๗. มหาสมัยสูตร

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๓๕] เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ มหาวเน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สพฺเพเหว อรหนฺเตหิ ฯ ทสหิ จ โลกธาตูหิ เทวตา เยภุยฺเยน สนฺนิปติตา โหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ฯ อถโข จตุนฺนํ สุทฺธาวาสกายิกานํ เทวานํ ๑ เอตทโหสิ อยํ โข ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ มหาวเน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สพฺเพเหว อรหนฺเตหิ ทสหิ จ โลกธาตูหิ เทวตา เยภุยฺเยน สนฺนิปติตา โหนฺติ ภควนฺตํ ทสฺสนาย ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ยนฺนูน มยมฺปิ เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺยาม อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต สนฺติเก ปจฺเจกคาถํ ๒ ภาเสยฺยามาติ ฯ อถโข ตา เทวตา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุรโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว สุทฺธาวาเสสุ เทเวสุ อนฺตรหิตา ภควโต ปุรโต ปาตุรหํสุ ฯ อถโข ตา เทวตา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. มหาสมยสูตร

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๓๖] มหาสมโย ปวนสฺมึ เทวกายา สมาคตา อาคตมฺห อิมํ ธมฺมสมยํ ทกฺขิตาเยว ๑ อปราชิตสงฺฆนฺติ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๓๗] อถโข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ ตตฺร ภิกฺขโว สมาทหํสุ จิตฺตํ อตฺตโน อุชุกมกํสุ สารถีว เนตฺตานิ คเหตฺวา อินฺทฺริยานิ รกฺขนฺติ ปณฺฑิตาติ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๓๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๓๘] อถโข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ เฉตฺวา ขีลํ เฉตฺวา ปลีฆํ อินฺทขีลํ โอหจฺจมเนชา ๒ เต จรนฺติ สุทฺธา วิมลา จกฺขุมตา สุทนฺตา สุสูนาคาติ ๓ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน ๑- เขตกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้น สักกะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ มีเหล่าเทวดาจำนวนมากจาก ๑๐ โลกธาตุมาประชุมกันเพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาค และเยี่ยมภิกษุสงฆ์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เทพชั้นสุทธาวาส ๔ องค์ ได้มีความดำริดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้ ประทับอยู่ที่ป่ามหาวัน เขตกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ มีเหล่าเทวดาจำนวนมากจาก ๑๐ โลกธาตุมาประชุมกัน เพื่อเฝ้าพระผู้มีพระภาคและเยี่ยมภิกษุสงฆ์ ทางที่ดี เราก็ควร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วกล่าวคาถาองค์ละคาถาในสำนักพระผู้มีพระภาค”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๓๒] ลำดับนั้น เทพเหล่านั้นหายไปจากเทวโลกชั้นสุทธาวาสมาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า ฉะนั้น ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร เทพองค์หนึ่งได้กล่าว คาถานี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“การประชุมครั้งใหญ่ในป่าใหญ่

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีหมู่เทพมาประชุมกัน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเราพากันมายังธรรมสมัย ๒- นี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ก็เพื่อได้เยี่ยมสงฆ์ผู้ไม่พ่ายแพ้”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ ป่ามหาวัน เป็นป่าที่เกิดเองตามธรรมชาติ อยู่ติดกับเทือกเขาหิมาลัย (ที.ม.อ. ๓๓๑/๒๘๗)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ ธรรมสมัย ในที่นี้หมายถึงสถานที่ที่ประชุมเพื่อฟังธรรม (ที.ม.อ. ๓๓๒/๒๙๕)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จากนั้น เทพอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถานี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“ภิกษุทั้งหลายในที่ประชุมนั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีจิตมั่นคง ทำจิตของตนๆ ให้ตรง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภิกษุผู้เป็นบัณฑิตย่อมรักษาอินทรีย์ไว้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนสารถีผู้กุมบังเหียนขับรถม้าไป”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เทพอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถานี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“ภิกษุเหล่านั้นตัดกิเลสดังตะปู ๑-

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ตัดกิเลสดังลิ่มสลัก ถอนกิเลสดังเสาเขื่อนได้แล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เป็นผู้ไม่หวั่นไหว บริสุทธิ์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เป็นผู้ปราศจากมลทิน เที่ยวไป

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เป็นผู้อันพระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ ๒- ทรงฝึกดีแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนช้างหนุ่ม ฉะนั้น”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เทพอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถานี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“เหล่าชนผู้นับถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จักไม่ไปสู่อบายภูมิ ครั้นละกายมนุษย์แล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จักทำให้หมู่เทพเจริญเต็มที่” ๓-

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ กิเลสดังตะปู ในที่นี้หมายถึงราคะ โทสะ และโมหะ กิเลสดังลิ่มสลัก และกิเลสดังเสาเขื่อน ก็มีนัยเช่น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เดียวกัน (ที.ม.อ. ๓๓๒/๒๙๖)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ มีพระจักษุ หมายถึงมีพระจักษุ ๕ คือ ๑. มังสจักขุ (ตาเนื้อ) ๒. ทิพพจักขุ (ตาทิพย์) ๓. ปัญญาจักขุ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ตาปัญญา) ๔. พุทธจักขุ (ตาพระพุทธเจ้า) ๕. สมันตจักขุ (ตาเห็นรอบ) (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๑/๕๕,

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ที.ม.อ. ๑๘๖/๑๖๙, ๓๓๔/๓๐๐)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๓๗/๔๙-๕๐

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

การประชุมของเทวดา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๓๓] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุ ทั้งหลาย พวกเทวดาจำนวนมากใน ๑๐ โลกธาตุประชุมกันเพื่อเยี่ยมตถาคตและ ภิกษุสงฆ์ ภิกษุทั้งหลาย พวกเทวดาของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหลายในอดีตกาล ที่มาประชุมกัน ครั้งที่มีจำนวนสูงสุดก็เท่ากับพวกเทวดาของ เรานี้เองที่มาประชุมกันในบัดนี้ พวกเทวดาของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา- สัมพุทธเจ้าทั้งหลายในอนาคตกาลที่มาประชุมกัน ครั้งที่มีจำนวนสูงสุดก็เท่ากับ พวกเทวดาของเรานี้เองที่มาประชุมกันในบัดนี้ เราจักบอกชื่อของหมู่เทพ จักระบุ ชื่อของหมู่เทพ จักแสดงชื่อของหมู่เทพ เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว” ภิกษุ เหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๓๔] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“เรา ๑- จะกล่าวเป็นคาถา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหล่าภุมมเทวดาอาศัยอยู่ในที่ใด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหล่าภิกษุก็อาศัยอยู่ในที่นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภิกษุเหล่าใดอาศัยซอกเขา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีจิตมุ่งมั่น มีจิตตั้งมั่น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเธอมีจำนวนมากเร้นอยู่ เหมือนราชสีห์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข่มความขนพองสยองเกล้าได้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีจิตสะอาด หมดจดผ่องใส ไม่ขุ่นมัว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระศาสดาทรงทราบว่ามีภิกษุกว่า ๕๐๐ รูป

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้อยู่ในป่า ในเขตกรุงกบิลพัสดุ์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ เรา ในที่นี้หมายถึงพระผู้มีพระภาค (ที.ม.อ. ๓๓๔/๒๙๙)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จึงรับสั่งเรียกพระสาวกผู้ยินดีในศาสนามาตรัสว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ภิกษุทั้งหลาย หมู่เทพมุ่งมากันแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเธอจงรู้จักเทพเหล่านั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พากันทำความเพียร ๑-’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จึงมีญาณอันเป็นเหตุให้เห็นพวกอมนุษย์ปรากฏขึ้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภิกษุบางพวก เห็นอมนุษย์ ๑๐๐ ตน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บางพวกเห็น ๑,๐๐๐ ตน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บางพวกเห็น ๗๐,๐๐๐ ตน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บางพวกเห็น ๑๐๐,๐๐๐ ตน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บางพวกเห็นมากมายไม่มีที่สิ้นสุด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อมนุษย์อยู่กระจายไปทั่วทุกทิศ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระศาสดาผู้มีพระจักษุ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ทรงทราบเหตุทั้งหมด ทรงกำหนดแล้ว จึงรับสั่งเรียกพระสาวกผู้ยินดีในศาสนามาตรัสว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ภิกษุทั้งหลาย หมู่เทพมุ่งมากันแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เธอทั้งหลายจงรู้จักหมู่เทพเหล่านั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เราจะบอกเธอทั้งหลายด้วยวาจาตามลำดับ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๓๕] ยักษ์ ๗,๐๐๐ ตน ที่เป็นภุมมเทวดาอยู่ในกรุงกบิลพัสดุ์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มีฤทธิ์ มีความรุ่งเรือง ๒-

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสมัยสูตร”