อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ความสังเขปในข้อนี้มีดังนี้ว่า เราพึงเข้าผลสมาบัติที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้.

บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[97] Athakho āyasmato ānandassa etadahosi acchariyaṃ vata bho abbhūtaṃ vata bho mahā vatāyaṃ bhūmicālo sumahā vatāyaṃ bhūmicālo bhiṃsanako lomahaṃso devadundabhiyo ca phaliṃsu ko nu kho hetu ko paccayo mahato bhūmicālassa pātubhāvāyāti . athakho āyasmā ānando yena bhagavā tenupasaṅkami upasaṅkamitvā bhagavantaṃ abhivādetvā ekamantaṃ nisīdi . ekamantaṃ nisinno kho āyasmā ānando bhagavantaṃ etadavoca acchariyaṃ bhante abbhūtaṃ bhante mahā vatāyaṃ bhante bhūmicālo sumahā vatāyaṃ bhante bhūmicālo bhiṃsanako lomahaṃso devadundabhiyo ca phaliṃsu ko nu kho Bhante hetu ko paccayo mahato bhūmicālassa pātubhāvāyāti.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ถามว่า ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงเข้าผลสมาบัติในกาลก่อนแต่นี้หรือ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ตอบว่า เข้าซี แต่ว่า ผลสมาบัตินั้นเป็นขณิกสมาบัติ. จริงอยู่ ขณิกสมาบัติย่อมข่มเวทนาเฉพาะในภายในสมาบัติได้ทีเดียว. พอออกจากสมาบัติ เวทนาย่อมครอบงำร่างกายอีกเหมือนสาหร่ายที่ขาดเพราะไม้หรือกระเบื้องตกลงไป กลับคลุมน้ำตามเดิม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อนึ่ง สมาบัติของผู้กระทำหมวด ๗ แห่งรูปและหมวด ๗ แห่งอรูปให้หมดพุ่มหมดรกแล้วเข้าด้วยอำนาจแห่งมหาวิปัสสนา ชื่อว่าย่อมข่มได้ด้วยดี. เปรียบเหมือนสาหร่ายที่บุรุษลงน้ำแล้วเอามือและเท้าแหวกให้ดี ต่อเวลานานจึงจะคลุมน้ำฉันใด ผู้ที่ออกจากผลสมาบัตินั้น ต่อเวลานาน เวทนาจึงจะเกิดขึ้นฉันนั้น.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๕๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาปรินิพพานสูตร”