บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[204] Puna caparaṃ bho idhekacco idaṃ kusalanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ akusalanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ sāvajjanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ anavajjanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ sevitabbanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ na sevitabbanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ hīnanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ paṇītanti yathābhūtaṃ nappajānāti idaṃ kaṇhasukkasappaṭibhāganti yathābhūtaṃ nappajānāti. {204.1} So aparena samayena ariyadhammaṃ suṇāti yoniso manasikaroti dhammānudhammaṃ paṭipajjati . so ariyadhammassavanaṃ āgamma yoniso manasikāraṃ dhammānudhammaṃ paṭipajjati idaṃ kusalanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ akusalanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ sāvajjanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ anavajjanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ sevitabbanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ na sevitabbanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ hīnanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ paṇītanti yathābhūtaṃ pajānāti idaṃ kaṇhasukkasappaṭibhāganti yathābhūtaṃ pajānāti . tassa evaṃ jānato evaṃ passato avijjā pahīyati vijjā uppajjati. {204.2} Tassa avijjāvirāgā vijjuppādā uppajjati sukhaṃ sukhā bhiyyo somanassaṃ . seyyathāpi bho pamudā pāmojjaṃ jāyetha evameva kho bho avijjāvirāgā vijjuppādā uppajjati sukhaṃ sukhā bhiyyo somanassaṃ . ayaṃ kho bho tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena tatiyo okāsādhigamo anubuddho sukhassādhigamāya . Ime kho bho tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena tayo okāsādhigamā anubuddhā sukhassādhigamāyāti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ สิ่งมีส่วนเปรียบ ในที่นี้หมายถึงสิ่งทั้งหลาย ยกเว้นนิพพานเรียกว่า สิ่งมีส่วนเปรียบ (ที.ม.อ. ๒๘๘/๒๕๕) รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้เป็นสิ่งควรเสพ’ ย่อมรู้ชัดตาม ความเป็นจริงว่า ‘นี้เป็นสิ่งไม่ควรเสพ’ ย่อมรู้ชัดตามความเป็น จริงว่า ‘นี้เป็นสิ่งเลว’ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้เป็นสิ่ง ประณีต’ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้เป็นสิ่งดำ สิ่งขาว และสิ่งมีส่วนเปรียบ’ เมื่อเขารู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น เพราะอวิชชาดับลง เพราะวิชชาเกิดขึ้น สุข ย่อมเกิดขึ้น โสมนัสยิ่งกว่าสุขย่อมเกิดขึ้น ท่านผู้เจริญ ความ ปราโมทย์เกิดจากความเบิกบานใจ แม้ฉันใด เพราะอวิชชาดับลง เพราะวิชชาเกิดขึ้น สุขย่อมเกิดขึ้น โสมนัส ยิ่งกว่าสุขย่อมเกิดขึ้น ฉันนั้นเหมือนกัน พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระ อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงรู้วิธีการบรรลุโอกาส ที่ ๓ นี้ เพื่อให้ถึงความสุข
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[205] Idamatthaṃ bhante brahmā sanaṅkumāro abhāsittha . Idamatthaṃ bhante brahmā sanaṅkumāro bhāsitvā deve tāvatiṃse āmantesi taṃ kiṃ maññanti bhonto devā tāvatiṃsā yāva supaññattāpīme tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena cattāro satipaṭṭhānā kusalassādhigamāya katame cattāro idha bho bhikkhu ajjhattaṃ kāye kāyānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā vineyya loke abhijjhādomanassaṃ ajjhattaṃ kāye kāyānupassī viharanto tattha sammā samādhiyati sammā vippasīdati. {205.1} So tattha sammāsamāhito sammāvippasanno bahiddhā parakāye ñāṇadassanaṃ abhinibbatteti . ajjhattaṃ vedanāsu vedanānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā vineyya loke abhijjhādomanassaṃ ajjhattaṃ vedanāsu vedanānupassī viharanto tattha sammā samādhiyati sammā vippasīdati . so tattha sammāsamāhito sammāvippasanno bahiddhā paravedanāsu ñāṇadassanaṃ abhinibbatteti . ajjhattaṃ citte cittānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā vineyya loke abhijjhādomanassaṃ ajjhattaṃ citte cittānupassī viharanto tattha sammā samādhiyati sammā vippasīdati . so tattha sammāsamāhito sammāvippasanno bahiddhā paracitte ñāṇadassanaṃ abhinibbatteti . Ajjhattaṃ dhammesu dhammānupassī viharati ātāpī sampajāno satimā vineyya loke abhijjhādomanassaṃ ajjhattaṃ dhammesu dhammānupassī viharanto tattha sammā samādhiyati sammā vippasīdati . so tattha sammāsamāhito sammāvippasanno bahiddhā paradhammesu ñāṇadassanaṃ abhinibbatteti . ime kho bho tena bhagavatā jānatā passatā arahatā sammāsambuddhena cattāro satipaṭṭhānā paññattā kusalassādhigamāyāti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ- เจ้าพระองค์นั้น ทรงรู้วิธีการบรรลุโอกาส ๓ ประการนี้แล เพื่อให้ถึงความสุข’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สนังกุมารพรหมได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว จึงตรัสต่อไปว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สติปัฏฐาน ๔ ประการ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๘๙] ‘พวกเทพชั้นดาวดึงส์ผู้เจริญเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร พระผู้มี พระภาคผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติ สติปัฏฐาน ๔ ประการนี้ แม้ที่ทรงบัญญัติไว้อย่างดี ก็เพียงเพื่อให้บรรลุกุศลธรรม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๑. พิจารณาเห็นกายในกายภายในอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุนั้นเมื่อพิจารณา เห็นกายในกายภายในอยู่ ย่อมตั้งจิตมั่นโดยชอบ ย่อมผ่องใส โดยชอบในกายานุปัสสนานั้น ภิกษุนั้นตั้งจิตมั่นโดยชอบ ผ่องใสโดยชอบในกายานุปัสสนานั้นแล้ว ก็ย่อมบังเกิดมีญาณ- ทัสสนะ ๑- ในกายอื่นภายนอก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายภายในอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุ นั้นเมื่อพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายภายในอยู่ ย่อมตั้ง จิตมั่นโดยชอบ ย่อมผ่องใสโดยชอบในเวทนานุปัสสนานั้น ภิกษุ นั้นตั้งจิตมั่นโดยชอบ ผ่องใสโดยชอบในเวทนานุปัสสนานั้นแล้ว ก็ย่อมบังเกิดมีญาณทัสสนะในเวทนาอื่นภายนอก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. พิจารณาเห็นจิตในจิตภายในอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุนั้นเมื่อพิจารณา เห็นจิตในจิตภายในอยู่ ย่อมตั้งจิตมั่นโดยชอบ ย่อมผ่องใสโดย ชอบในจิตตานุปัสสนานั้น ภิกษุนั้นตั้งจิตมั่นโดยชอบ ผ่องใส โดยชอบในจิตตานุปัสสนานั้นแล้วก็ย่อมบังเกิดมีญาณทัสสนะ ในจิตอื่นภายนอก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายภายในอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ภิกษุ นั้นเมื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายภายในอยู่ ย่อมตั้ง จิตมั่นโดยชอบ ย่อมผ่องใสโดยชอบในธัมมานุปัสสนานั้น ภิกษุ นั้นตั้งจิตมั่นโดยชอบ ผ่องใสโดยชอบในธัมมานุปัสสนานั้นแล้ว ก็ย่อมบังเกิดมีญาณทัสสนะในธรรมอื่นภายนอก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ญาณทัสสนะ ในที่นี้หมายถึงความรู้และความเห็นตามความเป็นจริง อาจเรียกว่า มรรคญาณ ผลญาณ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@สัพพัญญุตญาณ ปัจจเวกขณญาณ หรือวิปัสสนาญาณ ก็ได้ (ที.สี.อ. ๒๓๔/๑๙๘)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมา- สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้แล เพื่อให้บรรลุ กุศลธรรม’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สนังกุมารพรหมได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว จึงตรัสต่อไปว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บริขารแห่งสมาธิ ๗ ประการ ๑-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๒๙๐] ‘พวกเทพชั้นดาวดึงส์ผู้เจริญเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงรู้ทรงเห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติบริขารแห่ง สมาธิ ๒- ๗ ประการนี้ แม้ที่ทรงบัญญัติอย่างดี ก็เพียงเพื่อความเจริญ เพื่อความ บริบูรณ์แห่งสัมมาสมาธิ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที