บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๖๐] อิติ โข อานนฺท อิเม เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ฯ ตทานนฺท อิมินาเปตํ ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา ผสฺสปจฺจยา เวทนา ๑ ฯ ผสฺโส จ หิ อานนฺท นาภวิสฺส สพฺเพน สพฺพํ สพฺพถา สพฺพํ กสฺสจิ กิมฺหิจิ เสยฺยถีทํ จกฺขุสมฺผสฺโส โสตสมฺผสฺโส ฆานสมฺผสฺโส ชิวฺหาสมฺผสฺโส กายสมฺผสฺโส มโนสมฺผสฺโส ฯ สพฺพโส ผสฺเส อสติ ผสฺสนิโรธา อปิ นุ โข เวทนา ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตสฺมาติหานนฺท เอเสว เหตุ เอตํ นิทานํ เอส สมุทโย เอส ปจฺจโย เวทนาย ยทิทํ ผสฺโส ฯ นามรูปปจฺจยา ผสฺโสติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ฯ ตทานนฺท อิมินาเปตํ ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา นามรูปปจฺจยา ผสฺโส ฯ เยหิ อานนฺท อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ เยหิ อุทฺเทเสหิ นามกายสฺส ปญฺญตฺติ โหติ เตสุ อากาเรสุ เตสุ ลิงฺเคสุ เตสุ นิมิตฺเตสุ เตสุ อุทฺเทเสสุ อสติ อปิ นุ โข รูปกาเย อธิวจนสมฺผสฺโส ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ เยหิ อานนฺท อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ เยหิ อุทฺเทเสหิ รูปกายสฺส ปญฺญตฺติ โหติ เตสุ อากาเรสุ เตสุ ลิงฺเคสุ เตสุ นิมิตฺเตสุ เตสุ อุทฺเทเสสุ อสติ อปิ นุ โข นามกาเย ปฏิฆสมฺผสฺโส ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ เยหิ อานนฺท อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ เยหิ อุทฺเทเสหิ นามกายสฺส จ รูปกายสฺส จ ปญฺญตฺติ โหติ เตสุ อากาเรสุ เตสุ ลิงฺเคสุ เตสุ นิมิตฺเตสุ เตสุ อุทฺเทเสสุ อสติ อปิ นุ โข อธิวจนสมฺผสฺโส วา ปฏิฆสมฺผสฺโส วา ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ เยหิ อานนฺท อากาเรหิ เยหิ ลิงฺเคหิ เยหิ นิมิตฺเตหิ เยหิ อุทฺเทเสหิ นามรูปสฺส ปญฺญตฺติ โหติ เตสุ อากาเรสุ เตสุ ลิงฺเคสุ เตสุ นิมิตฺเตสุ เตสุ อุทฺเทเสสุ อสติ อปิ นุ โข ผสฺโส ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตสฺมาติหานนฺท เอเสว เหตุ เอตํ นิทานํ เอส สมุทโย เอส ปจฺจโย ผสฺสสฺส ยทิทํ นามรูปํ ฯ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ฯ ตทานนฺท อิมินาเปตํ ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ ฯ วิญฺญาณญฺจ หิ อานนฺท มาตุ กุจฺฉิสฺมึ น โอกฺกมิสฺสถ อปิ นุ โข นามรูปํ มาตุ กุจฺฉิสฺมึ สมุจฺฉิชฺชิสฺสถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ วิญฺญาณญฺจ หิ อานนฺท มาตุ กุจฺฉิสฺมึ โอกฺกมิตฺวา โวกฺกมิสฺสถ อปิ นุ โข นามรูปํ อิตฺถตฺตาย อภินิพฺพตฺติสฺสถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ วิญฺญาณญฺจ หิ อานนฺท ทหรสฺเสว สโต โวจฺฉิชฺชิสฺสถ กุมารกสฺส วา กุมาริกาย วา อปิ นุ โข นามรูปํ วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชิสฺสถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตสฺมาติหานนฺท เอเสว เหตุ เอตํ นิทานํ เอส สมุทโย เอส ปจฺจโย นามรูปสฺส ยทิทํ วิญฺญาณํ ฯ นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ ฯ ตทานนฺท อิมินาเปตํ ปริยาเยน เวทิตพฺพํ ยถา นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณํ ฯ วิญฺญาณญฺจ หิ อานนฺท นามรูเป ปติฏฺฐํ น ลภึสฺสถ อปิ นุ โข อายตึ ชาติชรามรณทุกฺขสมุทยสมฺภโว ปญฺญาเยถาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตสฺมาติหานนฺท เอเสว เหตุ เอตํ นิทานํ เอส สมุทโย เอส ปจฺจโย วิญฺญาณสฺส ยทิทํ นามรูปํ ฯ เอตฺตาวตา โข อานนฺท ชาเยถ วา ชีเยถ วา มีเยถ วา จเวถ วา อุปปชฺเชถ วา ฯ เอตฺตาวตา โข อธิวจนปโถ เอตฺตาวตา นิรุตฺติปโถ เอตฺตาวตา ปญฺญตฺติปโถ เอตฺตาวตา ปญฺญาวจรํ เอตฺตาวตา วฏฺฏํ วตฺตติ ฯ อิตฺถตฺตํ ปญฺญาปนาย ยทิทํ นามรูปํ สห วิญฺญาเณน ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๐๘] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวไว้เช่นนี้ว่า ‘เพราะอาศัยฉันทราคะ อัชโฌสานะ จึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อาศัยฉันทราคะ อัชโฌสานะจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้า ฉันทราคะไม่ได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อฉันทราคะไม่มีโดยประการ ทั้งปวง เพราะฉันทราคะดับไป อัชโฌสานะจะปรากฏได้หรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งอัชโฌสานะ ก็คือฉันทราคะนั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๐๙] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะอาศัยวินิจฉยะ ฉันทราคะจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อาศัยวินิจฉยะ ฉันทราคะจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าวินิจฉยะไม่ได้ มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อวินิจฉยะไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะ วินิจฉยะดับไป ฉันทราคะจะปรากฏได้หรือ''
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งฉันทราคะ ก็คือวินิจฉยะนั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๑๐] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะอาศัยลาภะ วินิจฉยะจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อาศัยลาภะ วินิจฉยะจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าลาภะไม่ได้มีแก่ ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อลาภะไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะลาภะ หมดไป วินิจฉยะจะปรากฏได้หรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งวินิจฉยะ ก็คือลาภะนั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๑๑] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะอาศัยปริเยสนา ลาภะจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อาศัยปริเยสนา ลาภะจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าปริเยสนาไม่ได้ มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อปริเยสนาไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะ ปริเยสนาดับไป ลาภะจะปรากฏได้หรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งลาภะ ก็คือปริเยสนานั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๑๒] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะอาศัยตัณหา ปริเยสนา จึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่อาศัยตัณหา ปริเยสนาจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าตัณหา คือ กามตัณหา ๑- ภวตัณหา ๒- และวิภวตัณหา ๓- ไม่ได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อตัณหาไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะตัณหาดับไป ปริเยสนาจะปรากฏได้หรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งปริเยสนา ก็คือตัณหานั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อานนท์ ธรรม ๒ อย่างนี้ ทั้ง ๒ ส่วน ๔- รวมลงเป็นอย่างเดียวกับเวทนา ด้วยประการฉะนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๑๓] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่ผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าผัสสะ คือ จักขุ- สัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส และมโนสัมผัสไม่ได้มีแก่ ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วทุกแห่ง เมื่อผัสสะไม่มีโดยประการทั้งปวง เพราะผัสสะดับไป เวทนาจะปรากฏได้หรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งเวทนา ก็คือผัสสะนั่นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ กามตัณหา (ความทะยานอยากในกาม) ในที่นี้หมายถึงราคะที่เนื่องด้วยกามคุณ ๕ (ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๘๒)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ ภวตัณหา (ความทะยานอยากในภพ) ในที่นี้หมายถึงราคะในรูปภพและอรูปภพ, ราคะที่ประกอบด้วย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@สัสสตทิฏฐิ (ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๘๒)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๓ วิภวตัณหา (ความทะยานอยากในวิภพ) ในที่นี้หมายถึงราคะที่ประกอบด้วยอุจเฉททิฏฐิ (ที.ปา.อ. ๓๐๕/๑๘๒)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที