อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺโก เทวราชา สุธมฺมาย เทวสภาย โยชนิเก สุวณฺณปลฺลงฺเก นิสินฺโน ติโยชนิเก เสตจฺฉตฺเต ธาริยมาเน เตหิ เทวปุตฺเตหิ ตาหิ เทวกญฺญาหิ อฑฺฒเตยฺยาหิ นาฏกโกฏีหิ ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวตาหิ จ ปริวาริโต มหาสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺโต ตา ติสฺโส อิตฺถิโย ทิสฺวา "อิมา ตาว ปญฺญายนฺติ, สุชาตา กุหินฺ"ติ โอโลเกนฺโต "อยํ มม วจนํ อกตฺวา คิริกนฺทราย เอกา ๑- พกสกุณิกา หุตฺวา นิพฺพตฺตา"ติ ทิสฺวา เทวโลกโต โอตริตฺวา ตสฺสา สนฺติกํ คโต. สา ทิสฺวาว สญฺชานิตฺวา อโธมุขา ชาตา. "พาเล อิทานิ กึ สีสํ น อุกขิปสิ, ตฺวํ มม วจนํ อกตฺวา อตฺตภาวเมว มณฺฑยมานา วีตินาเมสิ, สุธมฺมมาย จ สุนนฺทาย จ สุจิตฺตาย จ มหา สมฺปตฺติ นิพฺพตฺตา, เอหิ อมฺหากํ สมฺปตฺตึ ปสฺสา"ติ เทวโลกํ เนตฺวา นนฺทาย โปกฺขรณิยา ปกฺขิปิตฺวา ปลฺลงฺเก นิสีทิ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๕๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงประทานพระวโรกาสแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพ ได้ทูลถามปัญหาข้อที่ ๑ นี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ พวกเทพ มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และสัตว์เหล่าอื่นอีกจำนวนมากต่างก็มีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘ขอพวกเราจงเป็นผู้ไม่มีเวร จงเป็นผู้ไม่ถูกลงโทษ จงเป็นผู้ไม่มีศัตรู จงเป็นผู้ไม่ถูก เบียดเบียน จงเป็นผู้ไม่จองเวรกันอยู่เถิด’ แต่เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดเล่า พวกเขาจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่” ท้าวเธอ ได้ทูลถามปัญหาอย่างนี้

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

นาฏกิตฺถิโย "กุหึ คตตฺถ มหาราชา"ติ ปุจฺฉึสุ. โส อนาโรเจตุกาโมปิ ตาหิ นิปฺปีฬิยมาโน "สุชาตาย สนฺติกนฺ"ติ อาห. กุหึ นิพฺพตฺตา มหาราชาติ. กนฺทรปาเทติ. อิทานิ กุหินฺติ. นนฺทาโปกฺขรณิยํ เม วิสชฺชิตาติ. เอถ โภ อมฺหากํ อยฺยํ ปสฺสามาติ สพฺพา ตตฺถ อคมํสุ. สา ปุพฺเพ สพฺพเชฏฺฐกา หุตฺวา ชาตา ๒- อวมญฺญิตฺถ, อิทานิ ตาปิ ตํ ทิสฺวา "ปสฺสถ โภ อมฺหากํ อยฺยาย มุขํ กกฺกฏกวิชฺฌนสูลสทิสนฺ"ติ อาทีนิ วทนฺติโย เกฬึ อกํสุ. สา อติวิย อฏฺฏิยมานา สกฺกํ เทวราชานํ อาห "มหาราช อิมานิ สุวณฺณรชตวิมานานิ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “จอมเทพ พวกเทพ มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และสัตว์เหล่าอื่นอีกจำนวนมาก ต่างมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘ขอพวกเราจงเป็น ผู้ไม่มีเวร จงเป็นผู้ไม่ถูกลงโทษ จงเป็นผู้ไม่มีศัตรู จงเป็นผู้ไม่ถูกเบียดเบียน จงเป็น ผู้ไม่จองเวรกันอยู่เถิด’ แต่เพราะมีอิสสา(ความริษยา) และมัจฉริยะ(ความตระหนี่) เป็นเครื่องผูกมัด พวกเขาจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน จองเวร กันอยู่”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหาที่ท้าวสักกะจอมเทพทูลถามอย่างนี้แล้ว ท้าวสักกะจอมเทพมีพระทัยยินดีชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าพระองค์ไม่มีความสงสัยในเรื่องนี้ หมดความแคลงใจแล้วเพราะได้ฟังการตรัส ตอบปัญหาของพระผู้มีพระภาค”

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺโก กติปาหสฺส อจฺจเยน "สกฺกา นุ โข สีลํ รกฺขิตุนฺ"ติ คนฺตฺวา มจฺฉรูเปน อุตฺตานโก หุตฺวา ตสฺสา ปุรโต อุทกปิฏฺเฐ โอตรติ, สา "มตมจฺฉโก ภวิสฺสตี"ติ คนฺตฺวา สีเส อคฺคเหสิ, มจฺโฉ นงฺคุฏฺฐํ จาเลสิ, สา "ชีวติ มญฺเญ"ติ อุทเก วิสชฺเชสิ. สกฺโก อากาเส ฐตฺวา "สาธุ สาธุ รกฺขสิ สิกฺขาปทํ, เอวํ ตํ รกฺขมานํ กติปาเหเนว เทวนาฏฺกานํ เชฏฺฐกํ กริสฺสามี"ติ อาห. ตสฺสาปิ ปญฺจ วสฺสสตานิ อายุ อโหสิ. เอกทิวสํปิ อุทรปูรํ นาลตฺถ, ๑- สุกฺขิตฺวา ปริสุกฺขิตฺวา มิลายมานาปิ สีลํ อขณฺฑํ กตฺวา กาลํ กตฺวา พาราณสิยํ กุมฺภการเคเห นิพฺพตฺติ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๕๘] ท้าวสักกะจอมเทพทรงชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล้ว ได้ทูลถามปัญหาให้ยิ่งขึ้นไปว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ อิสสาและมัจฉริยะ มีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมี อะไร จึงมีอิสสาและมัจฉริยะ เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มีอิสสาและมัจฉริยะ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “จอมเทพ อิสสาและมัจฉริยะ มีอารมณ์อันเป็น ที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นต้นเหตุ มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นเหตุเกิด มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นกำเนิด มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่ รักเป็นแดนเกิด เมื่อมีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก จึงมีอิสสาและมัจฉริยะ เมื่อไม่มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก จึงไม่มีอิสสาและมัจฉริยะ”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๓๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”