อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ภิกษุใดมีสิกขาบทขาดในเบื้องต้นหรือที่สุดในกองอาบัติทั้ง ๗ ศีลของภิกษุนั้นชื่อว่าเหมือนผ้าขาดที่ชาย. อนึ่ง ภิกษุใดมีสิกขาบทขาดตรงกลางศีลของภิกษุนั้นชื่อว่าทะลุ เหมือนผ้าทะลุกลางผืน. ส่วนภิกษุใดมีสิกขาบทขาด ๒-๓ สิกขาบทตามลำดับ ศีลของภิกษุนั้นชื่อว่าด่าง เหมือนแม่โคสีดำสีแดงเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยสีที่ต่างกันอยู่ตรงหลังบ้างท้องบ้าง. ภิกษุใดมีสิกขาบทขาดในระหว่างๆ ศีลของภิกษุนั้นชื่อว่าพร้อย เหมือนแม่โคมีลายจุดต่างๆ ในระหว่างๆ.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[85] Athakho bhagavā sunidhavassakāre magadhamahāmatte imāhi gāthāhi anumoditvā uṭṭhāyāsanā pakkāmi . tena kho pana samayena sunidhavassakārā magadhamahāmattā bhagavantaṃ piṭṭhito piṭṭhito anubandhā honti yenajja samaṇo gotamo dvārena nikkhamissati taṃ gotamadvāraṃ nāma bhavissati yena titthena gaṅgānadiṃ tarissati taṃ gotamatitthaṃ nāma bhavissatīti . athakho bhagavā yena dvārena Nikkhami taṃ gotamadvāraṃ nāma ahosi . athakho bhagavā yena gaṅgā nadī tenupasaṅkami . tena kho pana samayena gaṅgā nadī pūrā hoti samatittikā kākapeyyā . appekacce manussā nāvaṃ pariyesanti appekacce uḷumpaṃ pariyesanti appekacce kullaṃ bandhanti pārā pāraṃ gantukāmā. {85.1} Athakho bhagavā seyyathāpi nāma balavā puriso sammiñjitaṃ vā bāhaṃ pasāreyya pasāritaṃ vā bāhaṃ sammiñjeyya evameva gaṅgāya nadiyā orime tīre antarahito pārime tīre paccuṭṭhāsi saddhiṃ bhikkhusaṅghena. Addasā kho bhagavā te manusse appekacce nāvaṃ pariyesante appekacce uḷumpaṃ pariyesante appekacce kullaṃ bandhante pārā pāraṃ gantukāme . athakho bhagavā etamatthaṃ viditvā tāyaṃ velāyaṃ imaṃ udānaṃ udānesi ye taranti aṇṇavaṃ saraṃ setuṃ katvāna visajja pallalāni kullaṃ [2]- jano ca bandhati tiṇṇā medhāvino janāti. Paṭhamabhāṇavāraṃ .

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนภิกษุใดมีสิกขาบทไม่ขาดเลย ศีลเหล่านั้นของภิกษุนั้นชื่อว่าไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย. ก็ศีลนั้นๆ ชื่อว่าเป็นไท เพราะกระทำให้พ้นจากความเป็นทาสตัณหา กลับเป็นไท ชื่อว่าวิญญูชนสรรเสริญแล้ว เพราะวิญญูชนมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นทรงสรรเสริญแล้ว ชื่อว่าอันกิเลสไม่ถูกต้องแล้ว เพราะตัณหาและทิฏฐิไม่ถูกต้องแล้ว และเพราะอันใครๆ ไม่อาจปรามาสว่า ท่านเคยต้องอาบัติชื่อนี้. ท่านเรียกว่า เป็นไปเพื่อสมาธิ เพราะยังอุปจารสมาธิ หรืออัปปนาสมาธิให้เป็นไป.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า สีลสามญฺญคตา วิหริสฺสนฺติ ได้แก่ จักมีศีลเสมอกับภิกษุผู้อยู่ในทิศาภาคนั้นๆ อยู่. จริงอยู่ ศีลของพระโสดาบันเป็นต้น ย่อมเสมอกับศีลของพระโสดาบันเป็นต้นเหล่าอื่น ผู้อยู่ในระหว่างสมุทรก็ดี ในเทวโลกก็ดี. ความแตกต่างกันในศีลที่ประกอบด้วยมรรคผลไม่มี. ท่านหมายเอาข้อนั้น จึงกล่าวคำนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ยายํ ทิฎฺฐิ ได้แก่สัมมาทิฏฐิที่สัมปยุตด้วยมรรค.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”