บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[225] Vaṇṇavā yasavā sirimā ko nu tvamasi mārisa ajānantā taṃ pucchāma kathaṃ jānemu taṃ mayanti. Maṃ ve kumāraṃ jānanti brahmaloke sanantanaṃ sabbe jānanti maṃ devā evaṃ govinda jānahi. Āsanaṃ udakaṃ pajjaṃ madhupākañca brahmuno agghe bhavantaṃ pucchāma agghaṃ kurutu no bhavaṃ. Paṭiggaṇhāma te agghaṃ yaṃ tvaṃ govinda bhāsasi diṭṭhe dhamme hitatthāya samparāyasukhāya ca katāvakāso pucchassu yaṅkiñci abhipatthitanti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เป็นผู้อยู่ผู้เดียว ผู้น้อมใจไปในกรุณา
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[226] Athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa etadahosi katāvakāso khomhi brahmunā sanaṅkumārena kinnu kho ahaṃ brahmānaṃ sanaṅkumāraṃ puccheyyaṃ diṭṭhadhammikaṃ vā atthaṃ samparāyikaṃ vāti . Athakho bho mahāgovindassa brāhmaṇassa etadahosi kusalo kho ahaṃ diṭṭhadhammikānaṃ atthānaṃ aññepi maṃ diṭṭhadhammikaṃ atthaṃ pucchanti yannūnāhaṃ brahmānaṃ sanaṅkumāraṃ samparāyikaññeva atthaṃ puccheyyanti . athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo brahmānaṃ sanaṅkumāraṃ gāthāya ajjhabhāsi
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผู้ไม่มีกลิ่นชั่วร้าย เว้นจากเมถุน
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[227] Pucchāmi brahmānaṃ sanaṅkumāraṃ kaṅkhī akaṅkhiṃ paravediyesu katthaṭṭhito kimhi ca sikkhamāno Pappoti macco amataṃ brahmalokanti. Hitvā mamattaṃ manujesu brahme ekodibhūto karuṇādhimutto nirāmagandho virato methunasmā etthaṭṭhito ettha ca sikkhamāno pappoti macco amataṃ brahmalokanti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สัตว์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมนี้ และศึกษาอยู่ในธรรมนี้
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[228] Hitvā mamattanti ahaṃ bhoto ājānāmi. Idhekacco appaṃ vā bhogakkhandhaṃ pahāya mahantaṃ vā bhogakkhandhaṃ pahāya appaṃ vā ñātiparivaṭṭaṃ pahāya mahantaṃ vā ñātiparivaṭṭaṃ pahāya kesamassuṃ ohāretvā kāsāyāni vatthāni acchādetvā agārasmā anagāriyaṃ pabbajati iti hitvā mamattaṃti sahaṃ bhoto ājānāmi . Ekodibhūtoti sahaṃ bhoto ājānāmi . Idhekacco vivittaṃ senāsanaṃ bhajati araññaṃ rukkhamūlaṃ pabbataṃ kandaraṃ giriguhaṃ susānaṃ vanapatthaṃ abbhokāsaṃ palālapuñjaṃ paṭisallīyati iti ekodibhūtoti sahaṃ bhoto ājānāmi. Karuṇādhimuttoti sahaṃ bhoto ājānāmi. {228.1} Idhekacco karuṇāsahagatena cetasā ekaṃ disaṃ pharitvā viharati tathā dutiyaṃ tathā tatiyaṃ tathā catutthaṃ iti uddhamadho tiriyaṃ sabbadhi sabbattatāya sabbāvantaṃ lokaṃ karuṇāsahagatena cetasā vipulena mahaggatena Appamāṇena averena abyāpajjhena pharitvā viharati iti karuṇādhimuttoti sahaṃ bhoto ājānāmi . āmagandhe ca kho ahaṃ bhoto bhāsamānassa na ca ājānāmi
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงจะถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๐] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย มหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘คำของท่าน ที่ว่า ‘ละความยึดถือว่าเป็นของเรา’ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ‘บุคคลบางคนในโลกนี้ละทิ้ง กองโภคสมบัติน้อยใหญ่ และละเครือญาติน้อยใหญ่ โกนผมและหนวดนุ่งห่มผ้า กาสาวพัสตร์ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต’ คำของท่านที่ว่า ‘ละความยึดถือว่า เป็นของเรา’ ข้าพเจ้าเข้าใจดังว่ามานี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คำของท่านที่ว่า ‘เป็นผู้อยู่ผู้เดียว’ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ‘บุคคลบางคนในโลกนี้ อาศัยเสนาสนะอันสงัดคือป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง’ คำของท่านที่ว่า ‘เป็นผู้อยู่ผู้เดียว’ ข้าพเจ้าเข้าใจดังว่ามานี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คำของท่านที่ว่า ‘ผู้น้อมใจไปในกรุณา’ ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ‘บุคคลบางคนในโลก นี้มีกรุณาจิตแผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ ... ทิศที่ ๒ ... ทิศที่ ๓ ... ทิศที่ ๔ ... ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไปตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยกรุณาจิต อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่’ คำของ ท่านที่ว่า ‘ผู้น้อมใจไปในกรุณา’ ข้าพเจ้าเข้าใจดังว่ามานี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อนึ่ง เมื่อท่านผู้เจริญ พูดถึงกลิ่นชั่วร้ายอยู่ ข้าพเจ้าไม่รู้จัก(กลิ่นนั้น)’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มหาโควินทพราหมณ์ทูลถามด้วยคาถาว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ข้าแต่พรหม บรรดามนุษย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกไหนมีกลิ่นชั่วร้าย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพเจ้าไม่รู้จักพวกนั้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอท่านผู้เป็นปราชญ์ จงบอกมาในที่นี้เถิด
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อะไรร้อยรัด หมู่สัตว์จึงเหม็นเน่าคลุ้ง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ต้องไปอบาย ปิดพรหมโลกแล้ว’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สนังกุมารพรหมตรัสตอบด้วยคาถาว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘โกธะ (ความโกรธ) โมสวัชชะ (การพูดเท็จ)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นิกติ (การโกง) โทพภะ (การประทุษร้ายมิตร)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กทริยตา ๑- (ความตระหนี่) อติมานะ (ความดูหมิ่น)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อุสุยา (ความริษยา) อิจฉา (ความปรารถนา)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) ปรเหฐนา (การเบียดเบียนผู้อื่น)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
โลภะ (ความอยากได้) โทสะ (ความคิดประทุษร้าย)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ กทริยตา ในที่นี้หมายถึงความตระหนี่จัด (ที.ม.อ. ๓๒๐/๒๗๙)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มทะ (ความมัวเมา) โมหะ (ความหลง)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สัตว์ผู้ประกอบด้วยกิเลสเหล่านี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จัดว่าเป็นผู้มีกลิ่นชั่วร้าย
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ต้องไปอบาย ปิดพรหมโลกแล้ว’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘เมื่อท่านผู้เจริญตรัสบอกกลิ่นชั่วร้าย ข้าพเจ้าจึงรู้จัก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต’ สนังกุมารพรหมตรัสว่า ‘โควินทะ ขอท่านจงกำหนดเวลาที่สมควร ณ บัดนี้เถิด’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ถวายบังคมลาพระเจ้าเรณุ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๑] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปเฝ้า พระเจ้าเรณุถึงที่ประทับ ได้กราบทูลดังนี้ว่า ‘บัดนี้ ขอได้โปรดแสวงหาปุโรหิตคนอื่น ผู้จะถวายคำปรึกษาราชกิจแด่พระองค์เถิด พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ปรารถนาจะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยว่าข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้ายที่พระพรหม ตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก ข้าพระองค์ จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(ท่านมหาโควินทพราหมณ์กราบทูลด้วยคาถาว่า)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ข้าพระองค์ขอถวายบังคมลา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระเจ้าเรณุผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอพระองค์ทรงทราบพระราชกิจ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์ไม่ยินดีในตำแหน่งปุโรหิต’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(พระเจ้าเรณุตรัสตอบด้วยคาถาว่า)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ถ้าท่านยังพร่องด้วยสิ่งที่น่าปรารถนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราจะเพิ่มให้เต็ม
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผู้ใดเบียดเบียนท่าน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราผู้เป็นเจ้าแผ่นดินจะห้ามผู้นั้นเอง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(ท่านมหาโควินทพราหมณ์ทูลตอบว่า)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ข้าพระองค์ไม่พร่องด้วยสิ่งที่น่าปรารถนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ไม่มีใครเบียดเบียนข้าพระองค์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แต่เพราะได้ฟังคำของผู้ไม่ใช่มนุษย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์จึงไม่ยินดีการอยู่ครองเรือน’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(พระเจ้าเรณุตรัสถามว่า)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านผู้ไม่ใช่มนุษย์มีวรรณะอย่างไร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บอกอะไรซึ่งท่านฟังแล้ว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ยอมทอดทิ้งทั้งเหย้าเรือนของพวกเรา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทั้งพวกเราและชาวชมพูทวีปทั้งสิ้น’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที