บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๔๘] วนฺเท เต ปิตรํ ภทฺเท ติมฺพรุํ สุริยวจฺฉเส ๔ เยน ชาตาสิ กลฺยาณี อานนฺทชนนี มม ฯ วาโตว เสทตํ กนฺโต ปานียํว ปิปาสโต องฺคิรํสี ๕ ปิยา เมสิ ธมฺโม อรหตํ ๖ อิว ฯ อาตุรสฺเสว เภสชฺชํ โภชนํว ชิฆจฺฉโต ปรินิพฺพาปยิ ๗ ภทฺเท ชลนฺตมิว วารินา ฯ สีโตทกํ โปกฺขรณึ ยุตฺตํ กิญฺชกฺขเรณุนา นาโค ฆมฺมาภิตตฺโตว โอคาเห เต ถนูทรํ ฯ อจฺจงฺกุโสว นาโค จ ชิตํ เม ตุตฺตโตมรํ การณํ นปฺปชานามิ สมฺมตฺโต ลกฺขณูรุยา ฯ ตยิ คธิตจิตฺโตสฺมิ ๑ จิตฺตํ วิปริณามิตํ ปฏิคฺคนฺตุํ น สกฺโกมิ วงฺกฆตฺโตว ๒ อมฺพุโช ฯ วามูรุ สช มํ ภทฺเท สช มํ มนฺทโลจเน ปลิสฺสช มํ กลฺยาณิ เอตํ เม อภิปตฺถิตํ ฯ อปฺปโก วต เม สนฺโต กาโม เวลฺลิตเกสิยา อเนกภาโว ๓ สมปาทิ ๔ อรหนฺเตว ทกฺขิณา ฯ ยํ เม อตฺถิ กตํ ปุญฺญํ อรหนฺเตสุ ตาทิสุ ตํ เม สพฺพงฺคกลฺยาณิ ตยา สทฺธึ วิปจฺจตํ ฯ ยํ เม อตฺถิ กตํ ปุญฺญํ อสฺมึ ปฐวิมณฺฑเล ตํ เม สพฺพงฺคกลฺยาณิ ตยา สทฺธึ วิปจฺจตํ ฯ สกฺยปุตฺโตว ฌาเนน เอโกทิ นิปโก สโต อมตํ มุนิ ชิคึสาโน ๕ ตมหํ สุริยวจฺฉเส ฯ ยถาปิ มุนิ นนฺเทยฺย ปตฺวา สมฺโพธิมุตฺตมํ เอวํ นนฺเทยฺยํ กลฺยาณิ มิสฺสภาวํ ๖ คโต ตยา ฯ สกฺโก เจ เม วรํ ทชฺชา ตาวตึสานมิสฺสโร ตาหํ ภทฺเท วเรยฺยาเห เอวํ กาโม ทโฬฺห มม ฯ สาลํว น จิรํ ผุลฺลํ ปิตรํ เต สุเมธเส วนฺทมาโน นมสฺสามิ ยสฺสาเสตาทิสี ปชาติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๔๖] ต่อมา ท้าวสักกะจอมเทพ ผู้มีเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์แวดล้อม มีปัญจสิขะ คันธรรพบุตรนำเสด็จ ได้ทรงหายตัวจาก(ภพ)ชั้นดาวดึงส์ไปปรากฏอยู่ที่ภูเขาเวทิยกะ ทางทิศเหนือของหมู่บ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์ เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขน ออกหรือคู้แขนเข้าฉะนั้น
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๔๙] เอวํ วุตฺเต ภควา ปญฺจสิขํ คนฺธพฺพปุตฺตํ เอตทโวจ สํสนฺทติ โข เต ปญฺจสิข ตนฺติสฺสโร คีตสฺสเรน คีตสฺสโร จ ตนฺติสฺสเรน เนว ๑ ปน เต ปญฺจสิข ตนฺติสฺสโร คีตสฺสรํ อติวตฺตติ น ๒ คีตสฺสโร จ ตนฺติสฺสรํ กทา สํยูฬฺหา ปน เต ปญฺจสิข อิมา คาถา พุทฺธูปสญฺหิตา ธมฺมูปสญฺหิตา สงฺฆูปสญฺหิตา อรหนฺตูปสญฺหิตา กามูปสญฺหิตาติ ฯ เอกมิทาหํ ภนฺเต สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรเธ ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ ฯ เตน โข ปนาหํ ภนฺเต สมเยน ภทฺทา นาม สุริยวจฺฉสา ติมฺพรุโน คนฺธพฺพรญฺโญ ธีตา ตมาภิกงฺขามิ ฯ สา โข ปน ภนฺเต ภคินี ปรกามินี โหติ สิขณฺฑิ ๓ นาม มาตลิสฺส. สงฺคาหกสฺส ปุตฺโต ตมาภิกงฺขติ ฯ ยโต โข อหํ ภนฺเต ตํ ภคินึ นาลตฺถํ เกนจิ ปริยาเยน อถาหํ เวฬุวปณฺฑุวีณํ อาทาย เยน ติมฺพรุโน คนฺธพฺพรญฺโญ นิเวสนํ เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา เวฬุวปณฺฑุวีณํ อสฺสาเวสึ อิมา คาถา อภาสึ พุทฺธูปสญฺหิตา ธมฺมูปสญฺหิตา สงฺฆูปสญฺหิตา อรหนฺตูปสญฺหิตา กามูปสญฺหิตา วนฺเท เต ปิตรํ ภทฺเท ติมฺพรุํ สุริยวจฺฉเส เยน ชาตาสิ กลฺยาณี อานนฺทชนนี มม ฯ ฯเปฯ สาลํว น จิรํ ผุลฺลํ ปิตรํ เต สุเมธเส วนฺทมาโน นมสฺสามิ ยสฺสาเสตาทิสี ปชาติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เวลานั้น ภูเขาเวทิยกะและหมู่บ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์สว่างไสวยิ่งนัก ด้วย เทวานุภาพของเหล่าเทพ ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงรอบๆ กล่าวกันอย่างนี้ว่า “วันนี้ ภูเขาเวทิยกะถูกไฟเผาไหม้ลุกโชติช่วง ทำไมหนอ วันนี้ ภูเขาเวทิยกะและหมู่บ้าน พราหมณ์ชื่ออัมพสัณฑ์จึงสว่างไสวยิ่งนักเล่า” พากันตกใจขนพองสยองเกล้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๔๗] ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกปัญจสิขะ คันธรรพบุตรมา ตรัสว่า “ปัญจสิขะ ตถาคตทรงเข้าฌาน ๑- ทรงพอพระทัยในฌาน ระหว่างที่พระองค์ ประทับหลีกเร้นอยู่ คนเช่นเรายากที่จะเข้าไปเฝ้าได้ ทางที่ดี พ่อควรทำให้พระองค์ ทรงพอพระทัยก่อน หลังจากนั้น พวกเราจึงควรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันต- สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรทูลรับสนองพระดำรัสแล้วจึงถือพิณสีเหลืองดังผลมะ- ตูมเข้าไปจนถึงถ้ำอินทสาละแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร คะเนดูว่า “ระยะเท่านี้พระผู้ มีพระภาคประทับอยู่ไม่ไกลนัก ไม่ใกล้นักจากเรา และทรงได้ยินเสียงของเรา”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ เข้าฌาน หมายถึงการเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่ ในที่นี้มุ่งถึงฌาน ๒ คือ (๑) อารัมมณูปนิชฌาน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(การเพ่งอารมณ์ ได้แก่ สมาบัติ ๘ คือ รูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔) (๒) ลักขณูปนิชฌาน (การเพ่งลักษณะ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@ได้แก่ วิปัสสนา มรรค และผล) (ที.ม.อ. ๓๔๗/๓๑๕)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เพลงขับกล่อมของปัญจสิขะ คันธรรพบุตร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๔๘] ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้บรรเลงพิณสีเหลือง ดังผลมะตูมและกล่าวคาถาอันเกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธ เกี่ยวเนื่องด้วยพระธรรม เกี่ยวเนื่องด้วยพระสงฆ์ เกี่ยวเนื่องด้วยพระอรหันต์ และเกี่ยวเนื่องด้วยกามเหล่านี้ว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
“แม่ภัททาสุริยวัจฉสา ๑-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ฉันขอกราบท่านติมพรุบิดาของเธอ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โดยเหตุที่เธอเกิดมางดงาม ทำให้ฉันปลื้มใจ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เหมือนสายลมย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้มีเหงื่อ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หรือเหมือนน้ำเป็นที่ปรารถนาของผู้กระหาย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เธอผู้ไฉไลเป็นที่รักของฉัน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ดุจธรรมเป็นที่รักของพระอรหันต์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เธอจงช่วยดับความเร่าร้อน ๒-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เหมือนช่วยวางยาคนไข้ผู้กระสับกระส่าย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เหมือนให้อาหารแก่ผู้หิว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หรือเหมือนใช้น้ำดับไฟที่กำลังลุกอยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอให้ฉันได้ซบลงจดถันและอุทรของเธอ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เหมือนช้างที่ร้อนจัดในคราวร้อน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
หยั่งลงสู่สระโบกขรณีมีน้ำเย็น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ระคนด้วยละอองเกสรดอกปทุม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ฉันมึนงงเพราะ(เห็น)ช่วงขาที่งามสมส่วน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ไม่รับรู้เหตุการณ์ (อะไรๆ)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที