ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“ท่านกัสสปะ พวกราชบุรุษของโยมในโลกนี้ จับโจรผู้ก่อกรรมชั่วมาแสดงแก่ โยมว่า ‘ฝ่าพระบาท นี้เป็นโจรผู้ก่อกรรมชั่วต่อพระองค์ พระองค์โปรดลงพระอาชญา แก่โจรนี้ตามพระประสงค์เถิด’ โยมสั่งพวกราชบุรุษอย่างนี้ว่า ‘ถ้าเช่นนั้น พวกท่าน จงจับบุรุษนี้ใส่หม้อทั้งเป็นแล้วปิดปากหม้อ รัดด้วยหนังสด พอกด้วยดินเหนียว ให้หนา ยกขึ้นตั้งเตาแล้วติดไฟ’ พวกราชบุรุษรับคำของโยมแล้วจึงจับบุรุษนั้น ใส่หม้อทั้งเป็นแล้วปิดปากหม้อ รัดด้วยหนังสด พอกด้วยดินเหนียวให้หนา ยกขึ้น ตั้งเตาแล้วติดไฟ เมื่อโยมรู้ว่า ‘บุรุษนั้นเสียชีวิตแล้ว’ จึงให้ยกหม้อนั้นลง กะเทาะ ดินเหนียวออกแล้วค่อยๆ เปิดปากหม้อ ตรวจดูว่า ‘บางทีพวกเราจะได้เห็นชีวะ (วิญญาณ)ของบุรุษนั้นออกมาบ้าง’ แต่พวกเราไม่เห็นชีวะของเขาออกมาเลย ท่าน กัสสปะ นี้แลเป็นเหตุที่ทำให้โยมเข้าใจอย่างนี้ว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นไม่มี โอปปาติกสัตว์ไม่มี ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วไม่มี”

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๓๑๔] กิญฺจาปิ ภวํ กสฺสโป เอวมาห อถโข เอวมฺเม เอตฺถ โหติ อิติปิ นตฺถิ ปโร โลโก นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโกติ ฯ อตฺถิ ปน ราชญฺญ ปริยาโย ฯเปฯ อตฺถิ โภ กสฺสป ปริยาโย ฯเปฯ ยถากถํ วิย ราชญฺญาติ ฯ อิธ เม โภ กสฺสป ปุริสา โจรํ อาคุจารึ คเหตฺวา ทสฺเสนฺติ อยนฺเต ภนฺเต โจโร อาคุจารี อิมสฺส ยํ อิจฺฉสิ ตํ ทณฺฑํ วเทหีติ ตฺยาหํ เอวํ วทามิ เตนหิ โภ อิมํ ปุริสํ อนุปหจฺจ ฉวิญฺจ จมฺมญฺจ มํสญฺจ นหารุญฺจ อฏฺฐิญฺจ อฏฺฐิมิญฺชญฺจ ชีวิตา โวโรเปถ อปฺเปวนามสฺส ชีวํ นิกฺขมนฺตํ ปสฺเสยฺยามาติ เต เม สาธูติ ปฏิสฺสุตฺวา ตํ ปุริสํ อนุปหจฺจ ฉวิญฺจ จมฺมญฺจ มํสญฺจ นหารุญฺจ อฏฺฐิญฺจ อฏฺฐิมิญฺชญฺจ ชีวิตา โวโรเปนฺติ ฯ ยทา โส อทฺธมโต โหติ ตฺยาหํ เอวํ วทามิ เตนหิ โภ อิมํ ปุริสํ อุตฺตานํ นิปาเตถ อปฺเปวนามสฺส ชีวํ นิกฺขมนฺตํ ปสฺเสยฺยามาติ เต ตํ ปุริสํ อุตฺตานํ นิปาเตนฺติ ฯ เนวสฺส มยํ ชีวํ นิกฺขมนฺตํ ปสฺสาม ตฺยาหํ เอวํ วทามิ เตนหิ โภ อิมํ ปุริสํ อวกุชฺชํ นิปาเตถ ปสฺเสน นิปาเตถ ทุติเยน ปสฺเสน นิปาเตถ อุทฺธํ ฐเปถ โอมุทฺธกํ ฐเปถ ปาณินา อาโกเฏถ เลณฺฑุนา ๑ อาโกเฏถ ทณฺเฑน อาโกเฏถ สตฺเถน อาโกเฏถ โอธุนาถ สนฺธุนาถ นิทฺธุนาถ อปฺเปวนามสฺส ชีวํ นิกฺขมนฺตํ ปสฺเสยฺยามาติ เต ตํ ปุริสํ โอธุนนฺติ สนฺธุนนฺติ นิทฺธุนนฺติ ฯ เนวสฺส มยํ ชีวํ นิกฺขมนฺตํ ปสฺเสยฺยาม ๒ ฯ ตสฺส ตเทว จกฺขุํ โหติ เต รูปา ตญฺจายตนํ นปฺปฏิสํเวเทติ ฯ ตเทว โสตํ โหติ เต สทฺทา ตญฺจายตนํ นปฺปฏิสํเวเทติ ฯ ตเทว ฆานํ โหติ เต คนฺธา ตญฺจายตนํ นปฺปฏิสํเวเทติ ฯ สาเยว ๓-" ชิวฺหา โหติ เต รสา ตญฺจายตนํ นปฺปฏิสํเวเทติ ฯ เสฺวว กาโย โหติ เต โผฏฺฐพฺพา ตญฺจายตนํ นปฺปฏิสํเวเทติ ฯ อยมฺปิ โข โภ กสฺสป ปริยาโย เยน เม ปริยาเยน เอวํ โหติ อิติปิ นตฺถิ ปโร โลโก นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโกติ ฯ

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

อุปมาด้วยคนหลับฝัน

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

[๔๒๒] “บพิตร ถ้าอย่างนั้น อาตมภาพขอถวายพระพรถามพระองค์ ในเรื่องนี้ โปรดตรัสตอบตามที่พอพระทัย พระองค์ทรงเคยบรรทมกลางวัน ทรงสุบิน เห็นสวนอันน่ารื่นรมย์ ป่าอันน่ารื่นรมย์ พื้นที่อันน่ารื่นรมย์ และสระโบกขรณีอันน่า รื่นรมย์บ้างไหม”

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

“ท่านกัสสปะ โยมเคยหลับกลางวัน ฝันเห็นสวนอันน่ารื่นรมย์ ป่าอันน่า รื่นรมย์ พื้นที่อันน่ารื่นรมย์ และสระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์”

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๙๒๓

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ปายาสิราชัญญสูตร”