อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
Vā nandāpokkharaṇī vā mayhaṃ kiṃ karissati, jātibhūmiyeva mahārāja sattānaṃ sukhā, maṃ tattheva kandarapāde visajjehī"ti. Sakko taṃ tattha visajjetvā "mama vacanaṃ karissasī"ti āha. Karissāmi mahārājāti. Pañcasīlāni gahetvā akhaṇḍāni katvā rakkha, katipāhena taṃ etāsaṃ jeṭṭhakaṃ karissāmīti. Sā tathā akāsi.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหาที่ท้าวสักกะจอมเทพทูลถามอย่างนี้แล้ว ท้าวสักกะจอมเทพมีพระทัยยินดีชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าแต่พระสุคต เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ข้าพระองค์ไม่มีความสงสัยในเรื่องนี้ หมดความแคลงใจแล้วเพราะได้ฟังการตรัส ตอบปัญหาของพระผู้มีพระภาค”
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
Sakko katipāhassa accayena "sakkā nu kho sīlaṃ rakkhitun"ti gantvā maccharūpena uttānako hutvā tassā purato udakapiṭṭhe otarati, sā "matamacchako bhavissatī"ti gantvā sīse aggahesi, maccho naṅguṭṭhaṃ cālesi, sā "jīvati maññe"ti udake visajjesi. Sakko ākāse ṭhatvā "sādhu sādhu rakkhasi sikkhāpadaṃ, evaṃ taṃ rakkhamānaṃ katipāheneva devanāṭkānaṃ jeṭṭhakaṃ karissāmī"ti āha. Tassāpi pañca vassasatāni āyu ahosi. Ekadivasaṃpi udarapūraṃ nālattha, sukkhitvā parisukkhitvā milāyamānāpi sīlaṃ akhaṇḍaṃ katvā kālaṃ katvā bārāṇasiyaṃ kumbhakāragehe nibbatti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๕๘] ท้าวสักกะจอมเทพทรงชื่นชมอนุโมทนาพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล้ว ได้ทูลถามปัญหาให้ยิ่งขึ้นไปว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ อิสสาและมัจฉริยะ มีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมี อะไร จึงมีอิสสาและมัจฉริยะ เมื่อไม่มีอะไร จึงไม่มีอิสสาและมัจฉริยะ”
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
Sakko "kuhiṃ nibbattā"ti olokento disvā "tato idha ānetuṃ na sakkā, jīvitavuttimassā dassāmī"ti suvaṇṇaelāḷukānaṃ yānakaṃ pūretvā majjhe gāmassa mahallakavesena nisīditvā "elāḷukāni gaṇhathā"ti ukkaṭṭhiṃ akāsi. Samantā gāmavāsikā āgantvā "dehi tātā"ti āhaṃsu. Ahaṃ sīlarakkhakānaṃ demi, tumhe sīlaṃ rakkhathāti. Tāta mayaṃ sīlaṃ nāma kīdisantipi na jānāma, mūlena dehīti. "sīlarakkhakānaṃyeva dammī"ti āha. "etha re kosi ayaṃ elāḷukamahallako"ti sabbepi nivattiṃsu.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “จอมเทพ อิสสาและมัจฉริยะ มีอารมณ์อันเป็น ที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นต้นเหตุ มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นเหตุเกิด มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักเป็นกำเนิด มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่ รักเป็นแดนเกิด เมื่อมีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก จึงมีอิสสาและมัจฉริยะ เมื่อไม่มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก จึงไม่มีอิสสาและมัจฉริยะ”
อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน
Sā dārikā pucchi "amma tumhe elāḷukatthāya gatā tucchahatthāva āgatā"ti. Kosi amma elāḷukamahallako "ahaṃ sīlarakkhakānaṃ dammī"ti vadati, imassa dārikāpi sīlaṃ rakkhitvā vaṭṭati, mayaṃ sīlameva na jānāmāti. Sā "mayhaṃ ānītaṃ bhavissatī"ti gantvā "elāḷukaṃ tāta dehī"ti āha. Tvaṃ sīlāni rakkhasi ammāti. Āma tāta sīlaṃ rakkhāmīti. Idaṃ mayā tuyhameva ābhatanti gehadvāre yānakena saddhiṃ ṭhapetvā pakkāmi. Sāpi yāvajīvaṃ sīlaṃ rakkhitvā cavitvā
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลถามว่า “อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก มีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมีอะไรจึงมีอารมณ์ อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก เมื่อไม่มีอะไรจึงไม่มีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รักมีฉันทะ ๑- เป็นต้นเหตุ มีฉันทะเป็นเหตุเกิด มีฉันทะเป็นกำเนิด มีฉันทะเป็นแดนเกิด เมื่อมี ฉันทะจึงมีอารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก เมื่อไม่มีฉันทะจึงไม่มีอารมณ์อันเป็นที่ รักและไม่เป็นที่รัก”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลถามว่า “ฉันทะมีอะไรเป็นต้นเหตุ มีอะไรเป็นเหตุเกิด มีอะไรเป็น กำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อมีอะไรจึงมีฉันทะ เมื่อไม่มีอะไรจึงไม่มีฉันทะ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที