บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[109] Athakho bhagavā pubbaṇhasamayaṃ nivāsetvā pattacīvaramādāya vesāliṃ piṇḍāya pāvisi vesāliyaṃ piṇḍāya caritvā pacchābhattaṃ piṇḍapātapaṭikkanto nāgāvalokitaṃ vesāliṃ apaloketvā āyasmantaṃ ānandaṃ āmantesi idaṃ pacchimakaṃ ānanda tathāgatassa vesāliyā dassanaṃ bhavissati āyāmānanda yena bhaṇḍagāmo tenupasaṅkamissāmāti . evaṃ bhanteti kho āyasmā ānando bhagavato paccassosi. {109.1} Athakho bhagavā mahatā bhikkhusaṅghena saddhiṃ yena bhaṇḍagāmo tadavasari . tatra sudaṃ bhagavā bhaṇḍagāme viharati . Tatra kho bhagavā bhikkhū āmantesi catunnaṃ bhikkhave dhammānaṃ ananubodhā appaṭivedhā evamidaṃ dīghamaddhānaṃ sandhāvitaṃ saṃsaritaṃ mamañceva tumhākañca . katamesaṃ catunnaṃ . ariyassa bhikkhave sīlassa ananubodhā appaṭivedhā evamidaṃ dīghamaddhānaṃ sandhāvitaṃ Saṃsaritaṃ mamañceva tumhākañca . ariyassa bhikkhave samādhissa ananubodhā appaṭivedhā evamidaṃ dīghamaddhānaṃ sandhāvitaṃ saṃsaritaṃ mamañceva tumhākañca . ariyāya bhikkhave paññāya ananubodhā appaṭivedhā evamidaṃ dīghamaddhānaṃ sandhāvitaṃ saṃsaritaṃ mamañceva tumhākañca . ariyāya bhikkhave vimuttiyā ananubodhā appaṭivedhā evamidaṃ dīghamaddhānaṃ sandhāvitaṃ saṃsaritaṃ mamañceva tumhākañca. {109.2} Tayidaṃ bhikkhave ariyaṃ sīlaṃ anubuddhaṃ paṭividdhaṃ ariyo samādhi anubuddho paṭividdho ariyā paññā anubuddhā paṭividdhā ariyā vimutti anubuddhā paṭividdhā ucchinnā bhavataṇhā khīṇā bhavanetti natthidāni punabbhavoti . idamavoca bhagavā idaṃ vatvāna sugato athāparaṃ etadavoca satthā

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[110] Sīlaṃ samādhi paññā ca vimutti ca anuttarā anubuddhā ime dhammā gotamena yasassinā iti buddho abhiññāya dhammamakkhāti bhikkhunaṃ dukkhassantaṅkaro satthā cakkhumā parinibbuboti.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ อภิภายตนะ หมายถึงเหตุครอบงำเหตุที่มีอิทธิพล ได้แก่ญาณหรือฌานที่เป็นเหตุครอบงำนิวรณ์ ๕ และ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@อารมณ์ทั้งหลาย คำนี้มาจาก อภิภู + อายตนะ ที่ชื่อว่า อภิภู เพราะครอบงำอารมณ์ และที่ชื่อว่าอายตนะ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เพราะเป็นที่เกิดความสุขอันวิเศษแก่พระโยคีทั้งหลาย เพราะเป็นมนายตนะและธัมมายตนะ (ที.ม.อ. ๑๗๓/๑๖๔,

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๖๕/๒๗๐, องฺ.อฏฺฐก.ฏีกา ๓/๖๑-๖๕/๓๐๒) และ ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๓๘/๒๒๙-๒๓๐,

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@ม.ม. ๑๓/๒๔๙/๒๒๔-๒๒๕, องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๖๕/๓๖๗-๓๖๘, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๙/๗๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๒ มีรูปสัญญาภายใน หมายถึงจำได้หมายรู้รูปภายในโดยการบริกรรมรูปภายใน (ที.ม.อ. ๑๗๓/๑๖๔)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๓ มีอรูปสัญญาภายใน หมายถึงเว้นจากสัญญาในบริกรรมในรูปภายใน (ที.ม.อ. ๑๗๓/๑๖๕) ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็น อภิภายตนะประการที่ ๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอกที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีสีเหลืองเข้ม เปรียบเหมือน ดอกกรรณิการ์ที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีสี เหลืองเข้ม ฉันใด หรือเปรียบเหมือนผ้าเมืองพาราณสีอันมีเนื้อ ละเอียดทั้ง ๒ ด้านที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีสีเหลืองเข้ม ฉันใด บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายในก็ฉันนั้น เหมือนกัน เห็นรูปทั้งหลายภายนอกที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบ ด้วยของเหลือง มีสีเหลืองเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะประการที่ ๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอกที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม เปรียบเหมือนดอก ชบาที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม ฉันใด หรือ เปรียบเหมือนผ้าเมืองพาราณสีอันมีเนื้อละเอียดทั้ง ๒ ด้านที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม ฉันใด บุคคลหนึ่งมี อรูปสัญญาภายในก็ฉันนั้นเหมือนกัน เห็นรูปทั้งหลายภายนอก ที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม ครอบงำรูป เหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะ ประการที่ ๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม เปรียบเหมือนดาว ประกายพรึกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม ฉันใด หรือเปรียบเหมือนผ้าเมืองพาราณสีอันมีเนื้อละเอียดทั้ง ๒ ด้าน ที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม ฉันใด บุคคลหนึ่ง มีอรูปสัญญาภายในก็ฉันนั้นเหมือนกัน เห็นรูปทั้งหลายภายนอก ที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม ครอบงำรูป เหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะ ประการที่ ๘

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อานนท์ อภิภายตนะ ๘ ประการนี้แล

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิโมกข์ ๘ ประการ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๗๔] อานนท์ วิโมกข์ ๑- ๘ ประการนี้

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิโมกข์ ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑. บุคคลผู้มีรูปเห็นรูปทั้งหลาย นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๑

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. บุคคลผู้มีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปทั้งหลายภายนอก นี้เป็น วิโมกข์ประการที่ ๒

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. บุคคลผู้น้อมใจไปว่า ‘งาม’ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๓

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. บุคคลบรรลุอากาสานัญจายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘อากาศหา ที่สุดมิได‘’ อยู่ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่กำหนด นานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๔

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. บุคคลล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ วิญญาณัญจายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘วิญญาณหาที่สุดมิได้’ อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๕

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. บุคคลล่วงวิญญาณัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ อากิญจัญญายตนฌานโดยกำหนดว่า ‘ไม่มีอะไร’ อยู่ นี้เป็นวิโมกข์ ประการที่ ๖

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. บุคคลล่วงอากิญจัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวง บรรลุ เนวสัญญานาสัญญายตนฌานอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ประการที่ ๗

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๙

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”