., สุพทฺธา, อิ. สุฏฺฐุพทฺธา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม., อิ. อุฏฺฐหึสุ ๘ ฉ.ม. เตตฺตึสปิญฺฑํ ๙ อิ. ฐเปติ มยฺหํ ปตฺติกํ กโรหี"ติ. โส "สาธุ อมฺมา"ติ วตฺวา ปุเรตรํ วาสีผรสุํ คเหตฺวา คามมชฺเฌ ฐตฺวา "กึ โภ อชฺช อิมสฺมึปิ กาเล น นิกฺขมถา"ติ อุจฺจาสทฺทํ กตฺวา "สพฺเพ มคฺคํ อารุฬฺหา"ติ ญตฺวา "คจฺฉถ ตาว ตุเมฺห, มยฺหํ ปปญฺโจ อตฺถี"ติ เต ปุรโต กตฺวา อญฺญํ มคฺคํ อารุยฺห กณฺณิกูปคํ รุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา ตจฺเฉตฺวา มฏฺฐํ ๑- กตฺวา อาหริตฺวา สุธมฺมาย เคเห ฐเปสิ "มยา เทหีติ วุตฺตทิวเส นีหริตฺวา ทเทยฺยาสี"ติ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ กามสังโยชน์ หมายถึงกามราคะ ซึ่งมีชื่อต่างๆ เช่น ฉันทะ ราคะ ฉันทราคะ (ที.ม.ฏีกา ๓๕๔/๓๑๔)
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ นิฏฺฐิเต ทพฺพสมฺภารกมฺเม ภูมิกมฺมโต ปฏฺฐาย ยาว พนฺธน- ถมฺภุสฺสาปนสงฺฆาฏโยชนกณฺณิกมญฺจพนฺธเนสุ กเตสุ โส วฑฺฒกี กณฺณิกมญฺเจ นิสีทิตฺวา จตูหิ ทิสาหิ โคปานสิโย อุกฺขิปิตฺวา "โภ เอกํ ปมุฏฺฐํ อตฺถี"ติ อาห. กึ โภ อปมุฏฺฐํ, ๒- สพฺพเมว ตฺวํ ปมุสฺสสีติ. อิมา โคปานสิโย กตฺถ ปติฏฺฐหิสฺสนฺตีติ. กณฺณิกา นาม ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ. กุหึ โภ อิทานิ สกฺกา ลทฺธุนฺติ. กุลานํ เคเห สกฺกา ลทฺธุํ, ๓- อาหิณฺฑนฺตา ปุจฺฉถาติ. เต อนฺโตคามํ ปวิสิตฺวา ปุจฺฉิตฺวา สุธมฺมาย ฆรทฺวาเร ฐิตา "อิมสฺมึ ฆเร กณฺณิกา อตฺถี"ติ ปุจฺฉึสุ. ๔- สา "อตฺถี"ติ อาห. หนฺท มูลํ คณฺหาหีติ. มูลํ น คณฺหามิ, สเจ มม ปตฺติกํ กโรถ ทสฺสามีติ. เอถ โภ มาตุคามสฺส ปตฺติกํ ๕- น กโรม อรญฺญํ คนฺตฺวา รุกฺขํ ฉินฺทิสฺสามาติ นิกฺขมึสุ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ กามพันธน์ หมายถึงกามราคะ ซึ่งมีชื่อต่างๆ เช่น โยคะ คันถะ (ที.ม.อ. ๓๕๔/๓๒๔) และดูเทียบ
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตโต วฑฺฒกินา ๖- "กึ ตาตา ลทฺธา ๗- กณฺณิกา"ติ ปุจฺฉิตา ๘- ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. วฑฺฒกี กณฺณิกมญฺเจ นิสินฺโนว อากาสํ อุลฺโลเกนฺโต ๙- "โภ อชฺช นกฺขตฺตํ สุนฺทรํ, อิทํ อญฺญํ สํวจฺฉรํ อติกฺกมิตฺวา สกฺกา ลทฺธุํ, ตุเมฺหหิ จ ทุกฺเขน อาภตา ทพฺพสมฺภารา, เต สกลสํวจฺฉเรน อิมสฺมึเยว ฐาเน ปูติกา ภวิสฺสนฺติ. เทวโลเก นิพฺพตฺตกาเล ตสฺสาปิ เอกสฺมึ โกเณ สาลา โหติ, อาหรถ นนฺ"ติ อาห. สาปิ ยาว เต น ปุน อาคจฺฉนฺติ, ตาว กณฺณิกาย เหฏฺฐิมตเล "อยํ สาลา สุธมฺมา นามา"ติ อกฺขรานิ ฉินฺทาเปตฺวา อหเตน วตฺเถน เวเฐตฺวา ฐเปสิ. กมฺมิกา อาคนฺตฺวา "อาหร เร กณฺณิกํ, ยํ โหตุ ตํ โหตุ,
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒/๒
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เทพทั้งหมดพร้อมทั้งพระอินทร์และพระปชาบดี เข้าไปนั่งประชุมกันในสุธัมมาเทวสภา ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้กล้า ปราศจากราคะ กำลังบำเพ็ญธรรมที่ปราศจากความกำหนัด ๑- ได้ก้าวล่วงเทพพวกนั้นที่นั่งอยู่ ท้าววาสวะผู้เป็นใหญ่กว่าเทพ ทอดพระเนตรเทพเหล่านั้น ท่ามกลางหมู่เทพแล้วทรงสังเวชว่า ‘เทพเหล่านั้นมาเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำกว่า เวลานี้กลับก้าวล่วงพวกเทพชั้นดาวดึงส์ได้’ โคปกเทพบุตรนั้นพิจารณาถ้อยคำของท้าวสักกะ ผู้ทรงเกิดความสังเวชแล้วกราบทูลท้าววาสวะว่า ‘มีพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นจอมคนอยู่ในมนุษยโลก ทรงครอบงำกามเสียได้ พระนามว่าพระศากยมุนี เทพพวกนั้นเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้เสื่อมจากสติ ๒- ถูกข้าพระองค์ตักเตือนแล้วจึงกลับได้สติ’ บรรดาท่านทั้ง ๓ เหล่านั้น ผู้หนึ่งคงเกิดในหมู่คนธรรพ์อยู่ในภพนี้ อีก ๒ ท่านดำเนินตามทางสัมโพธิ ๓- เพราะเป็นผู้มีจิตมั่นคง ย่อมเย้ยเทวโลก ๔- ได้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที