บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[320] Kiñcāpi bhavaṃ kassapo evamāha athakho nevāhaṃ sakkomi idaṃ pāpakaṃ diṭṭhigataṃ paṭinissajjituṃ rājāpi maṃ pasenadi kosalo jānāti tirorājānopi pāyāsi rājañño evaṃvādī evaṃdiṭṭhī itipi natthi paro loko natthi sattā opapātikā natthi sukatadukkaṭānaṃ kammānaṃ phalaṃ vipākoti sacāhaṃ bho kassapa imaṃ pāpakaṃ diṭṭhigataṃ paṭinissajjissāmi bhavissanti me vattāro yāva bālo pāyāsi rājañño abyatto duggahitagāhīti Kopenapi naṃ harissāmi makkhenapi naṃ harissāmi paḷāsenapi naṃ harissāmīti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นายกองเกวียนถามว่า ‘ท่านจะไปไหน’

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[321] Tenahi rājañña upamante karissāmi upamāyapīdhekacce viññū purisā bhāsitassa atthaṃ ājānanti . bhūtapubbaṃ rājañña aññataro sūkaraposako puriso sakamhā gāmā aññaṃ gāmaṃ agamāsi tattha addasa pahūtaṃ sukkhaṃ gūthaṃ chaḍḍitaṃ . disvānassa etadahosi ayaṃ kho pahūto sukkhagūtho chaḍḍito mama sūkarānaṃ bhakkho yannūnāhaṃ ito sukkhagūthaṃ hareyyanti . so uttarāsaṅgaṃ pattharitvā pahūtaṃ sukkhagūthaṃ ākiritvā bhaṇḍikaṃ bandhitvā sīse uccoropetvā agamāsi. {321.1} Tassa antarāmagge mahāakālamegho pāvassi . So uggharantaṃ paggharantaṃ yāva agganakhā gūthena makkhito gūthabhāraṃ ādāya agamāsi . tamenaṃ manussā disvā evamāhaṃsu kacci no tvaṃ bhaṇe ummatto kacci nu viceto kathañhi nāma uggharantaṃ paggharantaṃ yāva agganakhā gūthena makkhito gūthabhāraṃ hariyissasīti . Tumhe khvettha bhaṇe ummattā tumhe vicetā tathā hi pana me sūkarabhattanti . evameva kho tvaṃ rājañña gūthabhārikūpamo maññe paṭibhāsi paṭinissajjetaṃ rājañña pāpakaṃ diṭṭhigataṃ paṭinissajjetaṃ rājañña pāpakaṃ diṭṭhigataṃ mā te ahosi dīgharattaṃ ahitāya dukkhāyāti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุรุษนั้นตอบว่า ‘เราจะไปที่โน้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นายกองเกวียนถามว่า ‘หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมากใช่ไหม’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุรุษนั้นตอบว่า ‘ใช่ครับ หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมาก หนทางมีน้ำ ชุ่มฉ่ำ มีหญ้า ฟืนและน้ำมากมาย พวกท่านจงทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่าเสียเถิด เกวียนเบาท่านจะเดินทางได้เร็วขึ้น วัวก็ไม่ต้องลำบาก’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับนั้น นายกองเกวียนเรียกพวกขับเกวียนมาบอกว่า ‘บุรุษนี้บอกว่า ‘หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมาก หนทางมีน้ำชุ่มฉ่ำ มีหญ้า ฟืน และน้ำ มากมาย พวกท่านจงทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่าเสียเถิด เกวียนเบาท่านจะเดินทาง ได้เร็วขึ้น วัวก็ไม่ต้องลำบาก’ พวกท่านจงทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่า จงขับเกวียนเบา ไปเถิด’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกขับเกวียนรับคำของนายกองเกวียนแล้วทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่า ขับเกวียน เบาไป แต่ก็มิได้พบเห็นหญ้า ฟืนหรือน้ำแม้ในที่พักกองเกวียนแห่งแรก แห่งที่ ๒ แห่งที่ ๓ แห่งที่ ๔ แห่งที่ ๕ แห่งที่ ๖ แห่งที่ ๗ ก็ไม่พบ จึงถึงความวอดวายด้วยกัน มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกองเกวียนนั้นถูกอมนุษย์คือยักษ์จับกินเสียทั้งหมดเหลือแต่ กระดูก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ต่อมา เมื่อนายกองเกวียนคณะที่ ๒ รู้สึกว่า เวลานี้กองเกวียนคณะแรกได้ ออกเดินทางไปนานแล้ว จึงบรรทุกหญ้า ฟืน และน้ำเป็นอันมากแล้วขับเกวียนไป เมื่อไปได้ ๒-๓ วันได้พบบุรุษผิวดำนัยน์ตาแดงสะพายแล่งธนู ทัดดอกโกมุท มีผ้า และผมเปียกปอน ขับรถคันงามมีล้อเปื้อนตมสวนทางมา จึงถามว่า ‘ท่านมา จากไหน’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุรุษนั้นตอบว่า ‘เรามาจากที่โน้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นายกองเกวียนถามว่า ‘ท่านจะไปไหน’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุรุษนั้นตอบว่า ‘เราจะไปที่โน้น’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นายกองเกวียนถามว่า ‘หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมากใช่ไหม’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บุรุษนั้นตอบว่า ‘ใช่ครับ หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมาก หนทางมีน้ำ ชุ่มฉ่ำ มีหญ้า ฟืนและน้ำมากมาย พวกท่านจงทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่าเสียเถิด เกวียนเบาท่านจะเดินทางได้เร็วขึ้น วัวก็ไม่ต้องลำบาก’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับนั้น นายกองเกวียนเรียกพวกขับเกวียนมาบอกว่า ‘บุรุษนี้บอกว่า ‘หนทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกมาก หนทางมีน้ำชุ่มฉ่ำ มีหญ้า ฟืน และน้ำ มากมาย พวกท่านจงทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่าเสียเถิด เกวียนเบาท่านจะเดินทางได้ เร็วขึ้น วัวก็ไม่ต้องลำบาก’ ท่านทั้งหลาย บุรุษผู้นี้ไม่ใช่มิตรหรือญาติสาโลหิตของ พวกเรา พวกเราจะเชื่อเขาได้อย่างไร พวกท่านไม่ควรทิ้งหญ้า ฟืน และน้ำเก่า จงขับ กองเกวียนไปพร้อมกับสิ่งของตามที่นำมาเถิด พวกเราจะไม่ทิ้งของเก่า’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกขับเกวียนรับคำของนายกองเกวียนแล้ว ขับเกวียนไปพร้อมกับสิ่งของตาม ที่นำมา พวกเขาไม่พบเห็นหญ้า ฟืน หรือน้ำในที่พักกองเกวียนแห่งแรก แห่งที่ ๒ แห่งที่ ๓ แห่งที่ ๔ แห่งที่ ๕ แห่งที่ ๖ แห่งที่ ๗ ก็ไม่พบเลย เห็นแต่กอง เกวียน(คณะแรก)ที่ถึงความวอดวาย และเห็นมนุษย์และสัตว์เลี้ยงในกองเกวียนนั้น ซึ่งถูกอมนุษย์คือยักษ์จับกินเสียทั้งหมดเหลือแต่กระดูก

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับนั้น นายกองเกวียนจึงเรียกพวกขับเกวียนมาบอกว่า ‘นี้คือหมู่เกวียน (คณะแรก)นั้นได้ถึงความวอดวาย ทั้งนี้เพราะนายกองเกวียนผู้นำเป็นคนโง่เขลา ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงทิ้งสิ่งของที่มีประโยชน์น้อยในกองเกวียนของเราแล้ว จงขนเอา สิ่งของที่มีประโยชน์มากในกองเกวียนนี้ไป’

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พวกขับเกวียนรับคำของนายกองเกวียนแล้ว ทิ้งสิ่งของที่มีประโยชน์น้อยในเกวียน ของตน ขนเอาสิ่งของที่มีประโยชน์มากในหมู่เกวียนนั้น เดินทางข้ามทางกันดารไป ได้โดยสวัสดิภาพ ทั้งนี้เพราะนายกองเกวียนผู้นำเป็นคนฉลาด

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๖๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ปายาสิราชัญญสูตร”