บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[329] Athakho pāyāsi rājañño dānaṃ paṭṭhapesi Samaṇabrāhmaṇakapaṇaddhikavaṇibbakayācakānaṃ . tasmiṃ kho pana dāne evarūpaṃ bhojanaṃ dīyati kāṇājikaṃ bilaṅgadutiyaṃ corakāni ca vatthāni guḷavālakāni . tasmiṃ kho pana dāne uttaro nāma māṇavo vāvaṭo ahosi . so dānaṃ datvā evamanuddisati iminā dānena pāyāsiṃ rājaññameva imasmiṃ loke samāgacchiṃ mā parasminti . Assosi kho pāyāsi rājañño uttaro kira māṇavo dānaṃ datvā evamanuddisati iminā dānena pāyāsiṃ rājaññameva imasmiṃ loke samāgacchiṃ mā parasminti. {329.1} Athakho pāyāsi rājañño uttaraṃ māṇavaṃ āmantāpetvā etadavoca sabbaṃ kira tvaṃ tāta uttara dānaṃ datvā evamanuddisasi iminā dānena pāyāsiṃ rājaññameva imasmiṃ loke samāgacchiṃ mā parasminti . evaṃ bho . kasmā pana tvaṃ tāta uttara dānaṃ datvā evamanuddisasi iminā dānena .pe. mā parasminti na nu mayaṃ tāta uttara puññatthikā dānasseva phalaṃ pāṭikaṅkhinoti . bhoto kho dāne evarūpaṃ bhojanaṃ dīyati kāṇājikaṃ bilaṅgadutiyaṃ [6]- bhavaṃ pādāpi na iccheyya samphusituṃ kuto bhuñjituṃ corakāni ca vatthāni guḷavālakāni bhavaṃ pādāpi na iccheyya samphusituṃ kuto paridahituṃ bhavaṃ kho panamhākaṃ piyo manāpo kathaṃ mayaṃ piyaṃ manāpaṃ amanāpena saṃyojemāti . Tenahi tvaṃ tāta uttara yādisāhaṃ bhojanaṃ bhuñjāmi tādisaṃ Bhojanaṃ paṭṭhapehi yādisāni cāhaṃ vatthāni paridahāmi tādisāni ca vatthāni paṭṭhapehīti . evaṃ bhoti kho uttaro māṇavo pāyāsirājaññassa paṭissutvā yādisaṃ bhojanaṃ pāyāsi rājañño bhuñjati tādisaṃ bhojanaṃ paṭṭhapesi yādisāni ca vatthāni pāyāsi rājañño paridahati tādisāni ca vatthāni paṭṭhapesi. {329.2} Athakho pāyāsi rājañño asakkaccaṃ dānaṃ datvā asahatthā dānaṃ datvā acittikataṃ dānaṃ datvā apaviṭṭhaṃ dānaṃ datvā kāyassa bhedā parammaraṇā cātummahārājikānaṃ devānaṃ sahabyataṃ upapajji suññaṃ serīsakavimānaṃ . yo panetassa dāne vāvaṭo ahosi uttaro nāma māṇavo so sakkaccaṃ dānaṃ datvā sahatthā dānaṃ datvā cittikataṃ dānaṃ datvā anapaviṭṭhaṃ dānaṃ datvā kāyassa bhedā parammaraṇā sugatiṃ saggaṃ lokaṃ upapajji devānaṃ tāvatiṃsānaṃ sahabyataṃ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระควัมปติถามว่า “ท่านเป็นผู้มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่น ไม่มี โอปปาติกสัตว์ไม่มี ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วไม่มี’ จริงหรือ”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปายาสิเทพบุตรตอบว่า “จริงขอรับ ข้าพเจ้าเคยมีทิฏฐิอย่างนั้นว่า ‘แม้เพราะ เหตุนี้ โลกอื่นไม่มี โอปปาติกสัตว์ไม่มี ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วไม่มี’ แต่พระผู้เป็นเจ้ากุมารกัสสปะได้ชี้นำให้ข้าพเจ้าออกจากทิฏฐิชั่วนั้นแล้ว”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านพระควัมปติถามว่า “ก็อุตตรมาณพผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในการให้ทานของท่าน ไปเกิดที่ไหน”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปายาสิเทพบุตรตอบว่า “อุตตรมาณพผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในการให้ทานของข้าพเจ้า ให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความนอบน้อม ไม่ใช่ให้ทาน อย่างโยนทิ้ง หลังจากตายแล้ว ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้น ดาวดึงส์ ส่วนข้าพเจ้าให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดย ความไม่นอบน้อม ให้ทานอย่างโยนทิ้ง หลังจากตายแล้วเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วม กับพวกเทพชั้นจาตุมหาราช คือ ได้วิมานว่างเปล่าชื่อเสรีสกวิมาน ท่านควัมปติ ขอรับ ขอท่านจงไปมนุษยโลกประกาศอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย จงให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตนเอง ให้ทานโดยความนอบน้อม อย่าให้ทานอย่างโยนทิ้ง
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เจ้าปายาสิทรงให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ทรงให้ทานด้วยมือของพระองค์เอง ทรงให้ ทานโดยความไม่นอบน้อม ทรงให้ทานอย่างโยนทิ้ง หลังจากถึงชีพิตักษัยแล้วได้เข้า ถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นจาตุมหาราช คือ ได้วิมานว่างเปล่าชื่อ เสรีสกวิมาน ส่วนอุตตรมาณพผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในการให้ทานของเจ้าปายาสินั้นให้ ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความนอบน้อม ไม่ใช่ให้ทาน อย่างโยนทิ้ง หลังจากตายแล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้น ดาวดึงส์”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ต่อมา เมื่อท่านพระควัมปติกลับมาสู่มนุษยโลกแล้วได้ประกาศอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย จงให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความ นอบน้อม อย่าให้ทานอย่างโยนทิ้ง เจ้าปายาสิทรงให้ทานโดยไม่เคารพ ไม่ทรงให้ ทานด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงให้ทานโดยไม่นอบน้อม ทรงให้ทานอย่างโยนทิ้ง หลังจากถึงชีพิตักษัยแล้วเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นจาตุมหาราช คือ ได้วิมานว่างเปล่าชื่อเสรีสกวิมาน ส่วนอุตตรมาณพผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในการให้ทาน ของเจ้าปายาสิให้ทานโดยความเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความ นอบน้อม ไม่ใช่ให้ทานอย่างโยนทิ้ง หลังจากตายแล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ได้อยู่ ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปายาสิสูตรที่ ๑๐ จบ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที