บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[271] Athakho sakko devānamindo pañcasikhaṃ gandhabbaputtaṃ āmantesi bahūpakāro kho mesi tvaṃ tāta pañcasikha yaṃ tvaṃ bhagavantaṃ paṭhamaṃ pasādesi tayā tāta paṭhamaṃ pasāditaṃ pacchā mayaṃ taṃ bhagavantaṃ dassanāya upasaṅkamimhā arahantaṃ sammāsambuddhaṃ pettike [3]- ṭhāne ṭhapayissāmi gandhabbarājā bhavissasi bhaddañca te suriyavacchasaṃ dammi sā hi te abhipatthitāti. {271.1} Athakho sakko devānamindo pāṇinā paṭhaviṃ parāmasitvā tikkhattuṃ udānaṃ udānesi namo tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa. Namo tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassa. Namo tassa bhagavato arahato sammāsambuddhassāti.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ ๖ นี้แลว่า
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[272] Imasmiñca pana veyyākaraṇasmiṃ bhaññamāne sakkassa devānamindassa virajaṃ vītamalaṃ dhammacakkhuṃ udapādi yaṅkiñci samudayadhammaṃ sabbantaṃ nirodhadhammanti aññesañca asītiyā devatāsahassānaṃ . iti ye sakkena devānamindena ajjhiṭṭhapañhā Puṭṭhā te bhagavatā byākatā . tasmā imassa veyyākaraṇassa sakkapañhotveva adhivacananti. Sakkapañhasuttaṃ niṭṭhitaṃ aṭṭhamaṃ. ----------------
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เทพเหล่านั้นชั้นอกนิฏฐภพ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เป็นผู้ประณีตกว่า เป็นผู้มียศ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ โดยชอบธรรม หมายถึงโดยสมควรแก่ความเป็นพระอริยสาวก (ที.ม.ฏีกา ๓๖๙/๑๔๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๒ สัมโพธิ ในที่นี้หมายถึงสกทาคามิมรรค (ที.ม.อ. ๓๖๙/๓๕๕)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๓ จะรู้ทั่วถึง หมายถึงปรารถนาจะบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่บรรลุ (ที.ม.ฏีกา ๓๖๙/๓๔๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๔ นั่นแหละจะเป็นที่สุดของข้าพระองค์ หมายถึงไม่มีการเกิดในมนุษยโลกอีกต่อไป (ที.ม.ฏีกา ๓๖๙/๓๔๔)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ในภพสุดท้ายที่ดำเนินไปอยู่
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อกนิฏฐภพนั้นจะเป็นที่อยู่ของข้าพระองค์’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จึงประกาศการได้ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๖ ประการนี้แล จึงประกาศการได้ ความยินดี การได้โสมนัสเช่นนี้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๗๐] ข้าพระองค์มีความดำริยังไม่ถึงที่สุด มีความสงสัยเคลือบแคลง เที่ยวแสวงหาพระตถาคตอยู่สิ้นกาลนาน ข้าพระองค์เข้าไปหาสมณะ ที่เข้าใจว่าเป็นผู้อยู่เงียบสงบ สำคัญว่า ‘เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านเหล่านั้นเมื่อถูกถามว่า ความสำเร็จเป็นอย่างไร ความไม่สำเร็จเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบในเรื่องมรรคและปฏิปทาได้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อท่านเหล่านั้นรู้ว่า ข้าพระองค์เป็นท้าวสักกะมาจากเทวโลก ก็พากันถามข้าพระองค์ว่า ‘ท่านทำกรรมอะไรจึงถึงฐานะนี้เล่า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์จึงแสดงธรรมแก่ท่านเหล่านั้น ตามที่ได้ฟังมาในหมู่ชน ท่านเหล่านั้นมีใจยินดีด้วยเหตุเพียงเท่านั้นว่า พวกเราได้เห็นท้าววาสวะแล้ว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อข้าพระองค์นั้นได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ข้ามความสงสัยแล้ว ข้าพระองค์นั้นหมดความหวาดกลัว ในวันนี้ ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าพระองค์ขอถวายอภิวาทพระพุทธเจ้า ผู้ทรงกำจัดลูกศรคือตัณหาได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเทียบได้ ทรงเป็นพระมหาวีระ ทรงเป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ข้าพระองค์กับพวกเทพ กระทำความนอบน้อมอันใดแก่พระพรหม ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพระองค์ จักถวายความนอบน้อมอันนั้นแด่พระองค์ ขอพระวโรกาสทำการนอบน้อมแด่พระองค์ พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่ตรัสรู้ ทรงเป็นพระศาสดาที่ยอดเยี่ยม ไม่มีบุคคลใดทั้งในโลกและเทวโลก มาเปรียบเทียบกับพระองค์ได้”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๓๗๑] ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกปัญจสิขะ คันธรรพบุตร มาตรัสว่า “พ่อปัญจสิขะ เธอมีคุณมากแก่เรา ที่ทำให้พระผู้มีพระภาคทรงพอ พระทัยก่อน เธอทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยก่อนแล้ว ภายหลัง พวกเราจึงได้ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจะตั้งเธอไว้ในตำแหน่งของบิดา เธอจะเป็นเจ้าแห่งคนธรรพ์ เราจะยกนางภัททาสุริยวัจฉสาให้เธอ เพราะว่านางเป็น ผู้ที่เธอปรารถนาอย่างยิ่ง”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท้าวสักกะจอมเทพได้ธรรมจักษุ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพทรงใช้พระหัตถ์ตบปฐพี ทรงเปล่งอุทาน ๓ ครั้งว่า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
“ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว ธรรมจักษุอันปราศจาก ธุลีคือกิเลสปราศจากมลทิน เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมเทพและแก่เทวดาอื่นอีก ๘๐,๐๐๐ องค์ว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับ ไปเป็นธรรมดา” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหาที่ท้าวสักกะจอมเทพอัญเชิญมาทูล ถามแล้ว ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น เวยยากรณภาษิตนี้จึงมีชื่อว่า “สักกปัญหา”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สักกปัญหสูตรที่ ๘ จบ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที