บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[215] Yathā nimittā dissanti brahmā pātubhavissati brahmuno hetaṃ pubbanimittaṃ obhāso vipulo mahāti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เมื่อเห็นเทพเหล่าใหม่ผู้มีวรรณะและยศ

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[216] Atha bhante devā tāvatiṃsā yathāsakesu āsanesu nisīdiṃsu obhāsametaṃ ñassāma yaṃ vipāko bhavissati sacchikatvā va naṃ gamissāmāti . cattāropi mahārājāno yathāsakesu āsanesu nisīdiṃsu obhāsametaṃ ñassāma yaṃ vipāko bhavissati sacchikatvā va naṃ gamissāmāti . idaṃ sutvā devā tāvatiṃsā ekaggā samāpajjiṃsu obhāsametaṃ ñassāma yaṃ vipāko bhavissati sacchikatvā va naṃ gamissāmāti. {216.1} Yadā bhante brahmā sanaṅkumāro devānaṃ tāvatiṃsānaṃ pātubhavati oḷārikaṃ attabhāvaṃ abhinimminitvā pātubhavati . yo kho pana bhante brahmuno pakativaṇṇo anabhisambhavanīyo so devānaṃ tāvatiṃsānaṃ cakkhupathasmiṃ . yadā bhante brahmā sanaṅkumāro devānaṃ tāvatiṃsānaṃ pātubhavati so aññe deve ativirocati vaṇṇena ceva yasasā ca . seyyathāpi bhante sovaṇṇo viggaho mānusaṃ viggahaṃ ativirocati evameva kho bhante yadā brahmā sanaṅkumāro devānaṃ tāvatiṃsānaṃ pātubhavati so aññe deve ativirocati vaṇṇena ceva yasasā ca . yadā bhante brahmā sanaṅkumāro devānaṃ tāvatiṃsānaṃ pātubhavati na tassaṃ parisāyaṃ koci devo abhivādeti vā paccuṭṭheti Vā āsanena vā nimanteti . sabbe va tuṇhībhūtā pañjalikā pallaṅke nisīdanti yassadāni devassa icchissati brahmā sanaṅkumāro tassa devassa pallaṅke nisīdissatīti . yassa kho pana bhante devassa brahmā sanaṅkumāro pallaṅke nisīdati uḷāraṃ so labhati devo vedapaṭilābhaṃ uḷāraṃ so labhati devo somanassapaṭilābhaṃ. {216.2} Seyyathāpi bhante rājā khattiyo muddhāvasitto adhunāvasitto rajjena uḷāraṃ so labhati vedapaṭilābhaṃ uḷāraṃ so labhati somanassapaṭilābhaṃ evameva kho bhante yassa devassa brahmā sanaṅkumāro pallaṅke nisīdati uḷāraṃ so labhati devo vedapaṭilābhaṃ uḷāraṃ so labhati devo somanassapaṭilābhaṃ . atha bhante brahmā sanaṅkumāro devānaṃ tāvatiṃsānaṃ sampasādaṃ viditvā antarahito imāhi gāthāhi anumodi

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้เคยประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคต ซึ่งมา ณ ที่นี้ (ด้วย)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ก็พากันบันเทิงใจนัก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เทพเหล่านั้นเป็นสาวก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ของพระผู้มีพระปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ทั้งหมดเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

รุ่งเรืองเกินเทพเหล่าอื่นในที่นี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ด้วยวรรณะ ยศ และอายุ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกเทพชั้นดาวดึงส์มีพระอินทร์เป็นประธาน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ครั้นเห็นเหตุนี้แล้วพากันเพลิดเพลิน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ถวายนมัสการพระตถาคตและความดีของพระธรรม’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เสียงของสนังกุมารพรหม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๐๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สนังกุมารพรหมได้ตรัสเนื้อความนี้ ขณะที่ สนังกุมารพรหมตรัสเนื้อความนี้มีเสียงประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ คือ (๑) แจ่มใส (๒) ชัดเจน (๓) นุ่มนวล (๔) ชวนฟัง (๕) กลมกล่อม (๖) ไม่พร่า (๗) ลึกซึ้ง (๘) กังวาน สนังกุมารพรหมเปล่งเสียงให้รู้กันเฉพาะในบริษัทเท่านั้น เสียงของ สนังกุมารพรหมนั้นไม่ได้ดังออกไปภายนอกบริษัท ผู้มีเสียงประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอย่างนี้เรียกว่า ‘มีเสียงเหมือนเสียงพรหม’’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ครั้งนั้น พวกเทพชั้นดาวดึงส์ได้ทูลสนังกุมารพรหมดังนี้ว่า ‘ขอโอกาสเถิด ท่านท้าวมหาพรหม พวกเราทราบเนื้อความนี้แล้วจึงเบิกบานใจ อนึ่ง ท้าวสักกะ จอมเทพได้ตรัสพระคุณตามความเป็นจริง ๘ ประการของพระผู้มีพระภาคไว้ พวก เราทราบแล้วก็เบิกบานใจ’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระคุณตามความเป็นจริง ๘ ประการ ๑-

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๐๒] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งนั้น สนังกุมารพรหมได้ตรัสกับท้าวสักกะ จอมเทพดังนี้ว่า ‘ขอโอกาสเถิด ท่านจอมเทพ เราก็ควรได้ฟังพระคุณตามความ เป็นจริง ๘ ประการของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นบ้าง’ ท้าวสักกะจอมเทพทูลรับสนอง พระดำรัสแล้ว ทรงประกาศพระคุณตามความเป็นจริง ๘ ประการแก่สนังกุมารพรหมว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ท้าวมหาพรหมผู้เจริญเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร’’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑. ตราบเท่าที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้ ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูล แก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ผู้ทรง ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อ อนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น (ใครอื่น) นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ ดูเทียบข้อ ๒๙๖ หน้า ๒๒๙ ในเล่มนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะ พึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน เราไม่เคยเห็น พระศาสดาผู้ประกอบด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ผู้ทรงแสดงธรรมที่ควร น้อมเข้ามาอย่างนี้ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่า ‘นี้เป็นกุศล’ ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่า ‘นี้เป็นอกุศล’ ทรงบัญญัติไว้ดีแล้วว่า ‘นี้เป็นสิ่งมีโทษ’ ‘นี้เป็นสิ่งไม่มีโทษ’ ‘นี้เป็นสิ่งควรเสพ’ ‘นี้เป็น สิ่งไม่ควรเสพ’ ‘นี้เป็นสิ่งเลว’ ‘นี้เป็นสิ่งประณีต’ ‘นี้เป็นสิ่งดำ เป็นสิ่งขาว และเป็นสิ่งไม่มีสิ่งเปรียบ’ เราไม่เคยเห็นพระศาสดา ผู้ประกอบด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ ผู้ทรงบัญญัติธรรมเป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นสิ่งที่มีโทษ เป็นสิ่งไม่มีโทษ เป็นสิ่งควรเสพ เป็นสิ่งไม่ควรเสพ เป็นสิ่งเลว เป็นสิ่งประณีต เป็นสิ่งดำ เป็นสิ่งขาว และเป็นสิ่งไม่มีสิ่งเปรียบอย่างนี้ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจากพระผู้มีพระภาค พระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงพระนิพพานที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรง บัญญัติไว้ดีแล้วแก่สาวกทั้งหลาย พระนิพพานและข้อปฏิบัติ ย่อมเหมาะสมกัน เปรียบเหมือนน้ำจากแม่น้ำคงคากับน้ำจาก แม่น้ำยมุนาย่อมกลมกลืนกันได้ เข้ากันได้ แม้ฉันใด ข้อปฏิบัติ ที่ให้ถึงพระนิพพานที่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงบัญญัติไว้ ดีแล้วแก่สาวกทั้งหลาย พระนิพพานและข้อปฏิบัติย่อมเหมาะ สมกัน ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบ ด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ผู้ทรงบัญญัติข้อปฏิบัติที่ให้ถึงพระนิพพาน อย่างนี้ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจาก พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงได้พระเสขะทั้งหลายผู้ยังต้อง ปฏิบัติและพระขีณาสพทั้งหลายผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้วเป็น พระสหาย (แต่) ไม่ทรงติดท่านเหล่านั้น ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม ที่ยินดีการอยู่ผู้เดียว เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบด้วย องค์คุณแม้เช่นนี้ผู้ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมที่ยินดีการอยู่ผู้เดียว อย่างนี้ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจาก พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงมีลาภเกิดขึ้นมากมาย ทรงมี คำสรรเสริญเกิดขึ้นแพร่หลาย เห็นจะเทียบกับกษัตริย์ทั้งหลาย ผู้มีพระสิริโฉมสง่าน่ารัก แต่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเสวยพระ กระยาหารอย่างปราศจากความมัวเมา เราไม่เคยเห็นพระศาสดา ผู้ประกอบด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ เสวยพระกระยาหารอย่าง ปราศจากความมัวเมาอย่างนี้ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจากพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงมีปกติตรัสอย่างไรก็ทรงทำ อย่างนั้น ทรงมีปกติทำอย่างไรก็ตรัสอย่างนั้น ด้วยเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นผู้ทรงมีปกติตรัสอย่างไรก็ทรงทำอย่างนั้น ทรงมี ปกติทำอย่างไรก็ตรัสอย่างนั้น เราไม่เคยเห็นพระศาสดาผู้ประกอบ ด้วยองค์คุณแม้เช่นนี้ผู้ทรงปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอย่างนี้ ในอดีตกาลเลย ถึงในบัดนี้เราก็ไม่เห็น(ใครอื่น) นอกจากพระผู้มี พระภาคพระองค์นั้น

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๐

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”