อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า อุทยพฺพยานุปสฺสี ความว่า พิจารณาเห็นความเกิดและความเสื่อมที่เห็นแล้วครั้งแรกนั่นแหละ.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[41] Athakho bhikkhave vipassī bodhisatto aparena samayena pañcasu upādānakkhandhesu udayabbayānupassī vihāsi iti rūpaṃ iti rūpassa samudayo iti rūpassa atthaṅgamo iti vedanā iti vedanāya samudayo iti vedanāya atthaṅgamo iti saññā iti saññāya samudayo iti saññāya atthaṅgamo iti saṅkhārā iti saṅkhārānaṃ samudayo iti saṅkhārānaṃ atthaṅgamo iti viññāṇaṃ iti viññāṇassa samudayo iti viññāṇassa atthaṅgamoti . tassa pañcasu upādānakkhandhesu udayabbayānupassino viharato nacirasseva anupādāya āsavehi cittaṃ vimuccīti . Dutiyabhāṇavāraṃ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า วิหาสิ ความว่า พระโพธิสัตว์ทรงเจริญวิปัสสนาอันเป็นเหตุให้ถึงความพ้นสุดยอดอยู่.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ท่านกล่าวข้อนี้ไว้เพราะเหตุไร. เพราะพระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงทรงบำเพ็ญบารมีในปัจฉิมภพ เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ในวันพระโอรสประสูติ ทรงผนวช ทรงประกอบความเพียรเสด็จขึ้นโพธิบัลลังก์ ทรงกำจัดมารและเสนามารในยามต้น ทรงระลึกถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในภพก่อน ในยามที่สองทรงชำระทิพพจักขุ ในยามที่สามทรงพิจารณาปัจจยาการ ทรงออกจากจตุตถฌานกำหนดลมหายใจเข้าออก ทรงเพ่งพินิจในขันธ์ ๕ ทรงเห็นลักษณะ ๕๐ ถ้วนด้วยสามารถความเกิดและความเสื่อมทรงเจริญวิปัสสนา จนกระทั่งถึงโคตรภูญาณแล้วทรงแทงตลอดพุทธคุณทั้งสิ้นด้วยอริยมรรค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อนึ่ง พระมหาบุรุษแม้พระองค์นี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีแล้ว พระองค์ทรงกระทำตามลำดับทั้งหมด ดังที่กล่าวแล้วในปัจฉิมยาม ทรงออกจากจตุตถฌาน กำหนดลมหายใจเข้าออก ทรงเพ่งพินิจในขันธ์ ๕ ทรงปรารภการเห็นแจ้งความเกิดและความเสื่อมมีประการดังที่กล่าวแล้ว. ท่านกล่าวถึงความเห็นแจ้งอันจะให้ถึงความพ้นนี้ เพื่อแสดงถึงความเห็นแจ้งความเกิดและความเสื่อมนั้น.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”