บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[221] Dantapuraṃ kāliṅgānaṃ assakānañca potanaṃ māhissati avantīnaṃ socirānañca rorukaṃ mithilā ca videhānaṃ campā aṅgesu māpitā bārāṇasī ca kāsīnaṃ ete govindamāpitāti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๖. กรุงจัมปา อังคะ พระเจ้าธตรฐ

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[222] Athakho bho te cha khattiyā yathāsakena lābhena attamanā ahesuṃ paripuṇṇasaṅkappā yaṃ vata no ahosi icchitaṃ yaṃ ākaṅkhitaṃ [7]- adhippetaṃ yaṃ abhipatthitaṃ taṃ no laddhanti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๗. กรุงพาราณสี กาสี พระเจ้าธตรฐ

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[223] Sattabhū brahmadatto ca vessabhū bharato saha reṇu dve dhataraṭṭhā ca tadāsuṃ satta bhāravāti . Paṭhamabhāṇavāraṃ niṭṭhitaṃ.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กิตติคุณของมหาโควินทพราหมณ์

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[224] Athakho bho te cha khattiyā yena mahāgovindo brāhmaṇo tenupasaṅkamiṃsu upasaṅkamitvā mahāgovindaṃ brāhmaṇaṃ etadavocuṃ yathā kho bhavaṃ bho govindo reṇussa rañño sahāyo piyo manāpo appaṭikūlo evameva kho bhavaṃ govindo brāhmaṇo amhākaṃpi sahāyo piyo manāpo appaṭikūlo anusāsatu no bhavaṃ govindo brāhmaṇo mā no bhavaṃ govindo brāhmaṇo anusāsaniyā paccabyāhāsīti . evaṃ bhoti kho bho mahāgovindo brāhmaṇo tesaṃ channaṃ khattiyānaṃ muddhābhisittānaṃ paccassosi. {224.1} Athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo anusāsaniyā satta ca rājāno khattiye muddhābhisitte rajjena anusāsi satta ca brāhmaṇamahāsāle satta ca nhātakasatāni mante vācesi. Athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa aparena samayena evaṃkalyāṇo kittisaddo abbhuggacchi sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ passati sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti . Athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa etadahosi mayhaṃ kho evaṃkalyāṇo kittisaddo abbhuggato sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ passati sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmunā Sākaccheti sallapati mantetīti na kho panāhaṃ brahmānaṃ passāmi na brahmunā sākacchemi na brahmunā sallapemi na brahmunā mantemi sutaṃ kho pana metaṃ brāhmaṇānaṃ vuḍḍhānaṃ mahallakānaṃ ācariyapācariyānaṃ bhāsamānānaṃ yo vassike cattāro māse paṭisallīyati karuṇaṃ jhānaṃ jhāyati so brahmānaṃ passati brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti yannūnāhaṃ vassike cattāro māse paṭisallīyeyyaṃ karuṇaṃ jhānaṃ jhāyeyyanti. {224.2} Athakho [2]- mahāgovindo brāhmaṇo yena reṇu rājā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā reṇuṃ rājānaṃ etadavoca mayhaṃ kho bho evaṃkalyāṇo kittisaddo abbhuggato sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ passati sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti na kho panāhaṃ bho brahmānaṃ passāmi na brahmunā sākacchemi na brahmunā sallapemi na brahmunā mantemi sutaṃ kho pana metaṃ brāhmaṇānaṃ vuḍḍhānaṃ mahallakānaṃ ācariyapācariyānaṃ bhāsamānānaṃ yo vassike cattāro māse paṭisallīyati karuṇaṃ jhānaṃ jhāyati so brahmānaṃ passati brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti icchāmahaṃ bho vassike cattāro māse paṭisallīyituṃ karuṇaṃ jhānaṃ jhāyituṃ namhi kenaci upasaṅkamitabbo aññatra ekena bhattāhārenāti . yassadāni bhavaṃ govindo kālaṃ maññatīti. Yassadāni bhavaṃ govindo kālaṃ maññatīti. {224.4} Athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo yena satta ca brāhmaṇamahāsālā satta ca nhātakasatāni tenupasaṅkami upasaṅkamitvā satta ca brāhmaṇamahāsāle satta ca nhātakasatāni etadavoca mayhaṃ kho bho evaṃkalyāṇo kittisaddo abbhuggato sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ passati sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti na kho panāhaṃ bho brahmānaṃ passāmi na brahmunā sākacchemi na brahmunā sallapemi na brahmunā mantemi sutaṃ kho pana metaṃ brāhmaṇānaṃ Vuḍḍhānaṃ mahallakānaṃ ācariyapācariyānaṃ bhāsamānānaṃ yo vassike cattāro māse paṭisallīyati karuṇaṃ jhānaṃ jhāyati so brahmānaṃ passati brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti tenahi bho yathāsute yathāpariyatte mante vitthārena sajjhāyaṃ karotha aññamaññañca mante vācetha icchāmahaṃ bho vassike cattāro māse paṭisallīyituṃ karuṇaṃ jhānaṃ jhāyituṃ namhi kenaci upasaṅkamitabbo aññatra ekena bhattāhārenāti . yassadāni bhavaṃ govindo kālaṃ maññatīti. {224.5} Athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo yena cattārīsā bhariyā sādisiyo tenupasaṅkami upasaṅkamitvā cattārīsā bhariyā sādisiyo etadavoca mayhaṃ kho bhoti evaṃkalyāṇo kittisaddo abbhuggato sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ passati sakkhi mahāgovindo brāhmaṇo brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti na kho panāhaṃ bhoti brahmānaṃ passāmi na brahmunā sākacchemi na brahmunā sallapemi na brahmunā mantemi sutaṃ kho pana metaṃ brāhmaṇānaṃ vuḍḍhānaṃ mahallakānaṃ ācariyapācariyānaṃ bhāsamānānaṃ yo vassike cattāro māse paṭisallīyati karuṇaṃ jhānaṃ jhāyati so brahmānaṃ passati brahmunā sākaccheti [1]- sallapati [2]- mantetīti icchāmahaṃ bhoti vassike cattāro māse paṭisallīyituṃ karuṇaṃ jhānaṃ jhāyituṃ namhi kenaci upasaṅkamitabbo aññatra ekena bhattāhārenāti . yassadāni bhavaṃ govindo Kālaṃ maññatīti. {224.6} Athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo puratthimena nagarasseva navaṃ saṇṭhāgāraṃ kārāpetvā vassike cattāro māse paṭisallīyi karuṇaṃ jhānaṃ jhāyi . nāssa koci upasaṅkamati aññatra ekena bhattāhārenāti . athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa catunnaṃ māsānaṃ accayena ahudeva ukkaṇṭhanā ahu paritassanā sutaṃ kho panetaṃ brāhmaṇānaṃ vuḍḍhānaṃ mahallakānaṃ ācariyapācariyānaṃ bhāsamānānaṃ yo vassike cattāro māse paṭisallīyati karuṇaṃ jhānaṃ jhāyati so brahmānaṃ passati brahmunā sākaccheti sallapati mantetīti na kho panāhaṃ brahmānaṃ passāmi na brahmunā sākacchemi na brahmunā sallapemi na brahmunā mantemīti. {224.7} Athakho bho brahmā sanaṅkumāro mahāgovindassa brāhmaṇassa cetasā cetoparivitakkamaññāya seyyathāpi nāma balavā puriso sammiñjitaṃ vā bāhaṃ pasāreyya pasāritaṃ vā bāhaṃ sammiñjeyya evameva brahmaloke antarahito mahāgovindassa brāhmaṇassa sammukhe pāturahosi . athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa ahudeva bhayaṃ ahu chambhitattaṃ ahu lomahaṃso yathātaṃ adiṭṭhapubbaṃ rūpaṃ disvā . athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo bhīto saṃviggo lomahaṭṭhajāto brahmānaṃ sanaṅkumāraṃ gāthāya ajjhabhāsi

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๑] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ต่อมา กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์เสด็จเข้าไป หาท่านโควินทพราหมณ์ถึงที่อยู่ ได้ตรัสดังนี้ว่า ‘ขอท่านโควินทพราหมณ์จงเป็นสหาย ที่รัก ที่ชอบใจ ที่โปรดปรานของพวกเราดังที่ท่านโควินทะเป็นสหายที่รัก ที่ชอบใจ ที่โปรดปรานของพระเจ้าเรณุ ขอจงให้คำปรึกษาพวกเรา อย่าปฏิเสธการให้คำปรึกษา พวกเราเลย’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มหาโควินทพราหมณ์ทูลรับสนองพระราชดำรัสของกษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ เหล่านั้นผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์ถวายคำปรึกษาเกี่ยวกับราชกิจแด่กษัตราธิราช ผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ๗ พระองค์ ที่ตนต้องถวายคำปรึกษา และบอกมนตร์แก่ พราหมณมหาศาล ๗ คน และพราหมณ์นหาดก ๑- ๗๐๐ คน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๒] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ครั้นต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์มี กิตติศัพท์อันงามขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินทพราหมณ์ สามารถมองเห็นพระ พรหมได้ สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ครั้งนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์มีความดำริดังนี้ว่า ‘เรามีกิตติศัพท์อันงาม ขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินทพราหมณ์ สามารถมองเห็นพระพรหมได้ สามารถ สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ แต่เราไม่เคยเห็นพระพรหม ทั้งไม่เคย สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมเลย เราได้สดับคำของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้นอยู่ เพ่งกรุณาฌาน ๒- ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน เขาจะเห็นพระพรหม สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ ทางที่ดี เราควรหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่สัก ๔ เดือน’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ พราหมณ์นหาดก ในที่นี้หมายถึงพราหมณ์ที่สำเร็จการศึกษา และได้ผ่านพิธีอาบน้ำเสร็จแล้ว (พ้นจาก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@อาศรมที่ ๑ คือพรหมจารีแล้วเข้าสู่อาศรมที่ ๒ คือคฤหัสถ์ ตามคติของพราหมณ์ (ที.ม.อ. ๓๑๑/๒๗๖)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ กรุณาฌาน หมายถึงฌานที่ประกอบด้วยวิหารธรรม ๔ ประการ อันบุคคลเจริญโดยมีกรุณาเป็นตัวนำ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ที.ม.อ. ๓๑๗/๒๗๗)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๓] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จากนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปเฝ้า พระเจ้าเรณุถึงที่ประทับ ได้กราบทูลดังนี้ว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระองค์มีกิตติศัพท์อันงามขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินทพราหมณ์ สามารถมอง เห็นพระพรหมได้ สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ ข้าพระองค์ ไม่เคยเห็นพระพรหม ทั้งไม่เคยสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมเลย แต่ ข้าพระองค์ได้สดับคำนี้ของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์ พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้นอยู่ เพ่งกรุณาฌานตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน เขาจะเห็น พระพรหมได้ สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได‘’ ข้าพระองค์ปรารถนาจะ หลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่สัก ๔ เดือนในฤดูฝน ใครๆ ไม่พึงเข้าไปหาข้าพระองค์ ยกเว้นคนที่นำอาหารไปให้คนเดียวเท่านั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระเจ้าเรณุรับสั่งว่า ‘โควินทะ ขอท่านจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๔] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จากนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปเฝ้า กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ ได้กราบทูลดังนี้ว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระองค์มีกิตติศัพท์อันงามขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินทพราหมณ์ สามารถมอง เห็นพระพรหมได้ สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ แต่ข้าพระองค์ ไม่เคยเห็นพระพรหม ทั้งไม่เคยสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมเลย แต่ ข้าพระองค์ได้สดับคำนี้ของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์ พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้นอยู่ เพ่งกรุณาฌานตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน เขาจะเห็น พระพรหมได้ สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ ข้าพระองค์ปรารถนาจะ หลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน ใครๆ ไม่พึงเข้าไปหา ข้าพระองค์ ยกเว้นคนที่นำอาหารไปให้คนเดียวเท่านั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘โควินทะ ขอท่านจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๕] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จากนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปหา พราหมณมหาศาล ๗ คน และพราหมณ์นหาดก ๗๐๐ คนแล้วจึงได้กล่าวดังนี้ว่า ‘ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีกิตติศัพท์อันงามขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินท- พราหมณ์ สามารถมองเห็นพระพรหมได้ สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับ พระพรหมได้’ แต่ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นพระพรหม ทั้งไม่เคยสนทนาปราศรัยกับ พระพรหมเลย แต่ข้าพเจ้าได้สดับคำนี้ของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้นอยู่ เพ่งกรุณาฌานตลอด ๔ เดือนใน ฤดูฝน เขาจะเห็นพระพรหมได้สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงสาธยายมนตร์ตามที่ได้สดับมาแล้ว ตามที่ได้เรียนมาแล้วโดยพิสดาร และจงบอกมนตร์แก่กันและกัน ข้าพเจ้าปรารถนาจะหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่ ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน ใครๆ ไม่พึงเข้าไปหาข้าพเจ้า ยกเว้นคนที่นำอาหารไปให้ คนเดียวเท่านั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกพราหมณมหาศาลและพวกพราหมณ์นหาดกกล่าวว่า ‘ท่านโควินทะ ขอท่านจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๖] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จากนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปหา ภรรยาผู้มีฐานะเท่ากัน ๔๐ คน ถึงที่อยู่ได้กล่าวดังนี้ว่า ‘นางผู้เจริญ ฉันมีกิตติศัพท์ อันงามขจรไปอย่างนี้ว่า ‘มหาโควินทพราหมณ์ สามารถมองเห็นพระพรหมได้ สามารถสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้’ ฉันไม่เคยเห็นพระพรหม ทั้งไม่ เคยสนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมเลย แต่ฉันได้สดับคำนี้ของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และผู้เป็นปาจารย์พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้น เพ่งกรุณาฌาน ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน เขาจะเห็นพระพรหมได้ สนทนาปราศรัยปรึกษากับ พระพรหมได้’ ฉันปรารถนาจะหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน ใครๆ ไม่พึงเข้าไปหาฉัน ยกเว้นคนที่นำอาหารไปให้คนเดียวเท่านั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ภรรยาเหล่านั้นกล่าวว่า ‘ท่านโควินทะ ขอท่านจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๗] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จากนั้น ท่านโควินทพราหมณ์จึงให้สร้าง สัณฐาคารหลังใหม่ทางทิศตะวันออกแห่งเมืองแล้วหลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่ ตลอด ๔ เดือนในฤดูฝน ไม่มีใครๆ เข้าไปหา นอกจากคนนำอาหารไปให้ คนเดียวเท่านั้น ครั้นเวลาล่วงไป ๔ เดือนแล้ว ท่านมหาโควินทพราหมณ์เกิด ความระอาท้อแท้ว่า ‘เราได้สดับคำนี้ของพราหมณ์ผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้เป็นอาจารย์ และ ผู้เป็นปาจารย์พูดกันว่า ‘บุคคลผู้หลีกเร้น เพ่งกรุณาฌานอยู่ตลอด ๔ เดือนใน ฤดูฝน เขาจะเห็นพระพรหมได้ สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมได้ แต่เรายัง ไม่เห็นพระพรหม ทั้งไม่ได้สนทนาปราศรัยปรึกษากับพระพรหมเลย’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

การสนทนากับพระพรหม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๘] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย เวลานั้น สนังกุมารพรหมทราบความคิดคำนึง ของท่านมหาโควินทพราหมณ์ด้วยใจ ทรงหายไปจากพรหมโลกมาปรากฏเฉพาะหน้า ท่านมหาโควินทพราหมณ์ เหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้าฉะนั้น ท่านมหาโควินทพราหมณ์เกิดความหวาดกลัวขนพองสยองเกล้า เพราะเห็นรูปที่ ไม่เคยเห็น ครั้นมหาโควินทพราหมณ์เกิดความหวาดสะดุ้งขนพองสยองเกล้าแล้ว ได้กราบทูลสนังกุมารพรหมด้วยคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นใคร

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จึงมีวรรณะ ยศ และสิริ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้าพเจ้าไม่รู้จักท่านจึงขอถามว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สนังกุมารพรหมตรัสตอบด้วยคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘เทพทั้งปวงรู้จักเราดีว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เป็นกุมารตลอดกาลอยู่ในพรหมโลก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด โควินทะ’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านโควินทพราหมณ์กราบทูลด้วยคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ข้าพเจ้าถวายของมีค่าเหล่านี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คือ อาสนะ น้ำดื่ม น้ำมันทาเท้า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

น้ำตาลเคี่ยว แด่พระพรหม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ขอท่านผู้เจริญจงรับของมีค่าของข้าพเจ้าเถิด‘ ๑-

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๓๒/๔๗๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สนังกุมารพรหมตรัสตอบด้วยคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ท่านโควินทะ เรายอมรับของมีค่าของท่าน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่ท่านพูดถึง เราให้โอกาสท่านแล้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จงถามเรื่องใดๆ ก็ได้ที่ท่านปรารถนาจะถาม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เพื่อประโยชน์เกื้อกูลในปัจจุบันและเพื่อสุขในอนาคต’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๑๙] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านมหาโควินทพราหมณ์มีความคิดดังนี้ว่า ‘สนังกุมารพรหมให้โอกาสแล้ว เราควรถามประโยชน์ในปัจจุบันหรือประโยชน์ใน อนาคตกับท่านอย่างไหนหนอ’ คิดต่อไปอีกว่า ‘เราเป็นผู้ฉลาดเรื่องประโยชน์ใน ปัจจุบัน แม้ชนเหล่าอื่นก็ถามประโยชน์ในปัจจุบันกับเรา ทางที่ดี เราควรถามถึง ประโยชน์ในอนาคตกับสนังกุมารพรหม’ จึงกราบทูลสนังกุมารพรหมด้วยพระคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘ข้าพเจ้ามีความสงสัยจะขอถามท่านสนังกุมารพรหม

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผู้ไม่มีความสงสัยในปัญหาที่ผู้อื่นสงสัยว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สัตว์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมอะไร ศึกษาอยู่ในธรรมอะไร

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จึงจะถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สนังกุมารพรหมตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

‘พราหมณ์ ในหมู่มนุษย์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สัตว์ผู้ละความยึดถือว่าเป็นของเรา

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๑๔

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาโควินทสูตร”