บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[126] Athakho bhagavā āyasmantaṃ ānandaṃ āmantesi siyā kho panānanda cundassa kammāraputtassa koci vippaṭisāraṃ uppādeyya tassa te āvuso cunda alābhā tassa te dulladdhaṃ yassa te tathāgato pacchimaṃ piṇḍapātaṃ paribhuñjitvā parinibbutoti cundassa kho ānanda kammāraputtassa evaṃ vippaṭisāro paṭivinetabbo tassa te āvuso cunda lābhā tassa te suladdhaṃ yassa te tathāgato pacchimaṃ piṇḍapātaṃ paribhuñjitvā parinibbuto sammukhā metaṃ āvuso cunda bhagavato sutaṃ sammukhā paṭiggahitaṃ dveme piṇḍapātā samasamaphalā samasamavipākā ativiya aññehi piṇḍapātehi mahapphalatarā ca mahānisaṃsatarā ca. {126.1} Katame dve . yañca piṇḍapātaṃ paribhuñjitvā tathāgato anuttaraṃ sammāsambodhiṃ abhisambujjhati yañca piṇḍapātaṃ paribhuñjitvā tathāgato anupādisesāya nibbānadhātuyā parinibbāyati ime dve piṇḍapātā samasamaphalā samasamavipākā ativiya aññehi piṇḍapātehi mahapphalatarā ca mahānisaṃsatarā ca āyusaṃvattanikaṃ āyasmatā cundena kammāraputtena kammaṃ upacitaṃ vaṇṇasaṃvattanikaṃ āyasmatā cundena kammāraputtena kammaṃ upacitaṃ sukhasaṃvattanikaṃ āyasmatā .pe. Yasasaṃvattanikaṃ .pe. Saggasaṃvattanikaṃ .pe. adhipateyyasaṃvattanikaṃ āyasmatā cundena kammāraputtena kammaṃ upacitanti cundassa ānanda kammāraputtassa evaṃ vippaṭisāro paṭivinetabboti . athakho bhagavā etamatthaṃ viditvā tāyaṃ velāyaṃ imaṃ udānaṃ udānesi
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ท่านอาฬารดาบสตอบว่า ‘เราไม่เห็นเลย ผู้มีอายุ’
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[127] Dadato puññaṃ pavaḍḍhati saṃyamato veraṃ na vīyati kusalo va jahāti pāpakaṃ rāgadosamohakkhayā nibbutoti . Catutthabhāṇavāraṃ.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านได้ยินเสียงหรือไม่’
บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ
[128] Athakho bhagavā āyasmantaṃ ānandaṃ āmantesi āyāmānanda yena hiraññavatiyā nadiyā pārimantīraṃ yena kusinārā upavattanaṃ mallānaṃ sālavanaṃ tenupasaṅkamissāmāti . Evaṃ bhanteti kho āyasmā ānando bhagavato paccassosi . athakho bhagavā mahatā bhikkhusaṅghena saddhiṃ yena hiraññavatiyā nadiyā pārimantīraṃ yena kusinārā upavattanaṃ mallānaṃ sālavanaṃ tenupasaṅkami upasaṅkamitvā āyasmantaṃ ānandaṃ āmantesi iṅgha me tvaṃ ānanda antarena yamakasālānaṃ uttarasīsakaṃ mañcakaṃ paññapehi kilantosmi ānanda nipajjissāmīti . evaṃ bhanteti kho āyasmā ānando bhagavato paṭissutvā antarena yamakasālānaṃ uttarasīsakaṃ mañcakaṃ paññapesi . athakho bhagavā dakkhiṇena passena sīhaseyyaṃ kappesi Pādena pādaṃ accādhāya sato sampajāno.
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เราไม่ได้ยิน ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านคงหลับกระมัง’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เราไม่ได้หลับ ผู้มีอายุ‘
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านยังมีสัญญาอยู่หรือ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เรายังมีอยู่ ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘ท่านยังมีสัญญาตื่นอยู่ (แต่) ไม่ได้เห็นเกวียนตั้ง ๕๐๐ เล่ม ที่ผ่านติดๆ กันไป ทั้งไม่ได้ยินเสียง ก็ผ้าทาบของท่านเปรอะเปื้อนฝุ่นธุลีบ้างไหม’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
‘เป็นอย่างนั้น ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@เชิงอรรถ :
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@๑ ขณะนั้นเจ้าปุกกุสะประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าเพชรพลอย ซึ่งถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของพวกเจ้ามัลละ
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@ที่มีการผลัดเปลี่ยนกันครองราชย์ตามวาระ ส่วนผู้ที่ยังไม่ถึงวาระจะประกอบอาชีพทางการค้า
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
@(ที.ม.อ. ๑๙๒/๑๗๓)
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘ท่านผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ บรรพชิต ทั้งหลายย่อมอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่อันสงบอย่างยิ่ง ดังที่ท่านอาฬารดาบส ผู้ยังมี สัญญาตื่นอยู่ (แต่) ไม่เห็นเกวียนตั้ง ๕๐๐ เล่ม ที่ผ่านติดๆ กันไป ทั้งไม่ได้ยินเสียง’ เขาประกาศความเลื่อมใสอย่างยิ่งในท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร แล้วจากไป”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๙๓] พระผู้มีพระภาคตรัสถามปุกกุสะว่า “ปุกกุสะ เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่า อย่างไร อย่างไหนทำได้ยากกว่ากัน เกิดขึ้นได้ยากกว่ากัน (ระหว่าง) ผู้ยังมีสัญญา ตื่นอยู่ ไม่เห็นเกวียนตั้ง ๕๐๐ เล่มที่ผ่านติดๆ กันไป ทั้งไม่ได้ยินเสียง กับผู้ที่ ยังมีสัญญาตื่นอยู่ เมื่อฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ ก็ไม่ได้เห็น และไม่ได้ยินเสียง”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ปุกกุสะทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เกวียน ๕๐๐ เล่ม ๖๐๐ เล่ม ๗๐๐ เล่ม ๘๐๐ เล่ม ๙๐๐ เล่ม ๑,๐๐๐ เล่ม ฯลฯ เกวียน ๑๐๐,๐๐๐ เล่ม จะเปรียบกันได้อย่างไร แท้จริง ผู้ที่ยังมีสัญญาตื่นอยู่ เมื่อฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ ก็ไม่ได้เห็นและไม่ได้ยินเสียง อย่างนี้แหละทำได้ยากกว่าและ เกิดขึ้นได้ยากกว่า”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ปุกกุสะ คราวหนึ่ง เราพักอยู่ที่โรงกระเดื่อง เขตกรุง อาตุมา เวลานั้น ฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ ชาวนา ๒ คนพี่น้อง และโคงาน ๔ ตัว ถูกฟ้าผ่าใกล้โรงกระเดื่อง ขณะนั้น หมู่มหาชนในกรุงอาตุมา ออกไปมุงดูชาวนา ๒ คนพี่น้องและโคงาน ๔ ตัวที่ถูกฟ้าผ่า เราออกจากโรง กระเดื่อง จงกรมอยู่ที่กลางแจ้งใกล้ประตูโรงกระเดื่อง บุรุษคนหนึ่งออกมาจากหมู่ มหาชนเข้ามาหาเราถึงที่อยู่ได้ไหว้เรา ยืน ณ ที่สมควร เราได้ถามบุรุษนั้นดังนี้ว่า ‘ผู้มีอายุ หมู่มหาชนนั่นชุมนุมกันทำไม’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นตอบว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เดี๋ยวนี้เอง ขณะที่ฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ ชาวนา ๒ คนพี่น้องและโคงาน ๔ ตัวถูกฟ้าผ่า หมู่มหาชนชุมนุมกันเพราะเหตุนี้ ท่านไปอยู่เสียที่ไหนเล่า’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เราก็อยู่ที่นี้แหละ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นถามว่า ‘ท่านเห็นหรือไม่’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เราไม่เห็นเลย ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นถามว่า ‘ท่านได้ยินเสียงหรือไม่’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เราไม่ได้ยิน ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นถามว่า ‘ท่านคงหลับกระมัง’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เราไม่ได้หลับ ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นถามว่า ‘ท่านยังมีสัญญาอยู่หรือ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เรายังมีอยู่ ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นถามว่า ‘ท่านยังมีสัญญาตื่นอยู่ ขณะฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ ไม่ได้เห็นและไม่ได้ยินเสียงเลยหรือ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เราตอบว่า ‘เป็นอย่างนั้น ผู้มีอายุ’
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
บุรุษนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘ท่านผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ บรรพชิตทั้งหลายย่อมอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่อันสงบอย่างยิ่ง ดังที่ท่านสมณะ ผู้ยังมีสัญญาตื่นอยู่ เมื่อฝนกำลังตก ตกอย่างหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่าอยู่ก็ไม่เห็นและ ไม่ได้ยินเสียงเลย ‘ เขาประกาศความเลื่อมใสอย่างยิ่งในเรา กระทำประทักษิณแล้ว จากไป”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ ปุกกุสะ มัลลบุตรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอโปรยความเลื่อมใสที่มีในอาฬาร- ดาบส กาลามโคตร ไปตามกระแสลมที่พัดแรง หรือลอยในแม่น้ำกระแสเชี่ยว พระภาษิต ของพระผู้มีพระภาคชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระภาษิตของพระผู้มีพระภาคชัดเจน ไพเราะยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบ เหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีป ในที่มืดโดยตั้งใจว่า ‘คนมีตาดีจักเห็นรูปได้’ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคพร้อมกับ พระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็น อุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
[๑๙๔] ลำดับนั้น ปุกกุสะ มัลลบุตร รับสั่งเรียกบุรุษคนหนึ่งมาตรัสว่า “พนาย เธอช่วยนำผ้าเนื้อละเอียดสีทองน่าใช้คู่หนึ่ง (๒ ผืน) ของเรามา” บุรุษนั้น รับคำแล้ว นำคู่ผ้าเนื้อละเอียดสีทองน่าใช้คู่นั้นมาให้
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
จากนั้น ปุกกุสะ มัลลบุตร ได้น้อมคู่ผ้าเนื้อละเอียดสีทองน่าใช้คู่นั้นเข้าไป ถวายพระผู้มีพระภาคพร้อมกับกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มี พระภาคโปรดรับคู่ผ้าเนื้อละเอียดสีทองน่าใช้คู่นี้ เพื่ออนุเคราะห์ข้าพระองค์ด้วยเถิด”
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที