อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ถวายพระพรว่า อยู่ในป่าหิมพานต์.
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๓๒] อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร พหุนฺนํ ๓ วสฺสานํ พหุนฺนํ วสฺสสตานํ พหุนฺนํ วสฺสสหสฺสานํ อจฺจเยน สารถึ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม สารถิ ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ๔-ท ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ เทวาติ โข ภิกฺขเว สารถิ วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ โยเชตฺวา วิปสฺสิกุมารสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺตานิ โข เต เทว ภทฺทานิ ภทฺทานิ ยานานิ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถโข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร ภทฺรํ ๕ ยานํ อภิรุหิตฺวา ๖ ภทฺเทหิ ภทฺเทหิ ยาเนหิ อุยฺยานภูมึ นิยฺยาสิ ฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อุยฺยานภูมึ นิยฺยนฺโต ปุริสํ ชิณฺณํ โคปานสิวงฺกํ ภคฺคํ ๗ ทณฺฑปรายนํ ปเวธมานํ คจฺฉนฺตํ อาตุรํ คตโยพฺพนํ ทิสฺวา สารถึ อามนฺเตสิ อยํ ปน สมฺม สารถิ ปุริโส กึกโต เกสาปิสฺส น ยถา อญฺเญสํ กาโยปิสฺส น ยถา อญฺเญสนฺติ ฯ เอโส โข เทว ชิณฺโณ นามาติ ฯ กึ ปเนโส สมฺม สารถิ ชิณฺโณ นามาติ ฯ เอโส โข เทว ชิณฺโณ นาม นทานิ เตน จิรํ ชีวิตพฺพํ ภวิสฺสตีติ ฯ กึ ปน สมฺม สารถิ อหํปิ ชราธมฺโม ชรํ อนตีโตติ ฯ ตฺวญฺจ เทว มยญฺจมฺหา สพฺเพ ชราธมฺมา ชรํ อนตีตาติ ฯ เตนหิ สมฺม สารถิ อลนฺทานชฺช อุยฺยานภูมิยา อิโต ๑ จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาหีติ ฯ เอวํ เทวาติ โข ภิกฺขเว สารถิ วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตโต จ อนฺเตปุรํ ปจฺจนิยฺยาสิ ฯ ตตฺร สุทํ ภิกฺขเว วิปสฺสี กุมาโร อนฺเตปุรํ คโต ทุกฺขี ทุมฺมโน ปชฺฌายติ ธิรตฺถุ กิร โภ ชาติ นาม ยตฺร หิ นาม ชาตสฺส ชรา ปญฺญายิสฺสตีติ ฯ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระเทวีทูลพระราชาว่า ข้าแต่เทวะ หม่อมฉันประสงค์จะเห็นนกการเวก เพคะ. พระราชาทรงอธิษฐานว่า นกการเวกจงมาเกาะในกรงนี้แล้วปล่อยกรงทองไป. กรงทองได้ไปตั้งอยู่ข้างหน้านกการเวกตัวหนึ่ง. นกการเวกนั้นคิดว่า กรงทองมาตามพระดำรัสสั่งของพระราชา ไม่อาจขัดขืนได้แล้วจับเฉยอยู่ ณ ที่นั้น. กรงทองได้มาตั้งอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระราชา อำมาตย์ทั้งหลายไม่สามารถให้นกการเวกทำเสียงได้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระราชาตรัสว่า ดูก่อนพระนายทั้งหลาย นกการเวกเหล่านี้ทำเสียงอย่างไร. พวกอมาตย์กราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ นกการเวกเหล่านี้เห็นพวกญาติจึงจะทำเสียง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระราชารับสั่งให้เอากระจกล้อมนกการเวกนั้น. นกการเวกนั้น ครั้นเห็นเงาของตนสำคัญว่า ญาติของเรามาแล้ว จึงกระพือปีกร้องดุจเป่าแก้วมณีวงศ์ด้วยเสียงอันอ่อน. พวกมนุษย์ในสกลนครเยื้องกรายดุจคนเมา พระนางอสันธิมิตตาดำริว่า เสียงของสัตว์เดียรัจฉานนี้ยังเพราะถึงอย่างนี้ พระสุรเสียงของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงบรรลุสิริ คือพระสัพพัญญุตญาณจะเป็นเช่นไรหนอ ยังพระปีติให้เกิดไม่ทรงละพระปีตินั้น ทรงดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล พร้อมด้วยบริวาร ๗๐๐
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที