บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[267] Ñāyena ca me parato sambodhi ce bhavissati aññātā viharissāmi sveva anto bhavissatīti imaṃ kho ahaṃ bhante catutthaṃ atthavasaṃ sampassamāno evarūpaṃ vedapaṭilābhaṃ somanassapaṭilābhaṃ pavedemi.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “จอมเทพ พระองค์ทรงจำได้หรือไม่ว่าปัญหา ข้อนี้ได้ตรัสถามสมณพราหมณ์เหล่าอื่นมาบ้างแล้ว”
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[268] Cutāhaṃ mānusā kāyā āyuṃ hitvāna mānusaṃ puna devo bhavissāmi devalokasmimuttamoti imaṃ kho ahaṃ bhante pañcamaṃ atthavasaṃ sampassamāno evarūpaṃ vedapaṭilābhaṃ somanassapaṭilābhaṃ pavedemi.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลตอบว่า “ข้าพระองค์ยังจำได้ พระพุทธเจ้าข้า”
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[269] Te paṇītatarā devā akaniṭṭhā yasassino antime vattamānamhi so nivāso bhavissatīti imaṃ kho ahaṃ bhante chaṭṭhaṃ atthavasaṃ sampassamāno evarūpaṃ vedapaṭilābhaṃ somanassapaṭilābhaṃ pavedemi . ime kho ahaṃ bhante cha atthavase sampassamāno evarūpaṃ vedapaṭilābhaṃ somanassapaṭilābhaṃ pavedemi.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “ท่านเหล่านั้นตอบว่าอย่างไร หากไม่หนักพระทัย เชิญพระองค์ตรัสเถิด”
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[270] Apariyositasaṅkappo vicikicchākathaṃkathī vicaraṃ dīghamaddhānaṃ anvesanto tathāgataṃ. Yassa maññāmi samaṇe pavivittavihārino sambuddhā iti maññamāno gacchāmi te upāsituṃ. Kathaṃ ārādhanā hoti kathaṃ hoti virādhanā iti puṭṭhā na sambhonti magge paṭipadāsu ca. Tyassa yadā maṃ jānanti sakko devānamāgato tyassa mameva pucchanti kiṃ katvā pāpuṇī idaṃ. Tesaṃ yathāsutaṃ dhammaṃ desayāmi jane sutaṃ tena attamanā honti diṭṭho no vāsavoti ca. Yadā ca sambuddhamaddakkhiṃ vicikicchāvitāraṇaṃ somhi vītabhayo ajja sambuddhaṃ payirupāsayiṃ taṇhāsallassa hantāraṃ buddhaṃ appaṭipuggalaṃ Ahaṃ vande mahāvīraṃ buddhamādiccabandhunaṃ. Yaṃ karomase brahmuno samaṃ devehi mārisa tadajja tuyhaṃ dassāmi handa sāmaṃ karoma te. Tvameva sivaṃ sambuddho tuvaṃ satthā anuttaro sadevakasmiṃ lokasmiṃ natthi te paṭipuggaloti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลตอบว่า “ณ สถานที่ที่มีพระผู้มีพระภาค หรือผู้เปรียบดังพระผู้มี พระภาคประทับอยู่ หม่อมฉันไม่หนักใจเลย พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ฐานะสูงบ้างต่ำบ้าง ในที่นี้หมายถึงภพภูมิต่างๆ เช่น พรหมโลกสูงกว่าเทวโลก เทวโลกสูงกว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@มนุษยโลก และมนุษยโลกสูงกว่าอบายภูมิ (ที.ม.อ. ๓๖๗/๓๕๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้น เชิญพระองค์ตรัสเถิด จอมเทพ” ท้าวเธอทูลตอบว่า “ข้าพระองค์เข้าไปหาสมณพราหมณ์ ที่เข้าใจว่า ‘เป็นผู้ อยู่ป่า อยู่ในเสนาสนะอันสงัด’ แล้วถามปัญหาเหล่านี้ ท่านเหล่านั้น เมื่อถูกถาม ก็ตอบไม่ได้กลับย้อนถามข้าพระองค์ว่า ‘ท่านชื่ออะไร’ เมื่อถูกย้อนถาม ข้าพระองค์ จึงตอบว่า ‘เราชื่อท้าวสักกะจอมเทพ’ ท่านเหล่านั้นก็ยังถามต่อไปอีกว่า ‘ท่านทำ กรรมอะไรจึงถึงฐานะอันนี้เล่า’ ข้าพระองค์จึงแสดงธรรม ๑- ตามที่ได้ฟังที่ได้เรียนมา ท่านเหล่านั้นมีใจยินดีด้วยเหตุเพียงเท่านี้ว่า ‘พวกเราได้เห็นท้าวสักกะจอมเทพ และท้าวเธอได้ตรัสตอบปัญหาที่พวกเราถาม’ ท่านเหล่านั้นยอมเป็นสาวกของ ข้าพระองค์ ส่วนข้าพระองค์ไม่ยอมเป็นสาวกของท่านเหล่านั้น แต่(บัดนี้)ข้าพระองค์ เป็นสาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นพระโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะ สำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า ๒-”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เรื่องการได้โสมนัส
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๖๘] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “จอมเทพ พระองค์ยังทรงจำการได้ ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้ก่อนแต่นี้ได้หรือไม่”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอทูลตอบว่า “ข้าพระองค์ยังจำการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้ ก่อนแต่นี้ได้ พระพุทธเจ้าข้า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “พระองค์ยังทรงจำการได้ความยินดี การได้โสมนัส เช่นนี้ก่อนแต่นี้ได้ว่าอย่างไร”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ธรรม ในที่นี้หมายถึงวัตตบท ได้แก่ ข้อที่ถือปฏิบัติประจำที่ทำให้มฆมาณพได้เป็นท้าวสักกะจอมเทพ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@มี ๗ อย่าง คือ (๑) มาตาเปติภโร (เลี้ยงมารดาบิดา) (๒) กุเลเชฏฺฐาปจายี (เคารพผู้ใหญ่ในตระกูล)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(๓) สณฺหวาโจ (พูดคำสุภาพอ่อนหวาน) (๔) อปิสุณวาโจ หรือ เปสุเณยฺยปฺปหายี (ไม่พูดส่อเสียด
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@พูดสมานสามัคคี) (๕) ทานสํวิภาครโต หรือ มจฺเฉรวินโย (ยินดีในการแจกทาน ปราศจากความตระหนี่)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(๖) สจฺจวาโจ (มีวาจาสัตย์) (๗) อโกธโน หรือ โกธาภิภู (ไม่โกรธ ระงับความโกรธได้) (ที.ม.อ. ๓๖๓/๓๔๘)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ ดูคำอธิบายใน สกฺกวตฺถุ ธมฺมปทฏฺฐกถา ฉฏฺโฐ ภาโค สุขวคฺควณฺณนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอกราบทูลว่า“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว เมื่อครั้งเกิด สงครามระหว่างเทพกับอสูรถึงขั้นรบประชิด ในสงครามนั้นพวกเทพชนะ พวกอสูร พ่ายแพ้ เมื่อข้าพระองค์ชนะสงครามจึงมีความคิดว่า ‘บัดนี้พวกเทพในเทวโลกจะ บริโภคโอชา (รส) ๒ ประการ คือ ทิพยโอชาและอสูรโอชา’ การได้ความยินดี การได้โสมนัสของข้าพระองค์นั้นเป็นทางมาแห่งทัณฑาวุธ เป็นทางมาแห่งศัสตราวุธ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็น ไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ส่วนการได้ความยินดี การได้โสมนัสของข้าพระองค์ เพราะได้ฟังธรรมของพระผู้มี พระภาคนั้น ไม่เป็นทางมาแห่งทัณฑาวุธ ไม่เป็นทางมาแห่งศัสตราวุธ เป็นไปเพื่อ ความเบื่อหน่ายโดยส่วนเดียว เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๖๙] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “จอมเทพ พระองค์ทรงพิจารณาเห็น อำนาจประโยชน์ ๑- อะไร จึงทรงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวเธอกราบทูลว่า “ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๖ ประการ จึงได้ประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๑ นี้แลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์เกิดเป็นเทพดำรงอยู่ในที่นี้ ๒-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์กลับได้อายุเพิ่มขึ้นอีก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอพระองค์ทรงทราบอย่างนี้เถิด’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๒ นี้แลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์จุติจากกายทิพย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ละอายุของอมนุษย์ เป็นผู้ไม่หลง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จะเข้าสู่ครรภ์ในตระกูลที่ข้าพระองค์มีใจยินดี’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ อำนาจประโยชน์ หมายถึงเหตุ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๒๐๑/๗๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ ในที่นี้ หมายถึงในถ้ำอินทสาละ (ที.ม.ฏีกา ๓๖๙/๓๔๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๓ นี้แลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์นั้นยินดีในศาสนา
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ของพระผู้มีพระภาคผู้มีปัญญาไม่ลุ่มหลง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์มีสัมปชัญญะ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
มีสติอยู่โดยชอบธรรม ๑-’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๔ นี้แลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์ประพฤติโดยชอบธรรมก็จักมีสัมโพธิ ๒-
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์จะรู้ทั่วถึง ๓- อยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
นั่นแหละจะเป็นที่สุดของข้าพระองค์ ๔-’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๕ นี้แลว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เมื่อข้าพระองค์จุติจากกายมนุษย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ละอายุของมนุษย์แล้ว จักเกิดเป็นเทพอีก
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์จะเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที