อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สกฺโก "กุหึ นิพฺพตฺตา"ติ โอโลเกนฺโต ทิสฺวา "ตโต อิธ อาเนตุํ น สกฺกา, ชีวิตวุตฺติมสฺสา ทสฺสามี"ติ สุวณฺณเอลาฬุกานํ ยานกํ ปูเรตฺวา มชฺเฌ คามสฺส มหลฺลกเวเสน นิสีทิตฺวา "เอลาฬุกานิ คณฺหถา"ติ อุกฺกฏฺฐึ อกาสิ. สมนฺตา คามวาสิกา อาคนฺตฺวา "เทหิ ตาตา"ติ อาหํสุ. อหํ สีลรกฺขกานํ เทมิ, ตุเมฺห สีลํ รกฺขถาติ. ตาต มยํ สีลํ นาม กีทิสนฺติปิ น ชานาม, มูเลน เทหีติ. "สีลรกฺขกานํเยว ทมฺมี"ติ อาห. "เอถ เร โกสิ อยํ เอลาฬุกมหลฺลโก"ติ สพฺเพปิ นิวตฺตึสุ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลถามว่า “อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก มีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมีอะไรจึงมีอารมณ์ อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก เมื่อไม่มีอะไรจึงไม่มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สา ทาริกา ปุจฺฉิ "อมฺม ตุเมฺห เอลาฬุกตฺถาย คตา ตุจฺฉหตฺถาว อาคตา"ติ. โกสิ อมฺม เอลาฬุกมหลฺลโก "อหํ สีลรกฺขกานํ ทมฺมี"ติ วทติ, อิมสฺส ทาริกาปิ ๒- สีลํ รกฺขิตฺวา วฏฺฏติ, ๒- มยํ สีลเมว น ชานามาติ. สา "มยฺหํ อานีตํ ภวิสฺสตี"ติ คนฺตฺวา "เอลาฬุกํ ตาต เทหี"ติ อาห. ตฺวํ สีลานิ รกฺขสิ อมฺมาติ. อาม ตาต สีลํ ๓- รกฺขามีติ. อิทํ มยา ตุยฺหเมว อาภตนฺติ เคหทฺวาเร ยานเกน สทฺธึ ฐเปตฺวา ปกฺกามิ. สาปิ ยาวชีวํ สีลํ รกฺขิตฺวา จวิตฺวา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักมีฉันทะ ๑- เป็นต้นเหตุ มีฉันทะเป็นเหตุเกิด มีฉันทะเป็นกำเนิด มีฉันทะเป็นแดนเกิด เมื่อมี ฉันทะจึงมีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก เมื่อไม่มีฉันทะจึงไม่มีอารมณ์อันเป็นที่ รักและไม่เป็นที่รัก”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลถามว่า “ฉันทะมีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็น กำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมีอะไรจึงมีฉันทะ เมื่อไม่มีอะไรจึงไม่มีฉันทะ”
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ เวปจิตฺติอสุรสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตตฺติ. สีลนิสฺสนฺเทน ปาสาทิกา อโหสิ. โส "ธีตุ วิวาหมงฺคลํ กริสฺสามี"ติ อสุเร สนฺนิปาเตสิ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ฉันทะมีวิตก ๒- เป็นต้นเหตุ มีวิตกเป็นเหตุเกิด มีวิตกเป็นกำเนิด มีวิตกเป็นแดนเกิด เมื่อมีวิตกจึงมีฉันทะ เมื่อไม่มีวิตกจึงไม่ มีฉันทะ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลถามว่า “วิตกมีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็น กำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมีอะไรจึงมีวิตก เมื่อไม่มีอะไรจึงไม่มีวิตก”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “วิตกมีแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญา ๓- เป็นต้นเหตุ มีแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาเป็นเหตุเกิด มีแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาเป็นกำเนิด มีแง่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที