บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๕๔] อถโข ภควโต เอตทโหสิ ทีฆรตฺตํ วิสุทฺโธ โข อยํ สกฺโก ๓ ยงฺกิญฺจิ มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ สพฺพนฺตํ อตฺถสญฺหิตํเยว ปุจฺฉิสฺสติ โน อนตฺถสญฺหิตํ ยญฺจสฺสาหํ ปุฏฺโฐ พฺยากริสฺสามิ ตํ ขิปฺปเมว อาชานิสฺสตีติ ฯ อถโข ภควา สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ ปุจฺฉ วาสว มํ ปญฺหํ ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส อหํ อนฺตํ กโรมิ เตติ ฯ ปฐมภาณวารํ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวสักกะจอมเทพกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ได้สดับรับมาเฉพาะหน้าพวกเทพ ผู้เกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ก่อนกว่าพวกข้าพระองค์ว่า ‘คราวที่พระตถาคตอรหันต- สัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง’ ข้อนี้ข้าพระองค์ได้เห็นประจักษ์แล้วว่า เมื่อพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัติขึ้นในโลก หมู่เทพเจริญเต็มที่ หมู่อสูรเสื่อมถอยลง’
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๕๕] กตาวกาโส สกฺโก เทวานมินฺโท ภควตา ๔ อิมํ ภควนฺตํ ปฐมํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ กึสญฺโญชนา นุ โข มาริส เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา เย จญฺเญ สนฺติ ปุถุกายา เต อเวราถ อทณฺฑา อสปตฺตา อพฺยาปชฺฌา วิหเรมุ อเวริโนติ อิติ จ เนสํ โหติ อถ จ ปน สเวรา สทณฺฑา สสปตฺตา สพฺยาปชฺฌา วิหรนฺติ สเวริโนติ ฯ อิตฺถํ สกฺโก เทวานมินฺโท ภควนฺตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิ ฯ ตสฺส ภควา ปญฺหํ ปุฏฺโฐ พฺยากาสิ อิสฺสามจฺฉริยสญฺโญชนา โข เทวานมินฺท เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา เย จญฺเญ สนฺติ ปุถุกายา เต อเวรา อทณฺฑา อสปตฺตา อพฺยาปชฺฌา วิหเรมุ อเวริโนติ อิติ จ เนสํ โหติ อถ จ ปน สเวรา สทณฺฑา สสปตฺตา สพฺยาปชฺฌา วิหรนฺตา สเวริโนติ ฯ อิตฺถํ ภควา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปญฺหํ ปุฏฺโฐ พฺยากาสิ ฯ อตฺตมโน สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิ อนุโมทิ เอวเมตํ ภควา เอวเมตํ สุคต ติณฺณา เมตฺถ กงฺขา วิคตา กถํกถา ภควโต ปญฺหาเวยฺยากรณํ สุตฺวาติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เรื่องโคปกเทพบุตร
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๕๖] อิติห สกฺโก เทวานมินฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา ภควนฺตํ อุตฺตรึ ปญฺหํ อปุจฺฉิ อิสฺสามจฺฉริยํ ปน มาริส กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กิสฺมึ หิ สติ อิสฺสามจฺฉริยํ โหติ กิสฺมึ หิ อสติ อิสฺสามจฺฉริยํ น โหตีติ ฯ อิสฺสามจฺฉริยํ โข เทวานมินฺท ปิยาปฺปิยนิทานํ ปิยาปฺปิยสมุทยํ ปิยาปฺปิยชาติกํ ปิยาปฺปิยปภวํ ปิยาปฺปิเย สติ อิสฺสามจฺฉริยํ โหติ ปิยาปฺปิเย อสติ อิสฺสามจฺฉริยํ น โหตีติ ฯ ปิยาปฺปิยํ ปน มาริส กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กิสฺมึ สติ ปิยาปฺปิยํ โหติ กิสฺมึ อสติ ปิยาปฺปิยํ น โหตีติ ฯ ปิยาปฺปิยํ โข เทวานมินฺท ฉนฺทนิทานํ ฉนฺทสมุทยํ ฉนฺทชาติกํ ฉนฺทปภวํ ฉนฺเท สติ ปิยาปฺปิยํ โหติ ฉนฺเท อสติ ปิยาปฺปิยํ น โหตีติ ฯ ฉนฺโท ปน มาริส กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กิสฺมึ สติ ฉนฺโท โหติ กิสฺมึ อสติ ฉนฺโท น โหตีติ ฯ ฉนฺโท โข เทวานมินฺท วิตกฺกนิทาโน วิตกฺกสมุทโย วิตกฺกชาติโก วิตกฺกปภโว วิตกฺเก สติ ฉนฺโท โหติ วิตกฺเก อสติ ฉนฺโท น โหตีติ ฯ วิตกฺโก ปน มาริส กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กิสฺมึ สติ วิตกฺโก โหติ กิสฺมึ อสติ วิตกฺโก น โหตีติ ฯ วิตกฺโก โข เทวานมินฺท ปปญฺจสญฺญาสงฺขานิทาโน ปปญฺจสญฺญาสงฺขาสมุทโย ปปญฺจสญฺญาสงฺขาชาติโก ปปญฺจสญฺญาสงฺขาปภโว ปปญฺจสญฺญาสงฺขาย สติ วิตกฺโก โหติ ปปญฺจสญฺญาสงฺขาย อสติ วิตกฺโก น โหตีติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๕๓] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในกรุงกบิลพัสดุ์นี้ ได้มีศากยธิดานามว่าโคปิกา ผู้เลื่อมใสในพระพุทธ เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ ผู้รักษาศีล ๑- ให้ บริบูรณ์ หน่ายความรู้สึกเป็นหญิง อบรมความรู้สึกเป็นชาย ๒- หลังจากตายแล้วไป เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นบุตรของข้าพระองค์ ในที่นั้นพวกเทพรู้จักเธออย่างนี้ว่า ‘โคปกเทพบุตร’ ภิกษุอื่นอีก ๓ รูปประพฤติ พรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค ไปเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็นชั้นต่ำ พวกคนธรรพ์นั้น เอิบอิ่ม พรั่งพร้อม ได้รับการบำเรออยู่ด้วยกามคุณ ๕ มาสู่ที่บำรุงบำเรอของข้า พระองค์ โคปกเทพบุตรกล่าวเตือนพวกคนธรรพ์ผู้มายังที่บำรุงบำเรอของข้าพระองค์ว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย พวกท่านหันหน้าไปทางไหน ๓- ทั้งที่ได้ฟังพระธรรมของพระ ผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแล้ว เราเป็นหญิงเลื่อมใสในพระพุทธ เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ รักษาศีลให้บริบูรณ์ หน่ายความรู้สึกเป็นหญิง อบรมความรู้สึก เป็นชาย หลังจากตายแล้วมาเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์ เป็นบุตรของท้าวสักกะจอมเทพ ในที่นี้พวกเทพรู้จักเราอย่างนี้ว่า ‘โคปกเทพบุตร’ ส่วนพวกท่านประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค มาเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็น ชั้นต่ำ พวกเราได้เห็นผู้ร่วมประพฤติธรรมที่มาเกิดในหมู่คนธรรพ์ซึ่งเป็นชั้นต่ำ นับว่าได้เห็นรูปที่ไม่น่าดูเลย’ เมื่อพวกคนธรรพ์ ๓ ตน ถูกโคปกเทพบุตรตักเตือน มีเทพ ๔- ๒ องค์ กลับได้สติในปัจจุบันทันทีแล้วไปเกิดในพรหมโลกชั้นพรหมปุโรหิตา ส่วนเทพอีกองค์หนึ่งยังคงอยู่ในกามภพ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ศีล ในที่นี้หมายถึงศีล ๕ (ที.ม.อ. ๓๕๓/๓๒๑)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ หน่ายความรู้สึกเป็นหญิง อบรมความรู้สึกเป็นชาย หมายถึงอาการที่ไม่ได้เกิดจากภาวะผิดปกติด้าน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@ความรู้สึก แต่เกิดจากความปรารถนาจะบำเพ็ญบารมีให้สูงขึ้น เนื่องจากเพศหญิงไม่อาจบรรลุปัจเจกโพธิ-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@ญาณและสัมมาสัมโพธิญาณได้ (ที.ม.อ. ๓๕๓/๓๒๑)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๓ หันหน้าไปทางไหน หมายถึงใจลอยหรือนอนหลับในขณะที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเฉพาะหน้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(ที.ม.อ. ๓๕๓/๓๒๒)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๔ เทพ ในที่นี้หมายถึงคนธรรพ์ (ที.ม.อ. ๓๕๓/๓๒๓)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๕๔] โคปกเทพบุตรกล่าวว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เรามีนามว่า ‘โคปิกา’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เป็นอุบาสิกาของพระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธ พระธรรม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
และมีจิตเลื่อมใสบำรุงพระสงฆ์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เพราะความดีของพระธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นทีเดียว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราได้เป็นบุตรของท้าวสักกะ มีอานุภาพมาก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มีความรุ่งเรืองมาก มาเกิดในเทวโลกชั้นดาวดึงส์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แม้ในที่นี้พวกเทพรู้จักเราว่า ‘โคปกเทพบุตร’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราได้มาเห็นพวกภิกษุผู้เป็นสาวกของพระโคดม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผู้เกิดอยู่ในหมู่คนธรรพ์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ซึ่งเราเคยเห็นมาแล้ว เมื่อครั้งเป็นมนุษย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ยังได้เคยปรนนิบัติเท้า ๑- ในเรือนของตน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แล้วอุปัฏฐากด้วยข้าวและน้ำ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านเหล่านี้หันหน้าไปทางไหน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงไม่ได้รับพระธรรมของพระพุทธเจ้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระธรรมที่วิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ที่พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุตรัสรู้แล้ว ทรงแสดงไว้ดีแล้ว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แม้เราก็เข้าไปหาพวกท่านได้ฟังสุภาษิตของพระอริยเจ้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ได้เป็นบุตรของท้าวสักกะ มีอานุภาพมาก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มีความรุ่งเรืองมาก มาเกิดในเทวโลกชั้นดาวดึงส์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ส่วนพวกท่านเข้าไปนั่งใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ประพฤติพรหมจรรย์ในพระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ปรนนิบัติเท้า หมายถึงการอุปัฏฐาก เช่น การล้างเท้า การนวดเท้า และการทาเท้า (ที.ม.อ. ๓๕๔/๓๒๓)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แต่กลับมาเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำ การเกิดของพวกท่านไม่สมควร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราได้มาเห็นผู้ร่วมประพฤติธรรม มาเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำนับว่าได้เห็นรูปที่ไม่น่าดูเลย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกท่านมาเกิดในหมู่คนธรรพ์ ยังต้องมาสู่ที่บำรุงบำเรอของพวกเทพ ขอให้ท่านจงดูความวิเศษอันนี้ของเราผู้อยู่ครองเรือนเถิด เราเป็นหญิง แต่วันนี้เป็นเทพบุตร ผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คนธรรพ์พวกนั้นพร้อมกันมาพบโคปกเทพบุตร ถูกเทพบุตรผู้เป็นสาวกของพระโคดมตักเตือนแล้ว จึงเกิดความสังเวชว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที