บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[232] Sace bhavaṃ govindo agārasmā anagāriyaṃ pabbajissati mayampi agārasmā anagāriyaṃ pabbajissāma atha yā te gati sā no gati bhavissatīti . athakho bho mahāgovindo brāhmaṇo yena te cha khattiyā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā te cha khattiye etadavoca aññaṃdāni bho bhavanto purohitaṃ pariyesantu yo bhavantānaṃ rajje anusāsissati icchāmahaṃ bho agārasmā anagāriyaṃ pabbajituṃ yathā kho pana me sutaṃ brahmuno āmagandhe bhāsamānassa te na sunimmadayā agāraṃ ajjhāvasatā pabbajissāmahaṃ bho agārasmā anagāriyanti. {232.1} Athakho bho te cha khattiyā ekamantaṃ apakkamma evaṃ samacintesuṃ ime kho bho brāhmaṇā nāma dhanaluddhā yannūna mayaṃ mahāgovindaṃ brāhmaṇaṃ dhanena sikkheyyāmāti . te mahāgovindaṃ brāhmaṇaṃ upasaṅkamitvā evamāhaṃsu saṃvijjati kho bho imesu sattasu rajjesu pahūtaṃ sāpateyyaṃ tato bhoto yāvatakena attho tāvatakaṃ āharīyatanti . alaṃ bho mamapīdaṃ pahūtaṃ sāpateyyaṃ bhavantānaṃyeva tathā sāpateyyaṃ ahaṃ sabbaṃ pahāya agārasmā anagāriyaṃ pabbajissāmi yathā kho pana me sutaṃ brahmuno āmagandhe bhāsamānassa te na sunimmadayā agāraṃ ajjhāvasatā pabbajissāmahaṃ bho agārasmā anagāriyanti . athakho bho te cha khattiyā ekamantaṃ apakkamma evaṃ Samacintesuṃ ime kho bho brāhmaṇā nāma itthīluddhā yannūna mayaṃ mahāgovindaṃ brāhmaṇaṃ itthīhi sikkheyyāmāti . te mahāgovindaṃ brāhmaṇaṃ upasaṅkamitvā evamāhaṃsu saṃvijjanti kho bho imesu sattasu rajjesu pahūtā itthiyo tato bhoto yāvatikāhi attho tāvatikā ānīyatāti . alaṃ bho mamapīmā cattārīsā bhariyā sādisiyo tāvāhaṃ sabbā pahāya agārasmā anagāriyaṃ pabbajissāmi yathā kho pana me sutaṃ brahmuno āmagandhe bhāsamānassa te na sunimmadayā agāraṃ ajjhāvasatā pabbajissāmahaṃ bho agārasmā anagāriyanti . sace bhavaṃ govindo agārasmā anagāriyaṃ pabbajissati mayampi agārasmā anagāriyaṃ pabbajissāma atha yā te gati sā no gati bhavissatīti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เวลา ๗ เดือน นานเกินไป ข้าพระองค์ไม่อาจรอคอยพระองค์อยู่ได้ถึง ๗ เดือน ก็ใครจะรู้ชีวิต ได้เล่า บุคคลต้องไปปรโลก บัณฑิตจึงควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้เกิดมาแล้วไม่ตายไม่มี ข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่น ชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัด ได้ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านโควินทะขอจงรอคอยสัก ๖ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๕ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๔ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๓ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๒ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสัก ๑ เดือน ฯลฯ ขอจงรอคอยสักกึ่งเดือน เมื่อเวลาล่วงไปกึ่งเดือน พวกเราจะออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมีคติใด พวกเราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เวลา กึ่งเดือนนานเกินไป ข้าพระองค์ไม่อาจรอคอยพระองค์อยู่ได้ถึงกึ่งเดือน ก็ใครจะรู้ ชีวิตได้เล่า บุคคลต้องไปปรโลก บัณฑิตจึงควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้เกิดมาแล้วไม่ตายไม่มี ข้าพระองค์ได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้าย ที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ ง่ายนัก ข้าพระองค์จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พระเจ้าข้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ตรัสว่า ‘ถ้าเช่นนั้น ท่านโควินทะขอจงรอคอยสัก ๗ วัน พอให้พวกเราสั่งสอนเรื่องราชกิจกับบุตรและพี่ชายน้องชายของตนๆ เสียก่อน เมื่อ เวลาล่วงไป ๗ วัน พวกเราจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมีคติใด พวกเรา ก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านโควินทพราหมณ์กราบทูลว่า ‘ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เวลา ๗ วัน ไม่นานเกินไป ข้าพระองค์จักรอคอยสัก ๗ วัน’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บอกลาพราหมณมหาศาลเป็นต้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๔] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไปหา พราหมณมหาศาล ๗ คน และพราหมณ์นหาดก ๗๐๐ คน ถึงที่อยู่ แล้วบอกว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘บัดนี้ พวกท่านจงแสวงหาอาจารย์อื่นผู้จะสอนมนตร์แก่พวกท่าน เราปรารถนา จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เราได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก เราจะออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกพราหมณมหาศาลและพราหมณ์นหาดกกล่าวว่า ‘ท่านโควินทะ อย่าออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเลย บรรพชามีศักดิ์น้อยและมีลาภน้อย ความเป็น พราหมณ์มีศักดิ์ใหญ่และมีลาภมาก’ ท่านมหาโควินทพราหมณ์ตอบว่า ‘พวกท่าน อย่าพูดอย่างนี้ว่า ‘บรรพชามีศักดิ์น้อยและมีลาภน้อย ความเป็นพราหมณ์มีศักดิ์ ใหญ่และมีลาภมาก’ ใครกันเล่าที่มีศักดิ์ใหญ่กว่าหรือมีลาภมากกว่าเรา เวลานี้เรา เป็นเหมือนพระราชาของพระราชาทั้งหลาย เป็นเหมือนพระพรหมของพวกพราหมณ์ เป็นเหมือนเทวดาของพวกคหบดี เราจะทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิต ด้วยว่าเราได้ฟังเรื่องกลิ่นชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัดได้ง่ายนัก เราจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พวกพราหมณมหาศาลและพราหมณ์นหาดกกล่าวว่า ‘ถ้าท่านโควินทะจะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต แม้พวกเราก็จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ท่านมีคติใด พวกเราก็จะมีคตินั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บอกลาภรรยา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๒๕] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ต่อมา ท่านมหาโควินทพราหมณ์เข้าไป หาภรรยาผู้มีฐานะเท่ากันทั้ง ๔๐ คนถึงที่อยู่ แล้วบอกว่า ‘น้องหญิงทั้งหลาย น้องหญิงคนใดปรารถนาจะกลับไปยังตระกูลแห่งญาติของตนก็กลับได้ หรือจะหาสามี ใหม่ก็ได้ ฉันปรารถนาจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะว่าฉันได้ฟังเรื่องกลิ่น ชั่วร้ายที่พระพรหมตรัสบอก กลิ่นชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ครองเรือนจะกำจัด ได้ง่ายนัก ฉันจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ภรรยาเหล่านั้นกล่าวว่า ‘ท่านเท่านั้นที่เป็นญาติของพวกดิฉันผู้ต้องการญาติ เป็นสามีของพวกดิฉันผู้ต้องการสามี ถ้าท่านจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต พวกดิฉันก็จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วย ท่านมีคติใด พวกดิฉันก็จะมีคติ นั้นด้วย’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที