บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[229] Ke āmagandhā manujesu brahme ete aviddhā idha brūhi dhīra kenāvuṭā vāti pajā kururū āpāyikā nīvutabrahmalokāti. Kodho mosavajjaṃ nikati ca dobbho kadariyatā atimāno ussuyā icchā vicikicchā paraheṭhanā ca lobho ca doso ca mado ca moho etesu yuttā anirāmagandhā āpāyikā nīvutabrahmalokāti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(ท่านมหาโควินทพราหมณ์ทูลตอบว่า)
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[230] Yathā kho ahaṃ bhoto āmagandhe bhāsamānassa ājānāmi te na sunimmadayā agāraṃ ajjhāvasatā pabbajissāmahaṃ bho agāramhā anagāriyanti . yassadāni bhavaṃ govindo kālaṃ maññatīti . Athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo yena reṇu rājā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā reṇuṃ rājānaṃ etadavoca aññaṃdāni bhavaṃ purohitaṃ pariyesatu yo bhoto rajjaṃ anusāsissati icchāmahaṃ Bho agārasmā anagāriyaṃ pabbajituṃ yathā kho pana me sutaṃ brahmuno āmagandhe bhāsamānassa te na sunimmadayā agāraṃ ajjhāvasatā pabbajissāmahaṃ bho agārasmā anagāriyanti .
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์อยู่เพียงลำพัง
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[231] Āmantayāmi rājānaṃ reṇuṃ bhūmipatiṃ ahaṃ tvaṃ pajānassu rajjena nāhaṃ porohacce rame. Sace te ūnakāmehi ahaṃ paripūrayāmi te yo taṃ hiṃsati vāremi bhūmisenāpatī ahaṃ tvaṃ pitā ahaṃ putto ca mā no govinda pājahi. Na matthi ūnakāmehi hiṃsito me na vijjati amanussavaco sutvā tasmāhaṃ na gahe rame. Amanusso kathaṃvaṇṇo kante atthaṃ abhāsatha yañca sutvā jahāsi no gehe amhe ca kevale . Upavutthassa me pubbe yiṭṭhakāmassa me sato aggi pajjalito āsi kusapattaparitthato. Tato me brahmā pāturahu brahmalokā sanantano so me pañhaṃ viyākāsi taṃ sutvā na gahe rame. Saddahāmi ahaṃ bhoto yaṃ tvaṃ govinda bhāsasi amanussavaco sutvā kathaṃ vattetha aññathā te taṃ anuvattissāma satthā govinda no bhavaṃ . Maṇi yathā veḷuriyo akāso vimalo subho evaṃ sutvā carissāma govindassānusāsaneti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อก่อนต้องการจะเซ่นสรวงบูชา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงสุมไฟให้ลุกโพลงด้วยใบหญ้าคา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทันใดนั้น สนังกุมารพรหมผู้เป็นพรหมตลอดกาล
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มาจากพรหมโลกปรากฏแก่ข้าพระองค์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระพรหมตอบปัญหาแก่ข้าพระองค์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เพราะได้ฟังคำตอบ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์จึงไม่ยินดีในการอยู่ครองเรือน’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(พระเจ้าเรณุตรัสถามว่า)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านโควินทะ ข้าพเจ้าเชื่อคำที่ท่านบอก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านฟังคำของผู้ไม่ใช่มนุษย์แล้ว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จะประพฤติเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราจะประพฤติตามท่าน ท่านโควินทะเป็นครูของเรา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกเราจักประพฤติให้บริสุทธิ์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ตามคำสั่งสอนของท่านโควินทะ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เหมือนแก้วไพฑูรย์ไม่มีฝ้า ไร้ราคี งดงาม ฉะนั้น’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(พระเจ้าเรณุตรัสว่า) ‘ถ้าท่านโควินทะจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เราก็ จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตบ้าง ท่านมีคติใด เราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ถวายบังคมลากษัตริย์ ๖ พระองค์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๒] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปเฝ้า กษัตริย์ ๖ พระองค์ถึงที่ประทับ ได้กราบทูลดังนี้ว่า ‘บัดนี้ ขอได้โปรดแสวงหา ปุโรหิตคนอื่นผู้จะถวายคำปรึกษาราชกิจแด่พระองค์เถิด พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ ปรารถนาจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยว่าข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่ว ร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ลำดับนั้น กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ ทรงเลี่ยงไปด้านหนึ่ง ทรงคิดกันว่า ‘ธรรมดาพราหมณ์เหล่านี้มักอยากได้ทรัพย์ ทางที่ดี เราควรเกลี้ยกล่อมมหาโควินท- พราหมณ์ด้วยทรัพย์’ แล้วเสด็จเข้าไปหามหาโควินทพราหมณ์ ตรัสอย่างนี้ว่า ‘ในราชอาณาจักรทั้ง ๗ นี้ มีทรัพย์สมบัติมากพอ เราจะขนมาให้ตามที่ท่าน ต้องการ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านมหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘อย่าเลย พระเจ้าข้า ทรัพย์ของ ข้าพระองค์นี้มีมากพอกับทรัพย์ของพระองค์ ข้าพระองค์จะทอดทิ้งทรัพย์ทั้งสิ้นออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยว่า ข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้ายที่พระพรหม ตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก ข้าพระองค์ จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ลำดับนั้น กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ ทรงเลี่ยงไปด้านหนึ่ง ทรงคิดกันว่า ‘ธรรมดา พราหมณ์เหล่านี้มักอยากได้สตรี ทางที่ดี เราควรเกลี้ยกล่อมมหาโควินทพราหมณ์ ด้วยสตรี’ แล้วเสด็จเข้าไปหามหาโควินทพราหมณ์ ตรัสอย่างนี้ว่า ‘ในราชอาณาจักร ทั้ง ๗ นี้ มีสตรีมากมาย เราจะนำสตรีมาให้ตามที่ท่านต้องการ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านมหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘อย่าเลย พระเจ้าข้า ข้าพระองค์มี ภรรยาฐานะเท่ากันถึง ๔๐ คน ข้าพระองค์จะทอดทิ้งภรรยาทุกๆ คน ออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต ด้วยว่าข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๓] กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าท่านโควินทะจะออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต พวกเราก็จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตบ้าง ท่านมีคติใด พวกเราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านมหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘หากพระองค์จะทรงละสิ่งที่น่าปรารถนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อันเป็นที่ข้องอยู่ของปุถุชน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอจงปรารภความเพียร
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทรงประกอบด้วยกำลังขันติ เจริญให้มั่นอยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ทางนี้เป็นทางตรง ไม่มีทางอื่นดีกว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นี้เป็นพระสัทธรรมที่สัตบุรุษรักษาไว้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เพื่อไปเกิดในพรหมโลก’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านมหาโควินทะขอจงรอคอยสัก ๗ ปีเมื่อเวลาล่วง ๗ ปี พวกเราจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมีคติใด พวกเราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านมหาโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เวลา ๗ ปี นานเกินไป ข้าพระองค์ไม่อาจรอคอยพระองค์อยู่ได้ถึง ๗ ปี ก็ใครจะ รู้(ชะตา)ชีวิตได้เล่า บุคคลต้องไปปรโลก บัณฑิตจึงควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา ควรทำ กุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้เกิดมาแล้วไม่ตายไม่มี ข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่น ชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัด ได้ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านโควินทะขอจงรอคอยสัก ๖ ปี ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๕ ปี ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๔ ปี ฯลฯ ขอจงรอคอย สัก ๓ ปี ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๒ ปี ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๑ ปี เมื่อเวลาล่วงไป ๑ ปี พวกเราจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมีคติใด พวกเราก็จะมีคติ นั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เวลา ๑ ปีนานเกินไป ข้าพระองค์ไม่อาจรอคอยพระองค์อยู่ได้ถึง ๑ ปี ก็ใครจะรู้ชีวิต ได้เล่า บุคคลต้องไปปรโลก บัณฑิตจึงควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้เกิดมาแล้วไม่ตายไม่มี ข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้าย ที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านโควินทะขอจงรอคอยสัก ๗ เดือน เมื่อเวลาล่วง ๗ เดือน พวกเราจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมี คติใด พวกเราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที