บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[253] Upāsikā cakkhumato ahosiṃ nāmaṃpi mayhaṃ ahu gopikāti buddhe ca dhamme ca abhippasannā saṅghañcupaṭṭhāsiṃ pasannacittā. Tasseva buddhassa sudhammatāya sakkassa puttomhi mahānubhāvo mahājutiko tidivūpapanno jānanti maṃ idhāpi gopakoti. Addasaṃ bhikkhavo diṭṭhapubbe gandhabbakāyūpagate vasine ime hi te gotamasāvakāse ye ca mayaṃ pubbe manussabhūtā. Annena pānena upaṭṭhahimhā pādūpasaṅgayha sake nivesane kutomukhā nāma ime bhavanto buddhassa dhammaṃ na paṭiggahesuṃ. Paccattaṃ veditabbo hi dhammo sudesito cakkhumatānubuddho ahaṃpi tumhe va upāsamānā sutvāna ariyānaṃ subhāsitāni. Sakkassa puttomhi mahānubhāvo mahājutiko tidivūpapanno tumhe pana seṭṭhamupāsamānā anuttare brahmacariyaṃ caritvā. Hīnakāyaṃ upapannā bhavanto anānulomā bhavatūpapatti duddiṭṭharūpaṃ vata addasāma sahadhammike hīnakāyūpapanne. Gandhabbakāyūpagatā bhavanto devānamāgacchatha pāricariyaṃ agāre vasato mayhaṃ imaṃ passa visesataṃ. Itthī hutvā svājja pumomhi devā dibbehi kāmehi samaṅgibhūto te coditā gotamasāvakena saṃvegamāpādu samecca gopakaṃ. Handa vigāyāma viyāyamāma mā no mayaṃ parapessā ahumhā tesaṃ duve vīriyamārabhiṃsu anussaraṃ gotamasāsanāni. Idheva cittāni virājayitvā kāmesu ādīnavamaddasiṃsu te kāmasaññojanabandhanāni pāpimato yogāni duraccayāni. Nāgova santāni guṇāni chetvā deve tāvatiṃse atikkamiṃsu saindadevā sapajāpatīkā sabbe sudhammāya sabhāyupaviṭṭhā. Tesannisinnā na atikkamiṃsu vīrā virāgā virajaṃ karontā te disvā saṃvegamakāsi vāsavo devābhibhū devagaṇassa majjhe. Ime hi te hīnakāyūpapannā deve tāvatiṃse atikkamanti saṃvegajātassava te nisamma [3]- Gopako vāsavaṃ ajjhabhāsi. Buddho janindatthi manussaloke kāmābhibhū sakyamunīti ñāyati tasseva te puttā satiyā vihīnā cuditā mayā te sati paccalatthuṃ. Tiṇṇaṃ tesaṃ avasinettha eko gandhabbakāyūpagato vasīno dve va sambodhipadānusārino devepi hīḷenti samāhitattā. Etādisī dhammapakāsanettha na tattha kiṃ kaṅkhati koci sāvako nittiṇṇaoghaṃ vicikicchachinnaṃ buddhaṃ namassāma jinaṃ janindaṃ. Yaṃ te dhammaṃ idhaññāya visesaṃ ajjhagamaṃsu te kāyaṃ brahmapurohitaṃ duve tesaṃ visesagū. Tassa dhammassa pattiyā āgatamhāpi mārisa katāvakāsā bhagavatā pañhaṃ pucchemu mārisāti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

แม่คุณผู้เฉลียวฉลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ฉันขอน้อมไหว้บิดาของเธอผู้มีธิดางามเช่นนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ดุจต้นสาละที่ผลิตดอกใหม่ๆ ฉะนั้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้ นางภัททาสุริยวัจฉสา กล่าวตอบว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ ฉันไม่เคยเห็นพระผู้มีพระภาคในที่เฉพาะพระพักตร์ เป็นแต่เคยได้ยินเมื่อเข้าไปฟ้อนในสุธัมมาเทวสภาของเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์เท่านั้น เนื่องจากท่านได้กล่าวสรรเสริญพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นได้ ก็จงมาสมาคมกับพวกเรา ณ บัดนี้’ ข้าพระองค์จึงได้ร่วมสมาคมกับนางและไม่ใช่ครั้งนี้เท่านั้น หลังจากนั้นมา ข้าพระองค์ก็ได้สมาคมกันอีก”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท้าวสักกะจอมเทพเข้าเฝ้า

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๕๐] ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพทรงมีความดำริดังนี้ว่า “ปัญจสิขะ คันธรรพบุตร ได้ทูลปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค และพระผู้มีพระภาคก็ทรงปราศรัย กับปัญจสิขะ” จึงรับสั่งเรียกปัญจสิขะ คันธรรพบุตรมาตรัสว่า “ปัญจสิขะ พ่อจง ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคตามคำของเราว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะ จอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์ พร้อมด้วยบริษัท ขอถวายอภิวาทพระยุคลบาทของ พระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ปัญจสิขะ คันธรรพบุตรทูลรับสนองพระดำรัสแล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค ตามรับสั่งว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท้าวสักกะ จอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์ พร้อมด้วย บริษัท ขอถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ปัญจสิขะ ขอให้ท้าวสักกะ จอมเทพพร้อมด้วย อำมาตย์ พร้อมด้วยบริษัทจงมีความสุขเถิด เพราะว่ามีพวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ และสัตว์เหล่าอื่นอีกจำนวนมากต่างก็ปรารถนาความสุข”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๕๑] พระตถาคตทั้งหลายย่อมประทานพรแก่เทพผู้มีศักดิ์ใหญ่เช่นนี้อย่าง นี้แล ท้าวสักกะ จอมเทพผู้อันพระผู้มีพระภาคได้ประทานพรแล้ว เสด็จเข้าไปยังถ้ำ อินทสาละของพระผู้มีพระภาค ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร แม้พวกเทพ ชั้นดาวดึงส์ก็เข้าไปยังถ้ำอินทสาละ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วยืนอยู่ ณ ที่ สมควร แม้ปัญจสิขะ คันธรรพบุตร ก็เข้าไปยังถ้ำอินทสาละ ถวายอภิวาทพระผู้มี พระภาคแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เวลานั้น ถ้ำอินทสาละซึ่งมีพื้นไม่สม่ำเสมอก็สม่ำเสมอ ที่คับแคบก็กลับ กว้างขวาง ความมืดในถ้ำหายไป เกิดความสว่างขึ้นเพราะเทวานุภาพของเหล่าเทพ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๓๕๒] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท้าวสักกะ จอมเทพดังนี้ว่า “นี้เป็น เหตุน่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏที่ท้าวโกสีย์ มีกิจมาก มีหน้าที่ที่จะต้องทำอีกมาก เสด็จมาถึงที่นี้ได้”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท้าวสักกะ จอมเทพกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ปรารถนา จะมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคตั้งนานแล้ว แต่มัวสาละวนด้วยกิจหน้าที่ของพวกเทพชั้น ดาวดึงส์ จึงไม่สามารถมาเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคได้ ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ที่สลฬาคาร เขตกรุงสาวัตถี ข้าพระองค์ได้ไปยังกรุงสาวัตถีเพื่อจะเฝ้า พระองค์ แต่ขณะนั้นพระองค์ประทับเข้าสมาธิอยู่ มีนางปริจาริกาของท้าวเวสวัณ มหาราชชื่อว่าภุชคีคอยอุปัฏฐาก นางยืนประนมมือถวายนมัสการอยู่ ขณะนั้น ข้าพระองค์กล่าวกับนางว่า ‘น้องหญิง เธอจงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคตามคำ ของเราว่า ‘ท้าวสักกะจอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์พร้อมด้วยบริษัท ขอถวาย อภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร’ เมื่อข้าพระองค์กล่าวอย่างนี้ นางตอบข้าพระองค์ดังนี้ว่า ‘ท่านผู้นิรทุกข์ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะเฝ้าพระผู้มีพระภาค พระองค์ท่านทรงหลีกเร้นเพียงลำพัง’ ข้าพระองค์จึงสั่งว่า ‘น้องหญิง ถ้าอย่างนั้น คราวที่พระผู้มีพระภาคทรงออกจากสมาธิ เธอจงถวายอภิวาทพระองค์ตามคำของ เราว่า ‘ท้าวสักกะ จอมเทพพร้อมด้วยอำมาตย์พร้อมด้วยบริษัท ขอถวายอภิวาท พระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยพระเศียร’ นางได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค หรือไม่ พระองค์ทรงระลึกถึงคำของนางได้อยู่หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอไหว้เราแล้ว เราระลึกถึงคำของเธอได้ และเรา ออกจากสมาธิเพราะเสียงล้อรถของพระองค์”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”