บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[66] Aṭṭha kho ime ānanda vimokkhā . katame aṭṭha . Rūpī rūpāni passati ayaṃ paṭhamo vimokkho . ajjhattaṃarūpasaññī bahiddhārūpāni passati ayaṃ dutiyo vimokkho . subhanteva adhimutto hoti ayaṃ tatiyo vimokkho . sabbaso rūpasaññānaṃ samatikkamma paṭighasaññānaṃ atthaṅgamā nānattasaññānaṃ amanasikārā ananto ākāsoti ākāsānañcāyatanaṃ upasampajja viharati ayaṃ catuttho vimokkho . sabbaso ākāsānañcāyatanaṃ samatikkamma anantaṃ viññāṇanti viññāṇañcāyatanaṃ upasampajja viharati ayaṃ pañcamo vimokkho . sabbaso viññāṇañcāyatanaṃ samatikkamma Natthi kiñcīti ākiñcaññāyatanaṃ upasampajja viharati ayaṃ chaṭṭho vimokkho . sabbaso ākiñcaññāyatanaṃ samatikkamma nevasaññānāsaññāyatanaṃ upasampajja viharati ayaṃ sattamo vimokkho . sabbaso nevasaññānāsaññāyatanaṃ samatikkamma saññāvedayitaṃ nirodhaṃ upasampajja viharati ayaṃ aṭṭhamo vimokkho . Ime kho ānanda aṭṭha vimokkhā. {66.1} Yato kho ānanda bhikkhu ime aṭṭha vimokkhe anulomaṃpi samāpajjati paṭilomaṃpi samāpajjati anulomapaṭilomaṃpi samāpajjati yatthicchakaṃ yadicchakaṃ yāvaticchakaṃ samāpajjatipi vuṭṭhātipi āsavānañca khayā anāsavaṃ cetovimuttiṃ paññāvimuttiṃ diṭṭhe va dhamme sayaṃ abhiññā sacchikatvā upasampajja viharati ayaṃ vuccatānanda bhikkhu ubhatobhāgavimutto. Imāya ca ānanda ubhatobhāgavimuttiyā aññā ubhatobhāgavimutti uttaritarā vā paṇītatarā vā natthīti . idamavoca bhagavā. Attamano āyasmā ānando bhagavato bhāsitaṃ abhinandīti. Mahānidānasuttaṃ niṭṭhitaṃ dutiyaṃ. ---------------

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ หลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น หมายถึงไม่ถือมั่นในอุปาทาน ๔ คือ (๑) กามุปาทาน (ความถือมั่นในกาม)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(๒) ทิฏฐุปาทาน (ความถือมั่นในทิฏฐิ) (๓) สีลัพพตุปาทาน (ความถือมั่นในศีลพรต) (๔) อัตตวาทุปาทาน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ความถือมั่นในวาทะว่ามีอัตตา) (ที.ม.อ. ๑๒๘/๑๑๒)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ ผู้เป็นปัญญาวิมุต หมายถึงหลุดพ้นด้วยกำลังปัญญา โดยไม่ได้บรรลุสมาธิชั้นสูงคือวิโมกข์ ๘

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ที.ม.ฏีกา ๑๒๘/๑๔๔)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๓๙/๒๓๑, ๓๕๘/๒๗๑-๒๗๒, ม.ม. ๑๓/๒๔๘/๒๒๓,

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๖๖/๓๖๘-๓๖๙

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๔ มีรูป หมายถึงได้รูปฌานโดยเจริญกสิณที่กำหนดวัตถุในกายของตน เช่น สีผม เห็นรูปทั้งหลาย หมายถึง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เห็นรูปฌาน ๔ (ที.ม.อ. ๑๒๙/๑๑๒-๑๑๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๕ เห็นรูปทั้งหลายภายนอก หมายถึงเห็นรูปทั้งหลายมีนีลกสิณเป็นต้นด้วยญาณจักขุ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(ที.ม.อ. ๑๒๙/๑๑๒-๑๑๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๖ ผู้น้อมใจไปว่างาม หมายถึงผู้เจริญวัณณกสิณ กำหนดสีที่งาม (ที.ม.อ. ๑๒๙/๑๑๒-๑๑๓)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. บุคคลล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ วิญญาณัญจายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้’ อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. บุคคลล่วงวิญญาณัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ อากิญจัญญายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘ไม่มีอะไร’ อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ ประการที่ ๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. บุคคลล่วงอากิญจัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ เนวสัญญานาสัญญายตนฌานอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. บุคคลล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ สัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๘ อานนท์ วิโมกข์ ๘ ประการนี้แล

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๓๐] อานนท์ ภิกษุผู้เข้าวิโมกข์ ๘ ประการนี้ โดยอนุโลมบ้าง โดยปฏิโลมบ้าง ทั้งโดยอนุโลมและปฏิโลมบ้าง เข้าหรือออกได้ตามโอกาสที่ต้องการ ตามชนิด สมาบัติที่ต้องการ และตามระยะเวลาที่ต้องการ ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะเพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ผู้เป็นอุภโตภาควิมุต ๑- อานนท์ อุภโตภาควิมุตติอย่างอื่นที่ดีกว่าหรือประณีต กว่าอุภโตภาควิมุตตินี้ ไม่มี”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ ท่านพระอานนท์มีใจยินดีชื่นชมพระภาษิต ของพระผู้มีพระภาคแล้วแล

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มหานิทานสูตรที่ ๒ จบ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ ผู้เป็นอุภโตภาควิมุต คือ ผู้หลุดพ้นทั้ง ๒ ส่วน หมายถึงพระอรหันต์ผู้บำเพ็ญสมถะมามากจนได้สมาบัติ ๘

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@แล้วจึงใช้สมถะนั้นเป็นฐานบำเพ็ญวิปัสสนาต่อไป ชื่อว่าหลุดพ้น ๒ ส่วน คือ (๑) หลุดพ้นจากรูปกายด้วย

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@อรูปสมาบัติ (วิกขัมภนะ) (๒) หลุดพ้นจากนามกายด้วยอริยมรรค (สมุจเฉทะ) (ที.ม.อ. ๑๓๐/๑๑๓)

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”