บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[61] Kittāvatā ca ānanda attānaṃ paññapento paññapeti . Rūpiṃ vā hi ānanda parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti rūpī me paritto attāti . rūpiṃ vā hi ānanda anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti rūpī me ananto attāti . arūpiṃ vā hi ānanda parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti arūpī me paritto attāti . arūpiṃ vā hi ānanda anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti arūpī me ananto attāti. {61.1} Tatrānanda yo so rūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti etarahi vā so rūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti tathābhāviṃ vā so rūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti atathaṃ vā pana santaṃ tathattāya upakappessāmīti iti vā panassa hoti. Evaṃ santaṃ kho ānanda rūpiṃ parittattānudiṭṭhi anusetīti iccālaṃ vacanāya. {61.2} Tatrānanda yo so rūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti etarahi vā so rūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti tathābhāviṃ vā so rūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti Atathaṃ vā pana santaṃ tathattāya upakappessāmīti iti vā panassa hoti . evaṃ santaṃ kho ānanda rūpiṃ anantattānudiṭṭhi anusetīti iccālaṃ vacanāya. {61.3} Tatrānanda yo so arūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti etarahi vā so arūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti tathābhāviṃ vā so arūpiṃ parittaṃ attānaṃ paññapento paññapeti atathaṃ vā pana santaṃ tathattāya upakappessāmīti iti vā panassa hoti . evaṃ santaṃ kho ānanda arūpiṃ parittattānudiṭṭhi anusetīti iccālaṃ vacanāya. {61.4} Tatrānanda yo so arūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti etarahi vā so arūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti tathābhāviṃ vā so arūpiṃ anantaṃ attānaṃ paññapento paññapeti atathaṃ vā pana santaṃ tathattāya upakappessāmīti iti vā panassa hoti. Evaṃ santaṃ kho ānanda arūpiṃ anantattānudiṭṭhi anusetīti iccālaṃ vacanāya. Ettāvatā kho ānanda attānaṃ paññapento paññapetīti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๔ ธรรม ๒ อย่างนี้ ทั้ง ๒ ส่วน ในที่นี้หมายถึงตัณหา ๒ ประการ ได้แก่ (๑) วัฏฏมูลตัณหา ตัณหาที่เป็นมูล

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ในวัฏฏะ หมายถึงตัณหาที่เป็นปัจจัยของอุปาทาน (๒) สมุทาจารตัณหา ตัณหาที่ฟุ้งขึ้น หมายถึงตัณหา

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ที่ท่านกล่าวว่า เพราะอาศัยตัณหา ปริเยสนาจึงมี เป็นต้น (ที.ม.อ. ๑๑๒/๙๘, ที.ม.ฏีกา ๑๑๒/๑๒๒)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๑๔] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะนามรูปเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่นามรูปเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี ดังต่อไปนี้ การบัญญัตินามกาย ๑- ต้องพร้อมด้วยอาการ ๒- เพศ ๓- นิมิต ๔- อุทเทส ๕- เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุทเทส นั้นๆ ไม่มี การสัมผัสแต่ชื่อในรูปกายจะปรากฏได้หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “การบัญญัติรูปกายต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต และอุทเทส เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุทเทสนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสโดยการ กระทบในนามกายจะปรากฏได้หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “การบัญญัตินามกายและรูปกายต้องพร้อมด้วย อาการ เพศ นิมิต และอุทเทส เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุทเทสนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสแต่ชื่อจะปรากฏได้หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “การบัญญัตินามรูปต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต และอุทเทส เมื่ออาการ เพศ นิมิต และอุทเทสนั้นๆ ไม่มี ผัสสะจะปรากฏ ได้หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ปรากฏไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “อานนท์ เพราะเหตุนั้น เหตุ ต้นเหตุ เหตุเกิด และปัจจัยแห่งผัสสะ ก็คือนามรูปนั่นเอง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๑๕] อานนท์ ข้อที่เรากล่าวเช่นนี้ว่า ‘เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี’ เธอพึงทราบเหตุผลที่วิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี ดังต่อไปนี้ ก็ถ้าวิญญาณ จักไม่หยั่งลงในท้องมารดา นามรูปจะก่อตัวขึ้นในท้องมารดาได้หรือ”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ นามกาย หมายถึงนามขันธ์ ๔ คือ (๑) เวทนาขันธ์ (๒) สัญญาขันธ์ (๓) สังขารขันธ์ (๔) วิญญาณขันธ์

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ที.ม.อ. ๑๑๔/๙๙)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ อาการ หมายถึงอากัปกิริยาของนามขันธ์แต่ละอย่างที่สำแดงออกมา (ที.ม.ฏีกา. ๑๑๔/๑๒๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ เพศ หมายถึงลักษณะที่บ่งบอกหรือใช้เป็นเครื่องอนุมานถึงนามขันธ์แต่ละอย่าง (ที.ม.ฏีกา ๑๑๔/๑๒๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๔ นิมิต หมายถึงเครื่องหมายแสดงถึงลักษณะเฉพาะของนามขันธ์แต่ละอย่าง (ที.ม.ฏีกา. ๑๑๔/๑๒๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๕ อุทเทส หมายถึงคำอธิบายเกี่ยวกับนามขันธ์แต่ละอย่าง เช่น เป็นสิ่งที่ไม่ใช่รูป เป็นสิ่งที่รับรู้ได้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ที.ม.ฏีกา. ๑๑๔/๑๒๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “ก็ถ้าวิญญาณหยั่งลงในท้องมารดาแล้วล่วงเลยไป นามรูปจักบังเกิดขึ้นเพื่อความเป็นอย่างนี้ได้หรือ”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”