บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[16] Dhammatā esā bhikkhave yadā bodhisatto mātu kucchiṃ okkanto hoti na bodhisattamātu purisesu mānasaṃ uppajjati kāmaguṇūpasaṃhitaṃ anatikkamaniyā va bodhisattamātā hoti kenaci purisena rattacittena. Ayamettha dhammatā.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๖] “ภิกษุทั้งหลาย นับจากกัปนี้ถอยหลังไป ๙๑ กัป พระวิปัสสีพุทธเจ้า ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก มีพระชาติเป็นกษัตริย์ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในตระกูลกษัตริย์ มีพระโคตรว่าโกณฑัญญะ มีพระชนมายุประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี ตรัสรู้ที่ควงต้น แคฝอย ทรงมีคู่พระอัครสาวก เป็นคู่ที่เจริญ ได้แก่ พระขัณฑะและพระติสสะ มีการประชุมพระสาวก ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ มีภิกษุ ๑๖๘,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ มีภิกษุ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๓ มีภิกษุ ๘๐,๐๐๐ รูป พระสาวกที่เข้าประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ล้วนแต่เป็นพระขีณาสพ มีภิกษุอโสกะเป็นอุปัฏฐาก เป็นอัครอุปัฏฐาก มีพระเจ้า พันธุมาเป็นพระบิดา พระนางพันธุมดีเทวีเป็นพระมารดาผู้ให้กำเนิด กรุงพันธุมดี เป็นราชธานีของพระเจ้าพันธุมา

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[17] Dhammatā esā bhikkhave yadā bodhisatto mātu kucchiṃ Okkanto hoti lābhinī bodhisattamātā hoti pañcannaṃ kāmaguṇānaṃ . Sā pañcahi kāmaguṇehi samappitā samaṅgibhūtā paricāreti . Ayamettha dhammatā.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๗] ๑. ภิกษุทั้งหลาย พระวิปัสสีโพธิสัตว์ ๒- ทรงมีสติสัมปชัญญะตลอด ตั้งแต่จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตจนถึงเสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา ข้อนี้เป็นกฎธรรมดาในเรื่องนี้

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[18] Dhammatā esā bhikkhave yadā bodhisatto mātu kucchiṃ okkanto hoti na bodhisattamātu kocideva ābādho uppajjati sukhinī bodhisattamātā hoti akilantakāyā bodhisattañca bodhisattamātā tirokucchigataṃ passati sabbaṅgapaccaṅgaṃ ahīnindriyaṃ . seyyathāpi bhikkhave maṇiveḷuriyo subho jātimā aṭṭhaṃso suparikammakato accho vippasanno sabbākārasampanno tatrassa suttaṃ āvutaṃ nīlaṃ vā pītaṃ vā lohitakaṃ vā odātaṃ vā paṇḍusuttaṃ vā tamenaṃ cakkhumā puriso hatthesu karitvā paccavekkheyya ayaṃ kho maṇiveḷuriyo subho jātimā aṭṭhaṃso suparikammakato accho vippasanno sabbākārasampanno tatrassa suttaṃ āvutaṃ nīlaṃ vā pītaṃ vā lohitakaṃ vā odātaṃ vā paṇḍusuttaṃ vā evameva kho bhikkhave yadā bodhisatto mātu kucchiṃ okkanto hoti na bodhisattamātu kocideva ābādho uppajjati sukhinī bodhisattamātā hoti akilantakāyā bodhisattañca bodhisattamātā tirokucchigataṃ passati sabbaṅgapaccaṅgaṃ ahīnindriyaṃ. Ayamettha dhammatā.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๘] ๒. มีกฎธรรมดาดังนี้ เวลาที่พระโพธิสัตว์จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตเสด็จ ลงสู่พระครรภ์ของพระมารดา แสงสว่างเจิดจ้าหาประมาณมิได้ ปรากฏขึ้นในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ล่วงเทวานุภาพของ เหล่าเทพ แม้ในช่องว่างระหว่างโลกซึ่งไม่มีอะไรคั่น มีสภาพมืดมิด หรือที่ที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ซึ่งมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ส่องแสงไปไม่ถึง ก็มีแสงสว่างเจิดจ้าหาประมาณมิได้ปรากฏขึ้น ล่วงเทวานุภาพของเหล่าเทพ เพราะแสงสว่างนั้น เหล่าสัตว์ที่เกิด ในที่นั้นๆ จึงรู้จักกันและกันว่า ‘ยังมีสัตว์อื่นเกิดในที่นี้เหมือนกัน’ และ ๑๐ สหัสสีโลกธาตุ ๓- นี้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ทั้งแสงสว่าง เจิดจ้าหาประมาณมิได้ก็ปรากฏขึ้นในโลก ล่วงเทวานุภาพของ เหล่าเทพ ข้อนี้เป็นกฎธรรมดาในเรื่องนี้

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[19] Dhammatā esā bhikkhave sattāhajāte bodhisatte bodhisattamātā kālaṃ karoti tusitaṃ kāyaṃ upapajjati. Ayamettha dhammatā.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๑๙] ๓. มีกฎธรรมดาดังนี้ เวลาที่พระโพธิสัตว์เสด็จลงสู่พระครรภ์ของ พระมารดา เทพบุตร ๔ องค์ ๔- เข้าไปอารักขาประจำทั้ง ๔ ทิศด้วย

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”