บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๑๘๑] รญฺโญ อานนฺท มหาสุทสฺสนสฺส จตุราสีตินครสหสฺสานิ อเหสุํ กุสาวตีราชธานีปมุขานิ จตุราสีติปาสาทสหสฺสานิ อเหสุํ ธมฺมปาสาทปมุขานิ จตุราสีติกูฏาคารสหสฺสานิ อเหสุํ มหาวิยูหกูฏาคารปมุขานิ จตุราสีติปลฺลงฺกสหสฺสานิ อเหสุํ โสวณฺณมยานิ รูปิยมยานิ ทนฺตมยานิ มสารคลฺลมยานิ ๑ โคณกตฺถตานิ ปฏิกตฺถตานิ ๒ ปฏลิกตฺถตานิ กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณานิ สอุตฺตรจฺฉทานิ ๓ อุภโตโลหิตกุปธานานิ จตุราสีตินาคสหสฺสานิ อเหสุํ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ อุโปสถนาคราชปมุขานิ จตุราสีติอสฺสสหสฺสานิ อเหสุํ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ วลาหกอสฺสราชปมุขานิ จตุราสีติรถสหสฺสานิ อเหสุํ สีหจมฺมปริวารานิ พฺยคฺฆจมฺมปริวารานิ ทีปิจมฺมปริวารานิ ปณฺฑุกมฺพลปริวารานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ เวชยนฺตรถปมุขานิ จตุราสีติมณิสหสฺสานิ อเหสุํ มณิรตนปมุขานิ จตุราสีติอิตฺถีสหสฺสานิ อเหสุํ สุภทฺทาเทวีปมุขานิ จตุราสีติคหปติสหสฺสานิ อเหสุํ คหปติรตนปมุขานิ จตุราสีติขตฺติยสหสฺสานิ อเหสุํ อนุยนฺตานิ ๔ ปริณายกรตนปมุขานิ จตุราสีติเธนุสหสฺสานิ อเหสุํ ทุหสนฺทนานิ ๕ กํสูปธารณานิ ๖ จตุราสีติวตฺถโกฏิสหสฺสานิ อเหสุํ โขมสุขุมานํ กปฺปาสิกสุขุมานํ โกเสยฺยสุขุมานํ กมฺพลสุขุมานํ ฯ รญฺโญ อานนฺท มหาสุทสฺสนสฺส ๑ จตุราสีติถาลิปากสหสฺสานิ อเหสุํ สายํ ปาตํ ภตฺตาภิหาโร อภิหรยิตฺถ ฯ ๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๔ ทิศเฉียง หมายถึงทิศย่อยของทิศใหญ่หรือทิศรอง (วิสุทฺธิ.มหาฏีกา ๑/๒๕๔/๔๓๕)

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๑๘๒] เตน โข ปนานนฺท สมเยน รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส จตุราสีตินาคสหสสานิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ ฯ อถโข อานนฺท รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส เอตทโหสิ อิมานิ โข เม จตุราสีตินาคสหสฺสานิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ ยนฺนูน วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน เทฺวจตฺตาฬีสํ เทฺวจตฺตาฬีสํ นาคสหสฺสานิ สกึ สกึ อุปฏฺฐานํ อาคจฺเฉยฺยุนฺติ ฯ อถโข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน ปริณายกรตนํ อามนฺเตสิ อิมานิ โข เม สมฺม ปริณายกรตน จตุราสีตินาคสหสฺสานิ สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺติ เตนหิ สมฺม ปริณายกรตน วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน เทฺวจตฺตาฬีสํ เทฺวจตฺตาฬีสํ นาคสหสฺสานิ สกึ สกึ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉนฺตูติ ฯ เอวํ เทวาติ อานนฺท ปริณายกรตนํ รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส ปจฺจสฺโสสิ ฯ อถโข อานนฺท รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส อปเรน สมเยน วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน เทฺวจตฺตาฬีสํ เทฺวจตฺตาฬีสํ นาคสหสฺสานิ สกึ สกึ อุปฏฺฐานํ อาคมึสุ ฯ อถโข อานนฺท สุภทฺทาย เทวิยา พหุนฺนํ วสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสสตานํ พหุนฺนํ วสฺสสหสฺสานํ อจฺจเยน เอตทโหสิ จิรํ ทิฏฺโฐ โข เม ราชา มหาสุทสฺสโน ยนฺนูนาหํ ราชานํ มหาสุทสฺสนํ ทสฺสนาย อุปสงฺกเมยฺยนฺติ ฯ อถโข อานนฺท สุภทฺทา เทวี อิตฺถาคารํ อามนฺเตสิ เอตฺถ ตุมฺเห สีสนฺหายถ ๑ ปีตานิ วตฺถานิ ปารุปถ จิรํ ทิฏฺโฐ โน ราชา มหาสุทสฺสโน ราชานํ มหาสุทสฺสนํ ทสฺสนาย อุปสงฺกเมยฺยามาติ ฯ ๒ เอวํ อยฺเยติ โข อานนฺท อิตฺถาคารํ สุภทฺทาย เทวิยา ปฏิสฺสุณิตฺวา สีสนฺหายิตฺวา ปีตานิ วตฺถานิ ปารุปิตฺวา เยน สุภทฺทา เทวี เตนุปสงฺกมิ ฯ อถโข อานนฺท สุภทฺทา เทวี ปริณายกรตนํ อามนฺเตสิ กปฺเปหิ สมฺม ปริณายกรตน จตุรงฺคินึ เสนํ จิรํ ทิฏฺโฐ โน ราชา มหาสุทสฺสโน ราชานํ มหาสุทสฺสนํ ทสฺสนาย อุปสงฺกเมยฺยามาติ ฯ ๓ เอวํ เทวีติ โข อานนฺท ปริณายกรตนํ สุภทฺทาย เทวิยา ปฏิสฺสุณิตฺวา จตุรงฺคินึ เสนํ กปฺปาเปตฺวา สุภทฺทาย เทวิยา ปฏิเวเทสิ กปฺปิตา โข เต เทวิ จตุรงฺคินี เสนา ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถโข อานนฺท สุภทฺทา เทวี จตุรงฺคินิยา เสนาย สทฺธึ อิตฺถาคาเรน เยน ธมฺโม ปาสาโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา เยน มหาวิยูหํ กูฏาคารํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มหาวิยูหสฺส กูฏาคารสฺส ทฺวารพาหํ อาลมฺพิตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ อถโข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน สทฺทํ สุตฺวา ๔ กินฺนุ โข โส มหโต วิย ชนกายสฺส สทฺโทติ มหาวิยูหา กูฏาคารา นิกฺขมนฺโต อทฺทส สุภทฺทํ เทฺวึ ทฺวารพาหํ อาลมฺพิตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา สุภทฺทํ เทวึ เอตทโวจ เอตฺเถว เทวิ ติฏฺฐ มา ปาวิสีติ ฯ อถโข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน อญฺญตรํ ปุริสํ อามนฺเตสิ เอหิ ตฺวํ อมฺโภ ปุริส มหาวิยูหา กูฏาคารา โสวณฺณมยํ ปลฺลงฺกํ นีหริตฺวา สพฺพโสวณฺณมเย ตาลวเน ปญฺญเปหีติ ฯ เอวํ เทวาติ โข อานนฺท โส ปุริโส รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส ปฏิสฺสุตฺวา มหาวิยูหา กูฏาคารา โสวณฺณมยํ ปลฺลงฺกํ นีหริตฺวา สพฺพโสวณฺณมเย ตาลวเน ปญฺญเปสิ ฯ อถโข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเทน ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๕ มหัคคตะ หมายถึงอารมณ์ที่ถึงความเป็นใหญ่ชั้นรูปาวจรและอรูปาวจร เพราะมีผลที่สามารถข่มกิเลสได้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@และหมายถึง ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และปัญญาอันยิ่งใหญ่ (อภิ.สงฺ.อ. ๑๒/๙๒)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ทรงมีเมืองขึ้น ๘๔,๐๐๐ เมืองเป็นต้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๖๓] อานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงมีเมืองขึ้น ๘๔,๐๐๐ เมือง มีกรุง กุสาวดีราชธานีเป็นเมืองหลวง ทรงมีปราสาท ๘๔,๐๐๐ องค์ มีธรรมปราสาทเป็น ที่ประทับ ทรงมีเรือนยอด ๘๔,๐๐๐ หลัง มีเรือนยอดมหาวิยูหะเป็นที่ประทับ ทรงมีบัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ บัลลังก์ เป็นบัลลังก์ทอง บัลลังก์เงิน บัลลังก์งา บัลลังก์แก้ว บุษราคัม ลาดด้วยพรมขนสัตว์ชายยาว ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าปักลวดลาย ลาดด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักสูง หุ้มนวมสีแดงทั้ง ๒ ข้าง ทรงมีช้าง ๘๔,๐๐๐ ช้าง มีเครื่องประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีพญาช้างตระกูลอุโบสถ เป็นช้างทรง ทรงมีม้า ๘๔,๐๐๐ ม้า มีเครื่องประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วย ตาข่ายทอง มีพญาม้าวลาหกเป็นม้าทรง ทรงมีราชรถ ๘๔,๐๐๐ คัน หุ้มด้วยหนัง ราชสีห์ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง หุ้มด้วยหนังเสือเหลือง หุ้มด้วยผ้ากัมพลเหลือง มีเครื่องประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีเวชยันต์ราชรถเป็นรถ พระที่นั่ง ทรงมีแก้ว ๘๔,๐๐๐ ดวง มีมณีแก้วเป็นชั้นยอด ทรงมีสตรี ๘๔,๐๐๐ นาง มีพระนางสุภัททาเทวีเป็นอัครมเหสี ทรงมีคหบดี ๘๔,๐๐๐ คน มีคหบดีแก้วเป็น หัวหน้า ทรงมีกษัตริย์ผู้สวามิภักดิ์ ๘๔,๐๐๐ องค์ มีปริณายกแก้วเป็นหัวหน้า ทรงมีโคนม ๘๔,๐๐๐ ตัวที่พร้อมจะให้น้ำนม จนสามารถเอาภาชนะรองรับได้ ทรงมีผ้าโขมพัสตร์เนื้อดี ผ้าฝ้ายเนื้อดี ผ้าไหมเนื้อดี และผ้ากัมพลเนื้อดีรวม ๘๔,๐๐๐ โกฏิ ทรงมีสำรับพระกระยาหารที่มีคนนำมาถวายทั้งเช้าและเย็น ๘๔,๐๐๐ สำรับ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๖๔] อานนท์ สมัยนั้น ช้าง ๘๔,๐๐๐ ช้าง มาสู่ที่เฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทั้งเช้าและเย็น ท้าวเธอทรงดำริดังนี้ว่า ‘ช้างของเราทั้ง ๘๔,๐๐๐ ช้างนี้มาหาเรา ทั้งเช้าและเย็น ทางที่ดี ควรให้ช้างของเรา ๔๒,๐๐๐ ช้างมาหาเรา ๑๐๐ ปี ต่อครั้ง’ จึงรับสั่งเรียกปริณายกแก้วมาตรัสว่า “สหายปริณายกแก้ว ช้าง ๘๔,๐๐๐ ช้างนี้ มาหาเราทั้งเช้าและเย็น อย่ากระนั้นเลย ควรให้ช้าง ๔๒,๐๐๐ ช้างมาหาเรา ๑๐๐ ปี ต่อครั้งเถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ปริณายกแก้วทูลรับสนองพระบรมราชโองการ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ต่อมา ช้าง ๔๒,๐๐๐ ช้าง มาสู่ที่เฝ้าของพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ๑๐๐ ปี ต่อครั้ง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระนางสุภัททาเทวีเข้าเฝ้า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๖๕] อานนท์ ครั้นล่วงไปหลายปีหลายร้อยปีหลายพันปี พระนางสุภัททา- เทวีทรงดำริดังนี้ว่า ‘นานแล้วที่เราได้เข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทางที่ดี เราควร เข้าเฝ้าพระองค์อีก‘จึงรับสั่งเรียกพระสนมมาตรัสว่า “มาเถิด เธอทั้งหลาย จงอาบน้ำสระผม ห่มผ้าสีเหลือง นานแล้วที่เราได้เข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ เราจะ ไปเข้าเฝ้าพระองค์อีก’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกพระสนมทูลรับสนองพระราชเสาวนีย์แล้วอาบน้ำสระผม ห่มผ้าสีเหลือง เข้าไปเฝ้าพระนางสุภัททาเทวีถึงที่ประทับ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ทีนั้น พระนางสุภัททาเทวีรับสั่งเรียกปริณายกแก้วมาตรัสว่า ‘พ่อปริณายกแก้ว ท่านจงจัดหมู่จาตุรงคินีเสนาให้พร้อม นานแล้วที่เราได้เข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ เราจะไปเข้าเฝ้าพระองค์อีก’

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๙๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”