อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สมุทยธมฺมานุปสฺสี วาติ ยถา นาม กมฺมารสฺส ภสฺตญฺจ คคฺครนาฬิญฺจ ตชฺชญฺจ วายามํ ปฏิจฺจ วาโต อปราปรํ สญฺจรติ, เอวํ ภิกฺขุโน กรชากายญฺจ นาสปุฏญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ อสฺสาสปสฺสาสกาโย อปราปรํ สญฺจรติ. กายาทโย ธมฺมา สมุทยธมฺมา เต ปสฺสนฺโต "สมุทยธมฺมานุปสฺสี วา กายสฺมึ วิหรตี"ติ วุจฺจติ. วยธมฺมานฺปสฺสี วาติ ยถา ภสฺตาย อปนีตาย คคฺครนาฬิยา ภินฺนาย ตชฺเช จ วายาเม อสติ โส วาโต นปฺปวตฺตติ, เอวเมว กาเย ภินฺเน นาสปุเฏ วิทฺธเสฺต จิตฺเต จ นิรุทฺเธ อสฺสาสปสฺสาสกาโย นาม นปฺปวตฺตีติ. กายาทินิโรธา อสฺสาสปสฺสาสนิโรโธติ เอวํ ปสฺสนฺโต "วยธมฺมานุปสฺสี วา กายสฺมึ วิหรตี"ติ วุจฺจติ. สมุทยวยธมฺมานุปสุสี วาติ กาเลน สมุทยํ กาเลน วยํ อนุปสฺสนฺโต.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จิตไม่เป็นสมาธิ ก็รู้ชัดว่า ‘จิตไม่เป็นสมาธิ’
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อตฺถิ กาโยติ วา ปนสฺสาสีติ กาโยว อตฺถิ, น สตฺโต น ปุคฺคโล น อิตฺถี น ปุริโส น อตฺตา น อตฺตนียํ นาหํ น มม น โกจิ น กสฺสจีติ เอวมสฺส สติ ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ. ยาวเทวาติ ปโยชนปริจฺเฉทววตฺถปนเมตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- ยา สา สติ ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ, สา น อญฺญตฺถาย. ๑- อถโข ยาวเทว ญาณมตฺตาย อปราปรํ อุตฺตรุตฺตริญาณปมาณตฺตาย เจว สติปมาณตฺตาย จ, สติสมฺปชญฺญานํ วฑฺฒตฺตายาติ อตฺโถ. อนิสฺสิโต จ วิหรตีติ ตณฺหานิสฺสยทิฏฺฐินิสฺสยานํ วเสน อนิสฺสิโต วิหรติ. น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตีติ โลกสฺมึ กิญฺจิ รูปํ วา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วา "อยํ เม อตฺตา วา อตฺตนียํ วา"ติ น คณฺหาติ. เอวมฺปีติ. อุปริ อตฺถํ อุปาทาย สมฺปิณฺฑนฏฺเฐ ๒- ปิกาโร. อิมินา ปน ปเทน ภควา อานาปานปพฺพเทสนํ นิยฺยาเตตฺวา ทสฺเสติ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จิตหลุดพ้นแล้ว ก็รู้ชัดว่า ‘จิตหลุดพ้นแล้ว’
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ อสฺสาสปสฺสาสปริคฺคาทิกา สติ ทุกฺขสจฺจํ, ตสฺสา สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา สมุทยสจฺจํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิโรธสจฺจํ, ทุกฺขปริชานโน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จิตไม่หลุดพ้น ก็รู้ชัดว่า ‘จิตไม่หลุดพ้น’
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ด้วยวิธีนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นจิตในจิตภายในอยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิต ภายนอกอยู่ หรือพิจารณาเห็นจิตในจิตทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นธรรม เป็นเหตุเกิดในจิตอยู่ พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุดับในจิตอยู่ หรือพิจารณาเห็น ทั้งธรรมเป็นเหตุเกิดทั้งธรรมเป็นเหตุดับในจิตอยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หรือว่า ภิกษุนั้นมีสติปรากฏอยู่เฉพาะหน้าว่า ‘จิตมีอยู่’ ก็เพียงเพื่ออาศัย เจริญญาณ เจริญสติเท่านั้น ไม่อาศัย (ตัณหาและทิฏฐิ) อยู่ และไม่ยึดมั่นถือมั่น อะไรๆ ในโลก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที