บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[168] Puna caparaṃ ānanda rañño mahāsudassanassa itthīratanaṃ pāturahosi abhirūpā dassanīyā pāsādikā paramāya vaṇṇapokkharatāya samannāgatā nātidīghā nātirassā nātikisā nātithūlā nātikāḷikā nāccodātā atikkantā manussīvaṇṇaṃ appattā dibbavaṇṇaṃ . tassa kho panānanda itthīratanassa evarūpo Kāyasamphasso hoti seyyathāpi nāma tūlapicuno vā kappāsapicuno vā . tassa kho panānanda itthīratanassa sīte uṇhāni gattāni honti uṇhe sītāni . tassa kho panānanda itthīratanassa kāyato candanagandho vāyati mukhato uppalagandho . taṃ kho panānanda itthīratanaṃ rañño mahāsudassanassa pubbuṭṭhāyinī ahosi pacchānipātinī kiṃkārapaṭisāvinī manāpacārinī piyavādinī . taṃ kho panānanda itthīratanaṃ rājānaṃ mahāsudassanaṃ manasāpi no aticārī kuto pana kāyena . rañño panānanda mahāsudassanassa evarūpaṃ itthīratanaṃ pāturahosi.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๔๖] ๒. ช้างแก้วซึ่งเป็นช้างเผือก เป็นที่พึ่งของเหล่าสัตว์ มีฤทธิ์ เหาะไป ในอากาศได้ เป็นพญาช้างตระกูลอุโบสถ ๑- ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ท้าวเธอ ทอดพระเนตรแล้วทรงพอพระทัย ด้วยพระดำริว่า ‘ท่านผู้เจริญ พาหนะคือช้าง ถ้าได้นำไปฝึก จะเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลแน่แท้’ ทันใดนั้น ช้างแก้วเชือกนั้นได้รับการ ฝึกหัดเหมือนช้างอาชาไนยพันธุ์ดีตระกูลคันธหัตถี ซึ่งได้รับการฝึกหัดดีแล้วตลอด กาลนาน อานนท์ เรื่องมีมาว่า ท้าวเธอเคยทรงทดสอบช้างแก้วเชือกนั้น โดยเสด็จ ขึ้นทรงเวลาเช้าแล้วเสด็จเลียบไปตลอดแผ่นดินอันมีมหาสมุทรเป็นขอบเขต เสด็จ กลับกรุงกุสาวดีราชธานีทันเสวยพระกระยาหารเช้า ช้างแก้วที่ทรงคุณวิเศษเห็นปานนี้ ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[169] Puna caparaṃ ānanda rañño mahāsudassanassa gahapatiratanaṃ pāturahosi . tassa kammavipākajaṃ dibbacakkhuṃ pāturahosi yena nidhiṃ passati sassāmikampi assāmikampi . so rājānaṃ mahāsudassanaṃ upasaṅkamitvā evamāha appossukko tvaṃ deva hohi ahaṃ te dhanena dhanakaraṇīyaṃ karissāmīti . bhūtapubbaṃ ānanda rājā mahāsudassano tameva gahapatiratanaṃ vīmaṃsamāno nāvaṃ abhiruhitvā majjhe gaṅgāya nadiyā sotaṃ ogāhitvā gahapatiratanaṃ etadavoca attho me gahapati hiraññasuvaṇṇenāti . tenahi mahārāja ekatīraṃ nāvaṃ upetūti . idheva me gahapati attho va hiraññasuvaṇṇenāti . Athakho taṃ ānanda gahapatiratanaṃ ubhohi hatthehi udakaṃ omasitvā pūraṃ hiraññasuvaṇṇassa kumbhiṃ uddharitvā rājānaṃ mahāsudassanaṃ Etadavoca alamettāvatā mahārāja katamettāvatā mahārājāti . Rājā mahāsudassano evamāha alamettāvatā gahapati katamettāvatā gahapati pūjitamettāvatā gahapatīti . rañño ānanda mahāsudassanassa evarūpaṃ gahapatiratanaṃ pāturahosi.

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ม้าแก้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๔๗] ๓. ม้าแก้วซึ่งเป็นม้าขาว ศีรษะดำ มีขนปกดุจหญ้าปล้อง มีฤทธิ์ เหาะไปในอากาศได้ ชื่อพญาม้าวลาหก ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ท้าวเธอ ทอดพระเนตรแล้วทรงพอพระทัย ด้วยพระดำริว่า ‘ท่านผู้เจริญ พาหนะคือม้า ถ้าได้นำไปฝึก จะเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลแน่แท‘’ ทันใดนั้น ม้าแก้วตัวนั้นได้รับการ ฝึกหัด เหมือนม้าอาชาไนยพันธุ์ดี ซึ่งได้รับการฝึกหัดดีแล้วตลอดกาลนาน อานนท์ เรื่องมีมาว่า ท้าวเธอเคยทรงทดสอบม้านั้น โดยเสด็จขึ้นทรงเวลาเช้าแล้วเสด็จ เลียบไปตลอดแผ่นดินอันมีมหาสมุทรเป็นขอบเขต เสด็จกลับกรุงกุสาวดีราชธานี ทันเสวยพระกระยาหารเช้า ม้าแก้วที่ทรงคุณวิเศษเห็นปานนี้ ได้ปรากฏแก่พระเจ้า มหาสุทัสสนะ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@เชิงอรรถ :

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@๑ พญาช้างตระกูลอุโบสถ ในที่นี้หมายถึงช้างมงคลตระกูล ๑ ในบรรดา ๑๐ ตระกูล คือ (๑) กาฬวกหัตถี

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(สีดำ) (๒) คังไคยหัตถี (สีเหมือนน้ำไหล) (๓) ปัณฑรหัตถี (สีขาวดังเขาไกรลาส) (๔) ตามพหัตถี (สีทองแดง)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(๕) ปิงคลหัตถี (สีทองอ่อนดังสีตาแมว) (๖) คันธหัตถี (สีไม้กฤษณา มีกลิ่นตัวหอม) (๗) มังคลหัตถี

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(สีนิลอัญชัน มีกิริยาท่าทางเดินงดงาม) (๘) เหมหัตถี (สีเหลืองดั่งทอง) (๙) อุโบสถหัตถี (สีทองคำ)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@(๑๐) ฉัททันตหัตถี (กายสีขาวบริสุทธิ์ดังสีเงินยวง แต่ปากและเท้าสีแดง) (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

@พ.ศ. ๒๕๒๕) ในช้างมงคล ๑๐ ตระกูลนี้ ช้างอุโบสถประเสริฐที่สุด (ที.ม.อ. ๒๔๖/๒๓๔)

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

มณีแก้ว

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๒๔๘] ๔. มณีแก้วซึ่งเป็นแก้วไพฑูรย์งามบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ มีแปด เหลี่ยม ที่เจียระไนดีแล้ว สุกแวววาวได้สัดส่วน แสงสว่างของมณีแก้วดวงนั้น มีรัศมี แผ่ซ่านออกรอบๆ ประมาณ ๑ โยชน์ อานนท์ เรื่องมีมาว่า ท้าวเธอเคยทรง ทดสอบมณีแก้วดวงนั้น ทรงให้หมู่จตุรงคินีเสนาผูกสอดเกราะแล้วทรงยกมณีแก้ว นั้นขึ้นเป็นยอดธง เสด็จไปประทับยืนในที่มืดยามราตรี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบ สำคัญว่าเป็นเวลากลางวัน จึงทำการงานด้วยแสงสว่างแห่งมณีแก้วนี้ มณีแก้วที่ ทรงคุณวิเศษเห็นปานนั้น ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนะ

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๘๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”