บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๕๐] เอวํ วุตฺเต ภนฺเต ภทฺทา สุริยวจฺฉสา มํ เอตทโวจ น โข เม มาริส โส ภควา สมฺมุขา ทิฏฺโฐ อปิจ สุโตเยว เม โส ภควา เทวานํ ตาวตึสานํ สุธมฺมาย สภาย อุปนจฺจนฺติยา ยโต โข ตฺวํ มาริส ตํ ภควนฺตํ กิตฺเตสิ โหตุ โน อชฺช สมาคโมติ ฯ โสเยว โน ภนฺเต ตสฺสา ภคินิยา สทฺธึ สมาคโม อโหสิ น ๑ วทามิ ตโต ปจฺฉาติ ฯ อถโข สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส เอตทโหสิ ปฏิสมฺโมทติ โข ๒ ปญฺจสิโข คนฺธพฺพปุตฺโต ภควตา ภควา จ ปญฺจสิเขนาติ ฯ อถโข สกฺโก เทวานมินฺโท ปญฺจสิขํ คนฺธพฺพปุตฺตํ อามนฺเตสิ อภิวาเทหิ เม ตฺวํ ตาต ปญฺจสิข ภควนฺตํ สกฺโก ภนฺเต เทวานมินฺโท สามจฺโจ สปริชโน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ปญฺจสิโข คนฺธพฺพปุตฺโต สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทสิ ๓ สกฺโก ภนฺเต เทวานมินฺโท สามจฺโจ สปริชโน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ เอวํ สุขี โหตุ ปญฺจสิข สกฺโก เทวานมินฺโท สามจฺโจ สปริชโน สุขกามา หิ เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา เย จญฺเญ สนฺติ ปุถุกายาติ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนช้างเหลือขอเพราะถือว่าเราชนะได้แล้ว ๓-

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๕๑] เอวญฺจ ปน ตถาคตา เอวรูเป มเหสกฺเข ยกฺเข อภิวทนฺติ ฯ อภิวทิโต สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต อินฺทสาลคุหํ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เทวาปิ ตาวตึสา อินฺทสาลคุหํ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ ปญฺจสิโขปิ คนฺธพฺพปุตฺโต อินฺทสาลคุหํ ปวิสิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เตน โข ปน สมเยน อินฺทสาลคุหา วิสมา สนฺติ สมา สมปาทิ สมฺพาธา สนฺติ อุรุทฺธา ๑ สมปาทิ อนฺธกาโร คุหายํ อนฺตรธายิ อาโลโก อุทปาทิ ยถา ตํ เทวานํ เทวานุภาเวน ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๕๒] อถโข ภควา สกฺกํ เทวานมินฺทํ เอตทโวจ อจฺฉริยมิทํ อายสฺมโต โกสิยสฺส อพฺภูตมิทํ อายสฺมโต โกสิยสฺส ตว พหุกิจฺจสฺส พหุกรณียสฺส ยทิทํ อิธาคมนนฺติ ฯ จิรปฏิกาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุกาโม อปิจ เทวานํ ตาวตึสานํ เกหิจิ กิจฺจกรณีเยหิ พฺยาวโฏ เอวาหํ นาสกฺขึ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุํ ฯ เอกมิทํ ภนฺเต สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ สลฬาคารเก ฯ อถโขหํ ภนฺเต สาวตฺถึ อคมาสึ ภควนฺตํ ทสฺสนาย ฯ เตน โข ปน ภนฺเต สมเยน ภควา อญฺญตเรน สมาธินา นิสินฺโน โหติ ฯ ภุชคี ๒ นาม เวสฺสวณสฺส มหาราชสฺส ปริจาริกา ภควนฺตํ ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ ปญฺชลิกา นมสฺสมานา ติฏฺฐติ ฯ อถโขหํ ภนฺเต ภุชคึ เอตทโวจํ อภิวาเทหิ เม ตฺวํ ภคินิ ภควนฺตํ สกฺโก ภนฺเต เทวานมินฺโท สามจฺโจ สปริชโน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ เอวํ วุตฺเต ภนฺเต สา ภุชคี มํ เอตทโวจ อกาโล โข มาริส ภควนฺตํ ทสฺสนาย ปฏิสลฺลีโน ภควาติ ฯ เตนหิ ภคินิ ยทา ภควา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิโต โหติ อถ มม วจเนน ภควนฺตํ อภิวาเทหิ สกฺโก ภนฺเต เทวานมินฺโท สามจฺโจ สปริชโน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ ฯ กจฺจิ เม สา ภนฺเต ภคินี ภควนฺตํ อภิวาเทสิ สรติ ภควา ตสฺสา ภคินิยา วจนนฺติ ฯ อภิวาเทสิ มํ สา เทวานมินฺท ภคินี สรามหํ ตสฺสา ภคินิยา วจนํ อปิจาหํ อายสฺมโต จกฺกเนมิสทฺเทน ๑ ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐิโตติ ฯ เย เต ภนฺเต เทวา อเมฺหหิ ปฐมตรํ ตาวตึสกายํ อุปปนฺนา เตสํ เม สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ยทา ตถาคตา โลเก อุปฺปชฺชนฺติ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา ทิพฺพา กายา ปริปูเรนฺติ หายนฺติ อสุรกายาติ ฯ ตํ เม อิทํ ภนฺเต สกฺขิทิฏฺฐํ ยโต ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ทิพฺพา กายา ปริปูเรนฺติ หายนฺติ อสุรกายาติ ฯ อิเธว ภนฺเต กปิลวตฺถุสฺมึ โคปิกา นาม สกฺยธีตา อโหสิ พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม ปสนฺนา สงฺเฆ ปสนฺนา สีเลสุ ปริปูรีการินี ๒ สา อิตฺถีจิตฺตํ ๓ วิราเชตฺวา ปุริสจิตฺตํ ๔ ภาเวตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ อมฺหากํ ปุตฺตตฺตํ อชฺฌุปคตา ตตฺราปิ นํ เอวํ ชานนฺติ โคปโก เทวปุตฺโต โคปโก เทวปุตฺโตติ ฯ อญฺเญปิ ภนฺเต ตโย ภิกฺขู ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา หีนํ คนฺธพฺพกายํ อุปปนฺนา เต ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคิภูตา ปริจารยมานา อมฺหากํ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ อมฺหากํ ปาริจริยํ ฯ เต อมฺหากํ อุปฏฺฐานํ อาคเต อมฺหากํ ปาริจริยํ โคปโก เทวปุตฺโต ปฏิโจเทสิ กุโตมุขา นาม ตุเมฺห มาริสา ตสฺส ภควโต ธมฺมํ อายูหิตฺถ ๑ อหํ หิ นาม อิตฺถิกา สมานา พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม ปสนฺนา สงฺเฆ ปสนฺนา สีเลสุ ปริปูรีการินี อิตฺถีจิตฺตํ วิราเชตฺวา ปุริสจิตฺตํ ภาเวตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา เทวานํ ตาวตึสานํ สหพฺยตํ สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปุตฺตตฺตํ อชฺฌุปคตา อิธาปิ มํ เอวํ ชานนฺติ โคปโก เทวปุตฺโต โคปโก เทวปุตฺโตติ ตุเมฺห ปน มาริสา ภควติ พฺรหฺมจริยํ จริตฺวา หีนํ คนฺธพฺพกายํ อุปปนฺนา ทุทฺทิฏฺฐรูปํ วต โภ อทฺทสาม เย มยํ อทฺทสาม สหธมฺมิเก หีนํ คนฺธพฺพกายํ อุปปนฺเนติ ฯ เตสํ ภนฺเต โคปเกน เทวปุตฺเตน ปฏิโจทิตานํ เทฺว เทวา ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สตึ ปฏิลภึสุ กายํ พฺรหฺมปุโรหิตํ ฯ เอโก ปน เทโว กาเม อชฺฌาวสิ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ สุริยวัจฉสา เป็นชื่อของเทพธิดา ผู้มีสิริโฉมงดงามทั่วสรรพางค์ มีรัศมีอ่อนๆ เปล่งออกจากร่างกายดุจ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@แสงอ่อนของดวงอาทิตย์ยามทอแสง (ที.ม.อ. ๓๔๘/๓๑๖)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ ความเร่าร้อน ในที่นี้หมายถึงความเร่าร้อนเพราะไฟคือราคะ (ที.ม.อ. ๓๔๘/๓๑๖)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ เราชนะได้แล้ว หมายถึงไม่อยู่ในอำนาจของแหลนและหอกซัด (ที.ม.อ. ๓๔๘/๓๑๗)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฉันมีใจจดจ่อที่เธอ ไม่อาจกลับใจที่แปรผันไป

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนปลาที่กลืนเบ็ดเข้าไป

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นางผู้เจริญ เธอจงเอาขาซ้ายกระหวัดฉันไว้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เธอผู้มีดวงตาหยาดเยิ้มจงกระหวัดฉันไว้เถิด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เธอผู้งดงามจงสวมกอดฉันไว้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สิ่งนี้คือสิ่งที่ฉันปรารถนายิ่งนัก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ความใคร่ของฉันต่อเธอผู้มีผมงามสลวย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ถึงมีน้อยก็เกิดผลมาก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนทักษิณาที่ถวายแด่พระอรหันต์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นางผู้งดงามทั่วสรรพางค์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุญที่ฉันได้ทำไว้ในพระอรหันต์ผู้คงที่นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จงอำนวยผลแก่ฉันพร้อมกับเธอ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นางผู้งดงามทั่วสรรพางค์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุญที่ฉันได้ทำไว้ในปฐพีมณฑลนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จงอำนวยผลแก่ฉันพร้อมกับเธอ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แม่(ภัททา)สุริยวัจฉสา ฉันใฝ่ฝันหาเธอ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนพระสมณศากยบุตรผู้ทรงเข้าฌานอยู่ผู้เดียว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้มีปัญญาครองตน มีสติ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เป็นมุนี แสวงหาอมตธรรม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แม่คุณคนงาม ถ้าฉันได้อยู่ร่วมกับเธอ ก็จะพึงชื่นชม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหมือนพระมุนีบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดพึงชื่นชมฉะนั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

หากท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งดาวดึงส์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จะประทานพรแก่ฉัน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฉันก็จะต้องเลือกเอาเธอเป็นแน่

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ความปรารถนาของฉันมั่นคงอยู่อย่างนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แม่คุณผู้เฉลียวฉลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฉันขอน้อมไหว้บิดาของเธอผู้มีธิดางามเช่นนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ดุจต้นสาละที่ผลิดอกใหม่ๆ ฉะนั้น”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๔๙] เมื่อปัญจสิขะ คันธรรพบุตรกราบทูลอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคได้ ตรัสกับปัญจสิขะ คันธรรพบุตรดังนี้ว่า “ปัญจสิขะ เสียงสายพิณของท่านเทียบได้กับ เสียงขับร้อง และเสียงขับร้องเทียบได้กับเสียงสายพิณ เสียงสายพิณของท่านไม่เกิน เสียงขับร้อง และเสียงขับร้องก็ไม่เกินเสียงสายพิณ คาถาอันเกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธ เกี่ยวเนื่องด้วยพระธรรม เกี่ยวเนื่องด้วยพระสงฆ์ เกี่ยวเนื่องด้วยพระอรหันต์ และ เกี่ยวเนื่องด้วยกามเหล่านี้ ท่านประพันธ์ไว้เมื่อไร”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ ประพันธ์คาถาเหล่านี้ไว้ เมื่อสมัยที่พระผู้มีพระภาคแรกตรัสรู้ ประทับอยู่ใต้ต้น อชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา สมัยนั้น ข้าพระองค์หลงรัก ภัททาสุริยวัจฉสา ธิดาของท้าวติมพรุคันธรรพราช แต่นางรักผู้อื่นคือหลงรักสิขัณฑี บุตรของมาตลีสังคาหกเทพบุตร เมื่อข้าพระองค์ไม่ได้นางด้วยวิธีหนึ่งจึงถือเอาพิณสี เหลืองดังผลมะตูมเข้าไปยังนิเวศน์ของท้าวติมพรุคันธรรพราช แล้วบรรเลงพิณขึ้น กล่าวคาถาอันเกี่ยวเนื่องด้วยพระพุทธ เกี่ยวเนื่องด้วยพระธรรม เกี่ยวเนื่องด้วย พระสงฆ์ เกี่ยวเนื่องด้วยพระอรหันต์ และเกี่ยวเนื่องด้วยกามเหล่านี้ว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘แม่ภัททาสุริยวัจฉสา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฉันขอกราบท่านติมพรุบิดาของเธอ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

โดยเหตุที่เธอเกิดมางดงาม ทำให้ฉันปลื้มใจ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฯลฯ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๙

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”