บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๑๘๓] อถโข อานนฺท สุภทฺทาย เทวิยา เอตทโหสิ วิปฺปสนฺนานิ โข รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺธานิ ๑ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต มา เหว โข ราชา มหาสุทสฺสโน กาลมกาสีติ ฯ ราชานํ มหาสุทสฺสนํ เอตทโวจ อิมานิ เต เทว จตุราสีตินครสหสฺสานิ กุสาวตีราชธานีปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปาสาทสหสฺสานิ ธมฺมปาสาทปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติกูฏาคารสหสฺสานิ มหาวิยูหกูฏาคารปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปลฺลงฺกสหสฺสานิ โสวณฺณมยานิ รูปิยมยานิ ทนฺตมยานิ มสารคลฺลมยานิ โคณกตฺถตานิ ปฏิกตฺถตานิ ปฏลิกตฺถตานิ กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณานิ สอุตฺตรจฺฉทานิ อุภโตโลหิตกุปธานานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีตินาคสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ อุโปสถนาคราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอสฺสสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ วลาหกอสฺสราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติรถสหสฺสานิ สีหจมฺมปริวารานิ พฺยคฺฆจมฺมปริวารานิ ทีปิจมฺมปริวารานิ ปณฺฑุกมฺพลปริวารานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ เวชยนฺตรถปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติมณิสหสฺสานิ มณิรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอิตฺถีสหสฺสานิ อิตฺถีรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติคหปติสหสฺสานิ คหปติรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติขตฺติยสหสฺสานิ อนุยนฺตานิ ปริณายกรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติเธนุสหสฺสานิ ทุหสนฺทนานิ กํสุปธารณานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติวตฺถโกฏิสหสฺสานิ โขมสุขุมานํ กปฺปาสิกสุขุมานํ โกเสยฺย- สุขุมานํ กมฺพลสุขุมานํ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติถาลิปากสหสฺสานิ สายํ ปาตํ ภตฺตาภิหาโร อภิหรยิตฺถ ๑ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ชเนหิ ชีวิเต อเปกฺขํ กโรหีติ เอวํ วุตฺเต อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน สุภทฺทํ เทวึ เอตทโวจ ทีฆรตฺตํ โข มํ ตฺวํ เทวิ อิฏฺเฐหิ กนฺเตหิ มนาเปหิ สมุทาจริตฺวา อถ จ ปน มํ ตฺวํ ปจฺฉิเม กาเล อนิฏฺเฐหิ อกนฺเตหิ อมนาเปหิ สมุทาจรสีติ ฯ กถญฺจ หิ ตํ เทว สมุทาจรามีติ ฯ เอวํ โข มํ ตฺวํ เทวิ สมุทาจร สพฺเพเหว ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว อญฺญถาภาโว มา โข ตฺวํ เทว สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา อิมานิ เต เทว จตุราสีตินครสหสฺสานิ กุสาวตีราชธานีปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา ๓ อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปาสาทสหสฺสานิ ฯเปฯ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติกูฏาคารสหสฺสานิ ฯเปฯ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปลฺลงฺกสหสฺสานิ โสวณฺณมยานิ รูปิยมยานิ ทนฺตมยานิ มสารคลฺลมยานิ โคณกตฺถตานิ ปฏิกตฺถตานิ ปฏลิกตฺถตานิ กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณานิ สอุตฺตรจฺฉทานิ อุภโตโลหิตกุปธานานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีตินาคสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ อุโปสถนาคราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอสฺสสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ วลาหกอสฺสราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติรถสหสฺสานิ สีหจมฺมปริวารานิ พฺยคฺฆจมฺมปริวารานิ ทีปิจมฺมปริวารานิ ปณฺฑุกมฺพลปริวารานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ เวชยนฺตรถปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติมณิสหสฺสานิ มณิรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอิตฺถีสหสฺสานิ สุภทฺทาเทวิปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติคหปติสหสฺสานิ คหปติรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติขตฺติยสหสฺสสานิ อนุยนฺตานิ ปริณายกรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติเธนุสหสฺสานิ ทุหสนฺทนานิ กํสุปธารณานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติวตฺถโกฏิสหสฺสานิ โขมสุขุมานํ กปฺปาสิกสุขุมานํ โกเสยฺยสุขุมานํ กมฺพลสุขุมานํ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ ฯ อิมานิ เต เทว จตุราสีติถาลิปากสหสฺสานิ สายํ ปาตํ ภตฺตาภิหาโร อภิหรยิตฺถ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสีติ ฯ เอวํ วุตฺเต อานนฺท สุภทฺทา เทวี ปโรทิ อสฺสูนิ ปวตฺเตสิ ฯ อถโข อานนฺท สุภทฺทา เทวี อสฺสูนิ ปมชฺชิตฺวา ๑ ราชานํ มหาสุทสฺสนํ เอตทโวจ สพฺเพเหว เทว ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว อญฺญาถาภาโว มา โข ตฺวํ เทว สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา อิมานิ โข เต เทว จตุราสีตินครสหสฺสานิ กุสาวตีราชธานีปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปาสาทสหสฺสานิ ธมฺมปาสาทปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติกูฏาคารสหสฺสานิ มหาวิยูหกูฏาคารปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติปลฺลงฺกสหสฺสานิ โสวณฺณมยานิ๓ รูปิยมยานิ ทนฺตมยานิ มสารคลฺลมยานิ โคณกตฺถตานิ ปฏิกตฺถตานิ ปฏลิกตฺถตานิ กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณานิ สอุตฺตรจฺฉทานิ อุภโตโลหิตกุปธานานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีตินาคสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ อุโปสถนาคราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอสฺสสหสฺสานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ วลาหกอสฺสราชปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติรถสหสฺสานิ สีหจมฺมปริวารานิ พฺยคฺฆจมฺมปริวารานิ ทีปิจมฺมปริวารานิ ปณฺฑุกมฺพลปริวารานิ โสวณฺณาลงฺการานิ โสวณฺณธชานิ เหมชาลปฏิจฺฉนฺนานิ เวชยนฺตรถปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติมณิสหสฺสานิ มณิรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติอิตฺถีสหสฺสานิ อิตฺถีรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติคหปติสหสฺสานิ คหปติรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติขตฺติยสหสฺสานิ อนุยนฺตานิ ปริณายกรตนปมุขานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติเธนุสหสฺสานิ ทุหสนฺทนานิ กํสุปธารณานิ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติวตฺถโกฏิสหสฺสานิ โขมสุขุมานํ กปฺปาสิกสุขุมานํ โกเสยฺยสุขุมานํ กมฺพลสุขุมานํ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสิ อิมานิ เต เทว จตุราสีติถาลิปากสหสฺสานิ สายํ ปาตํ ภตฺตาภิหาโร อภิหรยิตฺถ เอตฺถ เทว ฉนฺทํ ปชห ชีวิเต อเปกฺขํ มา อกาสีติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปริณายกแก้วทูลรับสนองพระราชเสาวนีย์แล้ว จัดหมู่จาตุรงคินีเสนาไว้ให้ เรียบร้อย กราบทูลพระนางสุภัททาเทวีดังนี้ว่า “ขอเดชะพระเทวี ข้าพระพุทธเจ้าจัด หมู่จตุรงคินีเสนาพร้อมแล้ว ขอพระองค์จงทรงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จากนั้น พระนางสุภัททาเทวีพร้อมด้วยหมู่จตุรงคินีเสนาและพระสนม ได้เสด็จ เข้าไปยังธรรมปราสาทขึ้นสู่ธรรมปราสาทเข้าไปยังเรือนยอดมหาวิยูหะ ประทับยืน เหนี่ยวบานพระทวารเรือนยอดมหาวิยูหะอยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ลำดับนั้น พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงสดับเสียง จึงทรงดำริดังนี้ว่า ‘เสียง อะไรหนอ เหมือนเสียงของหมู่มหาชน’ จึงเสด็จออกจากเรือนยอดมหาวิยูหะ ทอดพระเนตรเห็นพระนางสุภัททาเทวีประทับยืนเหนี่ยวบานพระทวารอยู่ จึงตรัส กับพระนางสุภัททาเทวีดังนี้ว่า ‘เทวี เธอหยุดอยู่ที่นั่นแหละ อย่าเข้ามาเลย’ รับสั่ง เรียกราชบุรุษคนหนึ่งมาตรัสว่า ‘พ่อผู้เจริญ มาทางนี้ พ่อจงนำบัลลังก์ทองจาก เรือนยอดมหาวิยูหะไปตั้งในสวนตาลทอง’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ราชบุรุษนั้นทูลรับสนองพระราชดำรัสแล้ว เชิญบัลลังก์ทองจากเรือนยอดมหา- วิยูหะไปตั้งไว้ในสวนตาลทอง จากนั้น พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงสำเร็จสีหไสยาโดย พระปรัศว์เบื้องขวา ซ้อนพระบาทเหลื่อมพระบาท ทรงมีสติสัมปชัญญะ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๖๖] อานนท์ ลำดับนั้น พระนางสุภัททาเทวีทรงดำริดังนี้ว่า ‘พระอินทรีย์ ของพระเจ้ามหาสุทัสสนะผ่องใสยิ่งนัก พระฉวีวรรณบริสุทธิ์ผุดผ่อง ท้าวเธออย่าได้ สวรรคตเลย’ จึงกราบทูลดังนี้ว่า ‘ขอเดชะ พระองค์ทรงมีเมืองขึ้น ๘๔,๐๐๐ เมือง มีกรุงกุสาวดีราชธานีเป็นเมืองหลวง โปรดทรงพอพระทัยเมืองเหล่านี้ โปรดทรง เยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีปราสาท ๘๔,๐๐๐ องค์ มีธรรมปราสาท เป็นที่ประทับ โปรดทรงพอพระทัยปราสาทเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรง พระชนม์เถิด ทรงทรงมีเรือนยอด ๘๔,๐๐๐ หลัง มีเรือนยอดมหาวิยูหะเป็นที่ประทับ โปรดทรงพอพระทัยเรือนยอดเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีบัลลังก์ ๘๔,๐๐๐ บัลลังก์ เป็นบัลลังก์ทอง บัลลังก์เงิน บัลลังก์งา บัลลังก์แก้ว บุษราคัม ลาดด้วยพรมขนสัตว์ชายยาว ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าปักลวดลาย ลาดด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักสูง หุ้มนวมสีแดงทั้ง ๒ ข้าง โปรดทรงพอพระทัย บัลลังก์เหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีช้าง ๘๔,๐๐๐ ช้าง มีเครื่องประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีพญาช้างตระกูลอุโบสถ เป็นช้างทรง โปรดทรงพอพระทัยช้างเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรง พระชนม์เถิด ทรงมีม้า ๘๔,๐๐๐ ม้า มีเครื่องประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วย ตาข่ายทอง มีพญาม้าวลาหกเป็นม้าทรง โปรดทรงพอพระทัยม้าเหล่านี้ โปรดทรง เยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีราชรถ ๘๔,๐๐๐ คัน หุ้มด้วยหนังราชสีห์ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง หุ้มด้วยหนังเสือเหลือง หุ้มด้วยผ้ากัมพลเหลือง มีเครื่อง ประดับทอง มีธงทอง คลุมด้วยตาข่ายทอง มีเวชยันต์ราชรถเป็นรถพระที่นั่ง โปรดทรงพอพระทัยราชรถเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมี แก้ว ๘๔,๐๐๐ ดวง มีมณีแก้วเป็นชั้นยอด โปรดทรงพอพระทัยแก้วเหล่านี้ โปรดทรง เยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีสตรี ๘๔,๐๐๐ นาง มีนางแก้วเป็นหัวหน้า โปรดทรงพอพระทัยสตรีเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมี คหบดี ๘๔,๐๐๐ คน มีคหบดีแก้วเป็นหัวหน้า โปรดทรงพอพระทัยคหบดีเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีกษัตริย์ผู้สวามิภักดิ์ ๘๔,๐๐๐ องค์ มีปริณายกแก้วเป็นหัวหน้า โปรดทรงพอพระทัยกษัตริย์เหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยใน การดำรงพระชนม์เถิด ทรงมีโคนม ๘๔,๐๐๐ ตัว ที่พร้อมจะให้น้ำนมจนสามารถ เอาภาชนะรองรับได้ โปรดทรงพอพระทัยโคนมเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรง พระชนม์เถิด ทรงมีผ้าโขมพัสตร์เนื้อดี ผ้าฝ้ายเนื้อดี ผ้าไหมเนื้อดี และผ้ากัมพลเนื้อ ดีรวม ๘๔,๐๐๐ โกฏิ โปรดทรงพอพระทัยผ้าเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรง พระชนม์เถิด ทรงมีสำรับพระกระยาหารที่มีคนนำมาถวายทั้งเช้าและเย็น ๘๔,๐๐๐ สำรับ โปรดทรงพอพระทัยสำรับพระกระยาหารเหล่านี้ โปรดทรงเยื่อใยในการดำรง พระชนม์เถิด’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงเกิดความสังเวช
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที